สิ่งที่ควรคำนึง ก่อนจ้างผู้รับเหมาทำการสร้างบ้าน

posted: 1 year ago
1,325 views
สิ่งที่ควรคำนึง ก่อนจ้างผู้รับเหมาทำการสร้างบ้าน

comments

การมีบ้านสักหลังเป็นของตัวเอง คือ ความฝันที่พลักดันให้ใครหลายคนพร้อมที่จะทำงานอย่างหนัก หมั่นเก็บหอมรอมริบให้ได้เงินก้อนโตเพื่อนำมาสร้างบ้านในฝัน ให้เป็นสถานที่อันแสนอบอุ่นของคนในครอบครัว และเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่เราเป็นคนออกแบบ

แต่สำหรับคนที่ตัดสินใจสร้างบ้านเองก็ต้องพบเจอปัญหาอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่องของผู้รับเหมา ที่มักมีปัญหาการทำงานไม่ดี ไว้เนื้อเชื่อใจไม่ได้ ขาดความรับผิดชอบ เก็บงานได้ช้ากว่ากำหนด หรือจู่ๆ จะชิ่งกันซะดื้อๆ ก็มีให้เห็นอยู่ไม่น้อย

เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหาน่าปวดหัวเหล่านี้ เรามาทำความเข้าใจกันสักหน่อยดีกว่า ว่าก่อนตัดสินใจจ้างผู้รับเหมาทำการสร้างบ้าน สิ่งสำคัญที่เราควรต้องคำนึงมีอะไรบ้าง?


สิ่งที่ควรจำให้ขึ้นใจ ก่อนจ้างผู้รับเหมาทำการสร้างบ้าน

 

ผู้รับเหมา ถือได้ว่าเป็นเสาหลักในการสร้างบ้าน เราจำเป็นต้องมีหลักในการเลือกผู้รับเหมาที่ดีและมีวิธีการหลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆ ที่อาจตามมาในอนาคต เพื่อให้การสร้างบ้านในฝันของเราเป็นไปอย่างราบรื่น ได้บ้านอันแสนสุขโดยที่ไม่ต้องพบเจอกับเรื่องชวนปวดหัวอีกมากมาย

 

ผู้รับเหมาก่อสร้าง
(CC) http://modularhomeowners.com/

 

  • เลือกผู้รับเหมาที่เป็นบริษัทหรือธุรกิจรับสร้างบ้าน

การสร้างบ้านสักหลัง จำเป็นต้องอาศัยวิศวกร สถาปนิกและทีมงานที่มีความเป็นมืออาชีพ การเลือกจากบริษัทรับเหมาที่มีชื่อเสียงหรือผู้ที่เป็นสมาชิกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน จะช่วยเป็นการสร้างความมั่นใจในฝีมือของทีมงานได้ในระดับหนึ่ง

อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบการก่อสร้างในอดีตได้ว่าผลงานเป็นอย่างไร ถนัดสร้างบ้านแนวไหน อีกทั้งยังมีออฟฟิศสำนักงานเป็นหลักแหล่ง ช่วยให้สามารถติดต่อได้ทุกเมื่อที่เราต้องการ ถือว่าเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจตามมาในอนาคตได้ระดับหนึ่งเลยทีเดียว

  • สังเกตสัญญาณเตือนที่ไม่ดี

ผู้รับเหมาคือเสาหลักในการสร้างบ้าน เราจึงต้องการผู้ที่มี “ความรับผิดชอบ” และ “สามัญสำนึก”

ในการทำงาน อาจสังเกตได้ตั้งแต่อดีตของผู้รับเหมา ที่อาจชอบรับงานเยอะเกินตัว ชอบส่งงานต่อให้ผู้รับเหมารายย่อยทำ ได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์อยู่บ่อยๆ มีท่าที่ไม่ชอบสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษร ชอบรับปากอะไรโดยที่ไม่คิด หรือเสนอราคาที่ต่ำจนผิดปกติ หากพบเจอเหตุการณ์แบบนี้ ก็พึงระวังกันไว้ให้ดีๆ ละ

  • สัญญาจ้างควรเป็นหนังสือเสมอ

สัญญารับเหมาก่อสร้าง สามารถนำไปใช้ในทางกฎหมายได้ การเซ็นต์สัญญาต่างๆ เป็นลายลักษณ์อักษรจะช่วยป้องกันปัญหาต่างๆ ที่จะตามมา เพราะการสร้างบ้านล้วนเต็มไปด้วยรายละเอียดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการชะรำค่างวด เงื่อนไขการจ่ายเงิน

หน้าที่ของผู้รับเหมาที่ต้องรับผิดชอบ ระยะเวลาในการสร้างบ้าน การจ่ายค่าแรง ค่าวัสดุ และส่วนประกอบอีกมากมาย ที่เราควรระบุไว้เป็นลายลักษณ์อักษรให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจตามมาในอนาคต

  • งานที่มูลค่าสูง BOQ(ฺBill of Quantity) คือสิ่งที่ควรมี

BOQ(Bill of Quantity) เป็นเอกสารที่จัดทำขึ้นจากแบบพิมพ์เขียวก่อสร้างอย่างละเอียด โดยจะระบุค่าจ้างและรายการค่าวัสดุในส่วนต่างๆ อย่างละเอียด โดยแบ่งเป็นหมวดอย่างชัดเจน เช่น งานโครงสร้าง งานก่อฉาบผนัง งานระบบน้ำดีน้ำเสีย เป็นต้น

ซึ่งเอกสาร BOQ จะถูกใช้ประโยชน์ในการเปรียบเทียบราคากลางระหว่างผู้รับเหมาแต่ละราย อีกทั้งยังใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบความเรียบร้อยของงาน ว่าเป็นไปตามที่ได้ระบุไว้หรือไม่

  • เลือกจ่ายเงินให้ดี เพื่อไม่ให้มีปัญหาละทิ้งงาน

หลายคนมีโอกาสได้พบเจอกับปัญหาผู้รับเหมาทำงานล่าช้า หรือแม้กระทั่งละทิ้งงานกลางคันก็มีให้เห็นอยู่ไม่น้อย ซึ่งอาจมีสาเหตุหลักมาจาก การที่งานเริ่มขาดทุน การรับเงินแล้วนำไปใช้จ่ายส่วนตัว หรือการที่ได้รับเงินมากกว่างานที่ทำไป เลยถือโอกาสชิ่งกันดื้อๆ ซะงั้น

เราคงเห็นเหมือนกันแล้วว่าปัญหาอยู่ตรงที่ ผู้รับเหมาได้รับเงินค่าจ้างมากเกินไป เราจึงควรจ่ายค่าจ้างเป็นงวดๆ ไม่เน้นจ่ายเงินก้อนใหญ่หรือจ่ายเงินก้อนเล็กเกินไป อย่ายอมให้เบิกเงินล่วงหน้าเยอะเกินไป และควรทำสัญญาการจ่ายเงินเป็นลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจน

งานก่อสร้าง
(CC) https://www.pnhomecityland.com/
  • เรียนรู้ที่จะป้องกัน งานไม่ได้มาตรฐาน

คุณภาพและความเนี๊ยบของเนื้องาน คือ สิ่งสำคัญในการสร้างบ้านอย่างปฎิเสธไม่ได้ ก่อนทำการเลือกผู้รับเหมาเราจึงควรศึกษาพูดคุยดูก่อน ว่าเขามีความรู้งานช่างประกอบกับความรู้ทางวิชาการหรือเปล่า? แล้วหลังจากที่เริ่มทำการสร้างบ้านได้สักพัก ให้หมั่นเข้าไปสังเกตการณ์อย่างสม่ำเสมอ

หากพบความมักง่ายของผู้รับเหมาหรือพบว่าเนื้องานมีความผิดปกติไปจากที่ได้ตกลงกันไว้ ในกรณีที่ได้ระบุไว้ในสัญญา เราสามารถใช้สัญญาจ้างเพื่อทำการหยุดงานหรือหักเงินค่าจ้างได้ (ควรระบุเผื่อกรณีฉุกเฉินอื่นๆ ไว้ด้วยเช่นกัน)

  • รู้จักป้องกัน การทำงานล่าช้า

หลายครั้งที่เราเห็นการก่อสร้างเสร็จล่าช้ากว่ากำหนด ตั้งแต่ตึกราบ้านช่องขนาดใหญ่ไปจนถึงบ้านหลักเล็กหลังน้อย ก็ต่างประสบกับปัญหานี้อยู่บ่อยๆ เราควรทำสัญญาแต่เนิ่นๆ ที่ระบุข้อตกลงในกรณีงานล่าช้ากว่ากำหนด อาจมีการคิดค่าปรับเป็นรายวันหรืออาจทำการเลิกจ้างได้โดยที่ผู้รับเหมาต้องจ่ายเงินรับผิดชอบฯ

  • จ้างบริษัทรับตรวจบ้าน ก่อนทำการส่งมอบ

บ้านเป็นงานที่มีรายละเอียดยิบย่อยมากมาย ในมุมมองของเราอาจเห็นเพียงเปลือกนอกที่สวยงาม แต่ความเป็นจริงผู้รับเหมาอาจหมักหมมอะไรบางอย่างไว้ภายใน ก่อนจะทำการรับบ้านและเข้าไปอยู่อาศัยอย่างเป็นทางการ ทางที่ดียอมจ่ายเงินจ้างมืออาชีพ ให้ช่วยตรวจสอบบ้านเป็นครั้งสุดท้ายก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรทำ

  • ระยะเวลารับประกันต้องชัดเจน

โดยปกติการรับประกันผลจะขึ้นอยู่กับผู้รับเหมา หน้าที่ของเราคือการตรวจสอบให้ชัดเจนว่ามีระบุไว้ในสัญญาจ้างหรือไม่ โดยจะต้องมีการรับประกันงานโครงสร้างนาน 5 ปี และการรับประกันส่วนที่ไม่ใช่งานโครงสร้างนาน 1 ปี ตามกฎหมาย

  • การรับมือเมื่อเจอผู้รับเหมาโกง

ในความเป็นจริงต้องยอมรับว่า มีผู้รับเหมาจำนวนไม่น้อยที่จ้องจะทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ตัวเองได้ลักเล็กกินน้อยอยู่เสมอ ไม่ว่าใครเมื่อได้เจอปัญหาแบบนี้ ย่อมนึกถึงการฟ้องร้องเป็นทางเลือกแรกๆ แต่คุณรู้ไหมว่าโอกาสที่จะได้เงินคืนเป็นไปได้ยากพอสมควร

เพราะผู้รับเหมาที่เลือกเดินทางสายนี้ เขาเป็นมืออาชีพเรื่องความขี้โกงมากพอที่จะเชิดเงิน หนีรอดไปได้อยู่หลายครั้งหลายคราว สิ่งที่คุณพอจะทำได้อีกทางก็คือ การแจ้งกับสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เพื่อทำการ Blacklist ผู้รับเหมารายนั้นๆ ไม่ให้มีโอกาสไปทำแบบนี้กับใครอีก

ผู้รับเหมาก่อสร้าง
(CC) http://www.tribuneindia.com/

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เราควรคำนึงก่อนตัดสินใจจ้างผู้รับเหมาสร้างบ้าน แต่ถึงอย่างไรการจะมีบ้านสักหลัง ก็ยังคงมีปัญหาอีกมากมายที่คอยกวนใจเรา โดยเฉพาะเรื่อง “เงิน” ที่เรียกได้ว่าเป็นเจ้าปัญหาตัวฉกาจของแทบทุกกิจกรรมในชีวิต ยิ่งกับการสร้างบ้านที่ต้องใช้วัสดุอุปกรณ์และทีมงานจำนวนมาก

ลองคิดดูสิว่าเงินที่เราต้องใช้ในการสร้างบ้านสักหลังจะมากสักแค่ไหน?

ได้เรียนรู้วิธีจัดการผู้รับเหมากันไปแล้ว ทีนี้เรามาเรียนรู้วิธีการหาเงินเพื่อสร้างบ้านกันสักหน่อย เพื่อที่จะได้ไม่ต้องวาดภาพบ้านในฝันไปอีกไม่รู้จบ สู้หาเงินมาสร้างบ้านให้ได้กินได้อยู่โดยเร็วที่สุดจะดีกว่าไหม?


ช่องทางการเงิน สำหรับผู้ที่อยากมีบ้าน

การจะมีบ้านสักหลังเราสามารถเลือกทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการซื้อที่ดิน แล้วทำการวางแผนปลูกบ้านด้วยตนเอง หรือมองหาบ้านจัดสรรจากโครงการต่างๆ ก็ถือเป็นทางเลือกที่สะดวกดี ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสองทางเลือกนี้ ย่อมมีช่องทางการเงินและขั้นตอนดำเนินการที่แตกต่างกัน โดยแบ่งให้เห็นอย่างชัดเจนได้ดังนี้

สินเชื่อบ้าน

  • การกู้เงินสร้างบ้าน 

    เป็นช่องทางสำหรับผู้ที่ต้องการได้เงินมาเพื่อใช้ในการสร้างบ้านด้วยตนเอง โดยต้องเตรียมเอกสารสำคัญคือ แบบบ้าน สัญญาผู้รับเหมาก่อสร้าง โฉนดที่ดิน ใบอณุญาตจากหน่วยงานต่างๆ และหลักฐานการเงิน 

    เมื่อทางธนาคารตรวจสอบเอกสารทั้งหมด คุณอาจได้รับการอนุมัติเงินกู้ทันทีหากมีข้อมูลทางการเงินที่ดีพอ แต่ถ้าหากไม่เป็นเช่นนั้น ทางธนาคารอาจต่อรองให้การก่อสร้างดำเนินไปก่อนประมาณ 20% แล้วจะทำการพิจารณาอนุมัติเงินกู้ให้อีกครั้ง

    ซึ่งการขอเงินกู้สร้างบ้านมีสิ่งที่คุณควรรู้ไว้แต่เนิ่นๆ คือการขอเงินกู้สร้างบ้าน อาจมีขั้นตอนระหว่างการอนุมัตินานถึง 4 เดือนเลยทีเดียว จึงจำเป็นต้องวางแผนค่าใช้จ่ายและทำข้อตกลงกับผู้รับเหมาไว้ล่วงหน้า

  • การขอสินเชื่อบ้าน

    เป็นช่องทางสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อบ้านต่อจากผู้อื่นหรืออาจเป็นบ้านจากโครงการต่างๆ โดยมีเอกสารจำเป็นในการขอสินเชื่อคือ สลิปเงินเดือนหรือรายการบัญชีย้อนหลังหกเดือน เอกสารหลักทรัพย์ค้ำประกัน และหลักฐานการประกอบวิชาชีพ

    ซึ่งการจะขอสินเชื่อบ้านให้ผ่าน ก็มีเทคนิคง่ายๆ คือการกู้ร่วมกับชื่อผู้อื่น การเคลียร์หนี้สินตกค้าง รวมถึงการทำแผนการเงินเสนอให้ชัดเจน ก็สามารถช่วยให้คูนดูมีความรับผิดชอบและน่าเชื่อถือขึ้นมากเลยทีเดียว

สินเชื่อบ้าน


สำหรับผู้ที่มีความคิดจะสร้างบ้านหรืออยากซื้อบ้านเป็นของตัวเองสักหลัง คงเรียกว่าได้รู้ทั้งเรื่องการจัดการผู้รับเหมาและช่องทางการเงินไปพร้อมๆ กันเลยใช่ไหมละครับ

แต่ก็อย่าลืมเรื่องช่องทางการขอสินเชื่อให้ดีๆ ละ เราต้องใช้บริการกับสถาบันการเงินที่ดี มีความมั่นคงและมีเงื่อนไขที่เหมาะสม เพราะคงไม่มีใครอยากให้การสร้างบ้านในฝัน กลายเป็นเรื่องที่มาพร้อมกับปัญหาคาราคาซังหรอกจริงไหม?

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Checkraka


avatar
by Satorn

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon