ความดันโลหิตสูง กับโรคแทรกซ้อนที่คุณต้องเจอ!!

posted: 1 year ago
ความดันโลหิตสูง กับโรคแทรกซ้อนที่คุณต้องเจอ!!

comments

ความดันโลหิตสูง เป็นปัญหาสุขภาพ ที่พบกันได้บ่อยจากประชากรทั่วโลก โดยในคนไทย จะพบภาวะความดันโลหิตสูงเรื้อรัง ที่จะส่งผลทำให้ร่างกาย หลอดเลือด และอวัยวะต่างๆ ของผู้ป่วยเกิดความเสียหายจนเกิดภาวะแทรกซ้อนได้  ซึ่งวันนี้ rabbit finance จึงมาชวนทุกคนทำความรู้จักกับ โรคความดันโลหิตสูง และตระหนักถึงความอันตราย รวมถึงโรคแทรกซ้อนที่เกิดจากภาวะความดันสูงกันค่ะ


ความดันโลหิตสูง คืออะไร

ความดันโลหิตสูง (Hypertension/High Blood Pressure) หมายถึง ภาวะแรงดันกระแสเลือดภายในหลอดเลือดแดง ที่กระทบต่อผนังหลอดเลือดแดง เกิดจากการสูบฉีดของหัวใจ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง อาจตามมาได้

โดยปกติค่าความดันโลหิตจะมี 2 ตัว คือ ความดันช่วงบน (ความดันซิสโตลี) และความดันช่วงล่าง (ความดันไดแอสโตลี) ซึ่งค่าความดันปกติตัวบนจะอยู่ที่ประมาณ 120-130 ค่าความดันตัวล่างอยู่ที่ประมาณ 70-80

จากสถานการณ์ ความดันโลหิตสูง มีแนวโน้มว่าจะรุนแรงมากขึ้น เพราะมีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุความดันโลหิตสูงทั่วโลกถึง 9.4 ล้านคน อีกทั้งยังพบว่าในผู้ที่เสียชีวิตเกิดจากโรคแทรกซ้อนอันมีสาเหตุมาจากความดันโลหิตสูงถึง 50% อีกด้วย


ความดันโลหิตสูง

อาการของโรคความดันโลหิตสูง

โรคความดันโลหิตส่วนใหญ่ จะไม่ค่อยแสดงอาการผิดปกติ เว้นเสียแต่ผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงระยะรุนแรง หรือตรวจพบจากการคัดกรองโรค ก็มักจะแสดงอาการ ดังนี้

  • ปวดศีรษะตุบๆ แบบไมเกรน ไปถึงขั้นปวดศีรษะรุนแรง หายใจสั้น เลือดกำเดาไหล
  • มีอาการปวดมึนท้ายทอย ตึงที่ต้นคอ เวียนศีรษะ ส่วนใหญ่มักจะเป็นตอนตื่นนอนใหม่ๆ พอสายก็จะทุเลาลง
  • มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ใจสั่น นอนไม่หลับ ตามัว มือเท้าชา
  • หากมีอาการและทิ้งไว้นานๆ และไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้ เช่น หอบเหนื่อย เจ็บหน้าอก บวม แขนขาเป็นอัมพาต เป็นต้น


ความดันโลหิตสูง

โรคแทรกซ้อน จากภาวะความดันโลหิตสูง

หากคุณมีอาการความดันโลหิตสูงมานาน ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม ผู้ป่วยมักเกิด ความผิดปกติของอวัยวะ ดังนี้

1. สมอง

อาจเกิดภาวะสมองตีบหรือแตก กลายเป็นอัมพาตครึ่งซีก ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ในบางรายถ้าเป็นเรื้อรังอาจกลายเป็นโรคความจำเสื่อม สมาธิลดลง

ในบางรายที่มีเส้นเลือดฝอยในสมองส่วนสำคัญแตก ก็อาจจะทำให้เสียชีวิตได้ รวมไปถึงในผูป่วยที่มีความดันสูงขั้นรุนแรงฉับพลันก็อาจจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ ซึม เพ้อ ชัก และหมดสติลงได้

2. หัวใจ

เมื่อหัวใจมีการสูบฉีดเลือด เพื่อต้านแรงดันในหลอดเลือด จากภาวะความดันโลหิตสูงเป็นเวลานาน ส่งผลให้หัวใจทำงานหนัก จนหัวใจมีความหนา และโตมากขึ้น การสูบฉีดเลือดทำได้ยากขึ้น หัวใจจึงไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกายได้เพียงพอ ส่งผลให้หัวใจล้มเหลว

3. ดวงตา

เมื่อความดันโลหิตสูง จะส่งผลให้หลอดเลือดในดวงตาแตก หรือมีเลือดออกได้ จึงทำให้ผู้ป่วยที่มีปัญหาทางด้านสายตา หรืออาจถึงขั้นตาบอดได้

4. ไต

ไต มีหน้าที่สร้างฮอร์โมนเพื่อไปกระตุ้นไขกระดูกในการสร้างเม็ดเลือดแดง หากไตเสื่อม ก็ส่งผลให้การสร้างฮอร์โมนลดลง หากคุณเป็นความดันโลหิตมานาน ก็จะทำให้หลอดเลือดเสื่อมทั่วร่างกาย จึงมีอาการตัวซีด ขาบวม เหนื่อยง่าย หรือร้ายที่สุดก็คือ ภาวะไตวาย 

5. หลอดเลือดแดงใหญ่และหลอดเลือดแดงส่วนปลาย

หลอดเลือดแดงใหญ่ เกิดจากภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่พองโต และภาวะเลือดเซาะผนังหลอดเลือดแดงใหญ่ ทำให้เกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

นอกจากนี้  หลอดเลือดแดงส่วนที่มาเลี้ยงขาและปลายเท้าอาจจะเกิดภาวะแข็งตัวและตีบได้ ทำให้เลือดไปเลี้ยงที่ขาและปลายเท้าได้น้อย ส่งผลให้เป็นตะคริวบ่อย หรือปวดน่องขณะเดิน หากเลือดแดงเกิดการอุดตัน ก็จะส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้น ขาดเลือดจนกลายเป็นเนื้อตายเน่า


ความดันโลหิตสูง

วิธีป้องกันโรคความดันโลหิตสูง

เพราะสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคภัยไข้เจ็บ ส่วนหนึ่งมาจากการใช้ชีวิตของผู้ป่วยเอง เราจึงมี วิธีป้องกันโรคความดันโลหิตสูง แบบง่ายๆมาฝาก

1. การรับประทานอาหาร

  • คุณควรเริ่มปรับการทาน ด้วยการจำกัดปริมาณโซเดียมในอาหาร  ในแต่ละวันไม่ควรทานโซเดียมมากกว่า 2,300 มิลลิกรัม
  • รับประทานอาหารต้านความดันโลหิตสูง หรือ แดชไดเอท ซึ่งเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพและหัวใจ เน้นผัก ผลไม้และธัญพืชเป็นส่วนใหญ่
  • เลือกรับประทานอาหาร ที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ เน้นที่ธัญพืช ผัก ผลไม้ พืชตระกูลถั่ว ผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ ปลา แต่ประเภทอาหารที่ควรเลี่ยงก็คือ เนื้อแดง น้ำมันปาล์ม อาหารและเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยน้ำตาล

2. การออกกำลังกาย

การออกกำลังกาย จะเป็นการช่วยปรับระดับความดันโลหิตไม่ให้สูงมากเกินไป และลดความเสี่ยงของการเกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆ ทั้งนี้ ควรเลือกออกกำลังกายระดับกลาง เพื่อเป็นการช้วยเพิ่มสมรรถภาพของหัวใจให้มีการใช้งานออกซิเจนมากกว่า

3. การควบคุมน้ำหนัก

ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากๆ หรือ โรคอ้วน ควรลดน้ำหนักลงให้อยู่ในระดับปกติ ซึ่งจะส่งผลให้การควบคุมความดันโลหิตทำได้ดีขึ้น อีกทั้งยังลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่อาจจะตามมาได้

4. การดื่มแอลกอฮอล์

การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการเพิ่มของความดันโลหิตและ ไตรกลีเซอร์ไรด์ ซึ่งเป็นไขมันประเภทหนึ่งที่เป็นสาเหตุของความอ้วน ดังนั้น หากจะดื่มก็ควรดื่มอย่างเหมาะสม

5. ความเครียด

ความเครียด เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง ควรหากิจกรรมเพื่อ ผ่อนคลายความเครียด เป็นการลดโอกาสการเกิดภาวะความดันโลหิตสูงได้อีกช่องทาง

สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เริ่มต้นได้จากตัวเราเอง ถ้าคุณไม่อยากเป็นโรคความดันโลหิตสูง และโรคแทรกซ้อนต่างๆ ควรดูแลร่างกายอย่างสม่ำเสมอ หรือหาทางออกอย่าง ประกันสุขภาพ เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงให้ตัวเอง ก็เป็นทางเลือกที่ดีนะคะ


avatar
by NP. Meaw :)
เป็นลูกอิช่างแซะ รักในการเขียนเหน็บแนม ดำเนินชีวิตด้วยการ ยึดความสุขตัวเองเป็นที่ตั้ง จุบ!

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon