เลือกอย่างไรไม่ให้พลาด เมื่อต้อง เลี้ยงลูกในคอนโด

posted: 2 weeks ago
เลือกอย่างไรไม่ให้พลาด เมื่อต้อง เลี้ยงลูกในคอนโด

comments

ยุคนี้ ใครๆ ก็อยากมีบ้านอยู่ใจกลางเมืองกันทั้งนั้น ไหนจะสะดวกเดินทางมากกว่า แถมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็เยอะอีก จึงไม่แปลกที่คอนโดมิเนียม จะกลายเป็นตัวเลือกหนึ่ง ที่รุ่นใหม่นิยมซื้อกัน โดยเฉพาะ เหล่าคู่รักที่กำลังจะสร้างครอบครัวเป็นของตัวเอง

การเลือกซื้อคอนโดสำหรับครอบครัว มันมีเรื่องที่ต้องคำนึงถึงเยอะกว่าการซื้อเพื่ออยู่คนเดียวค่ะ ยิ่งครอบครัวที่วางแผนว่าจะมีเจ้าตัวน้อยด้วยแล้ว ยิ่งต้องรอบคอบเข้าไปใหญ่ เพราะคอนโดห้องนี้ จะเป็นบ้านที่เราต้องใช้เลี้ยงดูลูกน้อย ให้เติบใหญ่ไปอีกหลายปีเลยทีเดียว

สำหรับเหล่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ หรือคู่รักที่กำลังวางแผนจะสร้างครอบครัวในเร็วๆ นี้ rabbit finance มีข้อแนะนำในการเลือกซื้อคอนโด ให้เหมาะสมกับการเลี้ยงลูกน้อยมาฝากกันค่ะ


เลี้ยงลูกในคอนโด 1

6 ขั้นตอน เลือกอย่างไรไม่ให้พลาด เมื่อต้อง เลี้ยงลูกในคอนโด

1.ทำเลดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

หลักการเบสิก ของการเลือกคอนโดเพื่ออยู่อาศัย หรือเพื่อลงทุนขายต่อก็ตาม คือ ทำเล ทำเล และทำเลค่ะ ซึ่ง ทำเลที่ดีที่ที่สุด สำหรับคอนโดมิเนียม คือ ทำเลที่ติดรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน และใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ด้วยนั่นเอง

การเลือกคอนโดสำหรับครอบครัวที่มีลูก อีกสิ่งที่ต้องนึกถึง คือ โรงเรียนของลูกและที่ทำงานของคุณพ่อคุณแม่ค่ะ เพราะเราก็รู้กันอยู่ว่าประเทศไทยรถติดหนักขนาดไหน ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องวางแผนการเดินทางในแต่ละวันด้วยว่า สามารถเดินทางไปส่งลูก แล้วกลับไปทำงานต่อได้สะดวกมากแค่ไหน เพราะถ้าต้องใช้เวลาเดินทางนานๆทุกวัน มันก็อาจจะไม่คุ้มกันก็ได้ค่ะ

นอกจากนั้น ก็ให้ดูสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ตามมาด้วย เช่น โรงพยาบาล ร้านอาหาร ร้านค้า หรือห้างสรรพสินค้าต่างๆ และเมื่อเลือกทำเลที่ชอบได้แล้ว ก็ถึงเวลาตามหาคอนโดที่ใช่ แล้วล่ะค่ะ


เลี้ยงลูกในคอนโด 2

2.พื้นที่ส่วนกลาง มีให้ใช้มากแค่ไหน

พื้นที่ส่วนกลาง ของคอนโด เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราจะต้องพิจารณาให้ดี เวลาจะเลือกซื้อคอนโดค่ะ เพราะยิ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวก ให้เราเลือกใช้มากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปจริงมั้ยคะ

สิ่งอำนวยความสะดวกที่คอนโดควรมี เช่น wifi ในห้อง ลานจอดรถ ล็อบบี้ ร้านสะดวกซื้อ พื้นที่นั่งพักผ่อน สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ลานกีฬา สนามเด็กเล่น สวนสาธารณะ ห้องทำงาน ห้องสมุด เป็นต้น หรือถ้าเป็นคอนโดที่มีบริการอื่นๆ เพิ่มมาด้วย เช่น ร้านซักรีด ร้านตัดผม พี่เลี้ยงเด็ก แม่บ้าน มันก็จะทำให้ชีวิตของเราและครอบครัวสะดวกสบายมากขึ้นอีกด้วย

การเลือกคอนโดที่มีพื้นที่ส่วนกลางกว้างขวาง ย่อมดีกับลูกน้อยของเรามากกว่า เพราะเขาจะได้มี พื้นที่ให้วิ่งเล่น และเรียนรู้ที่จะเข้าสังคมกับคนอื่นได้ดีขึ้น ซึ่งการมีพื้นที่ให้ลูกได้ทำกิจกรรมนอกห้องมากขึ้น จะส่งผลให้เขาเติบโตได้ดีขึ้นอีกด้วยค่ะ


เลี้ยงลูกในคอนโด 3

3.ความปลอดภัย ต้องมาเป็นที่หนึ่ง

คนสมัยนี้ ไว้ใจไม่ค่อยได้ค่ะ เพราะอันตรายมันมีอยู่ทุกที่จริงๆ แล้วยิ่งเรามีลูกเล็กที่ต้องดูแลด้วยแล้ว ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับ ระบบรักษาความปลอดภัย เป็นที่หนึ่งเลย

เราควรจะเลือกคอนโดที่มีพนักงานรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง มีการตรวจคนเข้าออกตลอดเวลา และติดกล้องวงจรปิดทุกซอกทุกมุม เพื่อจะได้มั่นใจได้ว่า บ้านของเราจะได้รับการดูแลอย่างดีแน่นอน

อีกหนึ่งทริก คือ หากย้ายเข้าไปอยู่แล้ว เราก็ควรจะทำความรู้จักเพื่อนบ้านข้างห้องและเพื่อนร่วมคอนโดของเราไว้บ้างค่ะ เผื่อถ้ามีเรื่องฉุกเฉินอะไร จะได้มีคนคอยเป็นหูเป็นตาให้อีกทางนึงด้วย


เลี้ยงลูกในคอนโด 4

4.เลือกห้องให้เหมาะกับ ขนาดของครอบครัว

การอยู่อาศัยกันเป็นครอบครัวใหญ่ ที่มีทั้งพ่อแม่และลูก แน่นอนว่า เราต้องเลือกห้องที่มีขนาดใหญ่พอ ที่จะจุคนทั้งบ้านได้หมด และควรมีพื้นที่ใช้สอยอื่นๆ ที่เหมาะสมด้วยเช่นกัน โดยอาจจะต้องเลือกคอนโดที่มีห้องนอนและห้องน้ำมากกว่า 1 ห้อง มีห้องครัวใหญ่ และมีพื้นที่ห้องนั่งเล่นที่ค่อนข้างกว้าง จะได้เป็นพื้นที่เลี้ยงลูกได้ เป็นต้น

นอกจากขนาดแล้ว การแบ่งสัดส่วนห้อง ก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะครอบครัวที่มีทารกน้อยอาศัยอยู่ เพราะเด็กๆ นั้น จะค่อนข้างอ่อนไหวต่อแสงหรือเสียง ที่อาจเกิดจากการทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ เช่น แสงจากทีวีหรือเสียงการทำอาหาร ซึ่งอาจไปรบกวนการนอนหรือพัฒนาการต่างๆ ของพวกเขาได้ ฉะนั้น การเลือกห้องคอนโดที่มีการแบ่งสัดส่วนชัดเจน จะลดผลกระทบตรงนี้ลงได้ และยังสามารถทำความสะอาดได้ง่ายกว่าด้วย


เลี้ยงลูกในคอนโด 5

5.แต่งห้องให้สวย และปลอดภัยสำหรับลูกน้อย

เมื่อเลือกซื้อคอนโดที่ถูกใจได้แล้ว ต่อไปก็ต้องวางแผนการแต่งห้องกันสักนิดค่ะ โดยการตกแต่งห้อง ที่มีเด็กเล็กอาศัยอยู่นั้น นอกจากความสวยงามแล้ว คุณพ่อคุณแม่จะต้องคิดถึง ความปลอดภัยของลูก เป็นหลัก และต้องคำนึกถึงผลกระทบต่อเพื่อนข้างบ้านไปพร้อมๆ กันด้วย เช่น

  • บุผนังห้องกันเสียงเข้า-ออก

การบุผนังห้อง นอกจากจะช่วยป้องกันเสียงรบกวนให้ลูกน้อยของเราแล้ว มันยังกันเสียงที่จะไปรบกวนห้องข้างๆ ได้ด้วย โดยถ้าไม่อยากบุผนังทำเอง เราสามารถเลือกคอนโดที่มีผนังกันเสียงให้อยู่แล้วก็ได้ แต่ก็อาจจะต้องแลกมาด้วย ราคาที่สูงขึ้น เล็กน้อยค่ะ

  • ติดฟิล์มนิรภัยที่กระจก

การติดฟิล์มที่ กระจก นอกจากจะช่วยป้องกันแสงเข้าแล้ว มันยังช่วยป้องกันความเสี่ยงที่เด็กๆ จะวิ่งชนได้ด้วยค่ะ หรือถ้าบ้านไหนมีงบหน่อยก็อาจจะเลือกเปลี่ยนเป็นกระจกนิรภัยไปเลย ก็จะเพิ่มความปลอดภัยได้อีกชั้นค่ะ

  • ติดลูกกรงกั้นส่วนที่อันตราย

คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมีลูกวัยซน ควรจะติดลูกกรงกั้นส่วนที่อันตรายของบ้านไว้ เพื่อความปลอดภัยของลูกค่ะ เช่น ตรงระเบียง ห้องครัว ประตูบ้าน เป็นต้น

  • เลือกเฟอร์นิเจอร์อย่างระมัดระวัง

การแต่งห้องคอนโด ที่มีเด็กน้อยอาศัยอยู่ด้วย เฟอร์นิเจอร์ที่เลือก ควรจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ล้มยากและไม่แหลม หรือ ถ้ามีชั้นวางของอยู่บนหัว ก็ต้องยึดให้มั่นหรือหาอะไรกันของตกไว้ด้วยค่ะ


เลี้ยงลูกในคอนโด 6

6.อย่าลืมคิดถึงเรื่องค่าใช้จ่ายด้วย

การเลี้ยงดูครอบครัวก็ต้องมีรายจ่ายเยอะพอสมควร และการซื้อคอนโดก็เป็นภาระทางการเงินระยะยาว ที่ไม่ได้จบแค่ตอนซื้อเท่านั้น เพราะไหนจะต้องมีค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบำรุง ค่าส่วนกลางต่างๆ ตามมาเรื่อยๆ อีก

แล้วยิ่งบ้านไหนเลือกจะ กู้สินเชื่อมาซื้อคอนโด ด้วยแล้ว ก็ต้องคำนึงถึงดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายในการตกแต่งต่างๆ เพิ่มเข้าไป ซึ่งถ้าเราผ่อนไม่ไหวขึ้นมา มันอาจจะส่งผลกระทบไปถึงเรื่องอื่นๆ ที่ต้องใช้เงินได้ เพราะฉะนั้น ต้องคำนวณให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อด้วยนะคะ

เพราะ มันไม่ใช่แค่การเลือกห้องคอนโดเท่านั้น แต่มันคือการเลือก บ้าน ที่ตัวเราและลูกน้อยสุดรัก จะต้องใช้ชีวิตและเติบโตไปพร้อมๆ กันด้วย ดังนั้น มันจึงต้องใส่ใจทุกรายละเอียดที่มี เพื่อจะได้ตัดสินใจได้เหมาะสมที่สุดนั่นเอง rabbit finance เป็นกำลังใจให้คุณพ่อคุณแม่ หาบ้านในฝันให้ครอบครัวได้เร็วๆ นะคะ


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon