เอ้า!! กู้ร่วมซื้อบ้าน แต่ดันหย่า อย่างงี้ทำไงต่อไปดี

posted: 9 months ago
เอ้า!! กู้ร่วมซื้อบ้าน แต่ดันหย่า อย่างงี้ทำไงต่อไปดี

comments

การตัดสินใจจบความสัมพันธ์ใดๆในชีวิต มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงมั้ยคะ แต่เมื่อความรักมันมาถึงทางตัน บางทีการจากลากันอาจจะทำให้เราได้เห็นหนทางใหม่ที่สดใสกว่าก็เป็นได้ค่ะ บางคู่ตัดสินใจจะหย่าร้างกันก็คงอยากจะแยกทางกันไปโดยสิ้นเชิง แต่สำหรับบางคู่ไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ เพราะยังมีภาระบางอย่างร่วมกันอยู่

ซึ่งคำถามที่คนมักจะถาม rabbit finance คือ ถ้าเราเคยกู้ร่วมซื้อบ้านด้วยกัน แต่ดันมาหย่าทีหลัง อย่างนี้เราควรจะทำอย่างไรกับหนี้บ้านที่ยังเหลืออยู่ดีและใครจะต้องรับผิดชอบผ่อนต่อไปกันแน่ วันนี้เราได้เตรียมคำตอบมาให้คุณผู้อ่านทุกคนแล้วค่ะ


กู้ร่วมซื้อบ้าน 1

กู้ร่วมซื้อบ้าน แต่หย่ากันภายหลัง ควรทำอย่างไรต่อไป

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณต้องจำไว้ คือ ถึงแม้จะหย่ากัน แต่คุณห้ามหยุดส่งค่าบ้านเด็ดขาดค่ะ ถึงแม้คุณจะเลิกรากันไปแต่ ดอกเบี้ยเงินกู้บ้าน ไม่ได้หยุดตามค่ะ

ถ้าคุณหยุดส่งค่าบ้านเมื่อไหร่ หนี้ของคุณก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และอาจจะทำให้คุณทั้งคู่ เสียเครดิต หรือถึงขั้นติด Blacklist ไปเลยก็ได้ค่ะ แต่ถ้าคุณทั้งคู่ ไม่อยากจะมานั่งรับผิดชอบผ่อนบ้านหลังนี้ต่อไปแล้ว คุณก็มีทางเลือกทั้งหมด 2 ทางค่ะ คือ

1.ขายต่อบ้านหลังนี้ไปเลย

วิธีนี้จะทำให้คุณหมดทุกข์หมดโศก ไม่ต้องกังวลเรื่องการผ่อนบ้านอีกต่อไป แต่การขายต่ออาจจะยากซะหน่อย เพราะคงไม่มีใครอยากซื้อบ้านที่ยังติดหนี้อยู่อย่างแน่นอน แต่ถ้าคุณสามารถหาเงินมาปิดหนี้บ้านตรงนี้ให้หมดได้ เช่น การกู้สินเชื่อ หรือหารจ่ายกันคนละครึ่ง มันก็อาจจะมีโอกาสที่จะขายได้ง่ายขึ้นค่ะ

2.ผ่อนต่อเพื่อเก็บเอาไว้ให้ลูกหลาน

ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้ด้วยกันอีกต่อไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันหมดประโยชน์ซะทีเดียวนะคะ เพราะ คุณสามารถเลือกที่ผ่อนบ้านต่อไป เพื่อเก็บมันไว้ ให้ลูกหลานในอนาคต ได้ค่ะ

ซึ่งวิธีนี้ จะนำมาสู่คำถามต่อไปว่า แล้วถ้าผ่อนต่อ ต้องผ่อนด้วยกันอยู่หรือไม่ ถ้าคำตอบคือไม่แล้วใครควรจะต้องเป็นคนที่ผ่อนบ้านต่อไปกันแน่?


กู้ร่วมซื้อบ้าน 2

ใครควรเป็นคนผ่อนหนี้ต่อไป เมื่อไม่อยากกู้บ้านร่วมกันแล้ว

ถ้ามีการฟ้องร้องหย่าและ แบ่งทรัพย์สิน กันเรียบร้อยดี ก็ไม่น่าจะมีปัญหาค่ะ แต่ถ้าคุณตกลงกันไม่ได้ว่าใครจะได้บ้านไปหรือใครต้องเป็นคนผ่อนบ้านต่อกันแน่ rabbit finance มีทางเลือกให้คุณ 3 ทางค่ะ

1.ให้เจ้าของบ้านเป็นคนผ่อน

ถึงแม้คุณจะทำสัญญาเป็น ผู้ร่วมกู้ ด้วยกัน แต่ตามกฎหมายแล้ว ผู้ที่มีกรรมสิทธิ์ในตัวบ้าน คือ ผู้ที่มีชื่ออยู่ด้านหลังของโฉนดบ้านค่ะ โดยชื่อนี้จะมีได้เพียงคนเดียวเท่านั้น

ซึ่งความยุ่งยากจะหมดไปถ้าฝ่ายที่เป็นเจ้าของบ้าน ตกลงจะรับภาระการผ่อนบ้านต่อไปในอนาคต โดยสิ่งที่ต้องทำคือ การเข้าไปติดต่อสถาบันการเงินเจ้าของเงินกู้ เพื่อขอเปลี่ยนจากการกู้ร่วมกัน มาเป็นชื่อของเจ้าของบ้านเพียงคนเดียวค่ะ

โดยสถาบันการเงินจะพิจารณาจากเอกสารหย่าร้าง รายได้ ความสามารถในการชำระหนี้ ประวัติการชำระหนี้ เพื่อที่จะอนุมัติคำขอต่อไป ซึ่งค่างวดที่ต้องจ่ายจะเท่าเดิมกับที่เคยจ่ายมา เพียงแต่ต่อไปนี้เจ้าของบ้านจะมีหน้าที่ชำระหนี้ที่เหลือเองเพียงคนเดียวค่ะ

2.ให้อีกฝ่ายที่ไม่ใช่เจ้าของบ้านเป็นคนผ่อน

ในกรณีที่ผู้ที่มีชื่ออยู่ในโฉนดไม่ได้อยากรับภาระนี้ต่อ อีกฝ่ายหนึ่งสามารถผ่อนบ้านต่อเองได้ค่ะ โดยสิ่งที่ต้องท คือ การไปติดต่อขอเปลี่ยนผู้ถือกรรมสิทธิ์โฉนดที่ดินก่อน แล้วค่อยไปแจ้งกับสถาบันการเงินว่าจะเปลี่ยนชื่อจาก การกู้ร่วม มาเป็นชื่อของคนที่จะผ่อนบ้านต่อไปค่ะ

3.ช่วยกันผ่อนบ้านต่อไป

ถ้าคุณเลิกราจากกันด้วยดี และมีเป้าหมายจะเก็บบ้านหลังนี้ไว้เพื่อให้ลูกน้อยของคุณได้อาศัยในอนาคต คุณสามารถตกลงกันและช่วยเหลือกันผ่อนบ้านต่อจนหมดได้ค่ะ วิธีนี้สันติที่สุด แต่ก็จะต้องคุยรายละเอียดกันให้ดีนะคะ เพราะถ้าตกลงแล้วอีกฝ่ายดันไม่ยอมผ่อนต่อขึ้นมา มันอาจจะเป็นปัญหากับคุณทั้งคู่ในอนาคตได้ค่ะ

หวังว่าบทความนี้จะช่วยไขข้อข้องใจให้คุณได้บ้างนะคะ ถ้ามีคำถามอะไรอีก กระซิบบอก rabbit finance มาได้เลยค่ะ


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon