เครื่องสำอาง ความสวยงามบนความทรมานของสัตว์

posted: 2 weeks ago
เครื่องสำอาง ความสวยงามบนความทรมานของสัตว์

comments

“ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง” ด้วยเหตุนี้ เครื่องสำอาง จึงเป็นไอเทมสำคัญในการเสริมเติมแต่งใบหน้าของคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายทั้งหลายให้มีสีสัน และดูดีมากขึ้น เมื่อคนเราดูดีขึ้นก็ย่อมมีความมั่นใจมากขึ้น

แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า เบื้องหลังเครื่องสำอางที่มอบความงามให้แก่เรานั้น กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทรมานของสัตว์จำนวนไม่น้อย ที่ต้องมาเสียสละชีวิตจากการทดลองของมนุษย์ แบบนี้เราเรียกว่าทารุณกรรมสัตว์ได้หรือเปล่านะ?

เครื่องสำอาง

ทำไม เครื่องสำอาง ต้องทดสอบกับสัตว์?

แน่นอนว่า เครื่องสำอาง เป็นสิ่งที่ต้องสัมผัสกับส่วนสำคัญบนใบหน้าของเรา เช่น ปาก ดวงตา หรือผิวหน้าเองก็เป็นผิวหนังส่วนที่บอบบางและไวต่อสารเคมี เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการทดสอบสารเคมีบางอย่างที่อาจเป็นอันตรายต่อผิวหนังของคนเรา

ทางผู้ผลิตเครื่องสำอาง จึงจำเป็นต้องทำการทดสอบสารต่างๆ ในเครื่องสำอาง เพื่อประเมินความปลอดภัยก่อนนำมาใช้กับมนุษย์ โดยการทดสอบความเป็นพิษต่อผิวหนังในสัตว์ทดลอง (Animal Testing) โดยจะทดสอบ 4 อย่าง ได้แก่

  • Skin Irritation Test – การทดสอบการระคายเคืองต่อผิว
  • Phototoxicity Test – การทดสอบความเป็นพิษเมื่อเจอแสง
  • Ocular Irritation Test – การทดสอบการระคายเคืองต่อดวงตา
  • Transdermal Permeability Test – การทดสอบความสามารถในการซึมซาบสู่ผิวหนัง

ซึ่งการทดสอบเหล่านี้นี่แหละ ที่เป็นการสร้างความเจ็บปวดให้กับเหล่าสัตว์ที่ถูกนำมาทำการทดลอง ไม่ว่าจะเป็นหนู กระต่าย แมว หรือสุนัข ที่เห็นภาพการทดลองแล้วรู้สึกสะเทือนใจไม่น้อยเลย


เครื่องสำอาง
“สุนัขบีเกิ้ล” หนึ่งในสัตว์ที่ถูกนำมาทดลอง
  • ไม่ทดลองเครื่องสำอางกับสัตว์ได้ไหม?

องค์กร PETA (People for Ethical Treatment of Animals) ได้ปล่อยคลิปวีดิโอความยาว 60 วินาที ที่แสดงให้เห็นภาพสุดสะเทือนใจของสัตว์แต่ละตัวที่ได้รับความเจ็บปวดทรมานจากการทดลองสารเคมีต่างๆ เพื่อให้ประชาชนหันมาตระหนักถึงความมีมนุษยธรรมต่อเพื่อนร่วมโลกมากขึ้น

*** คลิปต่อไปนี้มีภาพน่าสะเทือนใจจากการกระทำความรุนแรงต่อสัตว์ เตรียมใจให้พร้อมก่อนดู ***

การทดสอบกับสัตว์ (Animal Testing) เริ่มต้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 จนถึงสถิติที่พบล่าสุดในปี ค.ศ. 2015 (พ.ศ. 2558) เว็บไซต์ Crueltyfreeinternational ระบุว่ามีสัตว์ทดลองที่ต้องสละชีวิตไปแล้วกว่า 4 พันล้านตัว

หลังจากที่ทำการทดสอบเสร็จสิ้นแล้ว สัตว์บางตัวอาจตาบอด หรือสูญเสียอวัยวะบางส่วนไปเนื่องจากผลข้างเคียงจากสารเคมี บางตัวอาจได้รับสารเคมีในปริมาณมากจนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามเดิม จึงจำเป็นต้องจบชีวิตของมันลงด้วยการทำเมตตาฆาต (Euthanasia) คือการฉีดยาหรือรมแก๊สให้สัตว์จากไปอย่างสงบ


เครื่องสำอาง

ไม่ทดลองกับสัตว์ แล้วทดลองกับอะไร?

รศ.ภญ.ดร.สุพัตรา  ศรีไชยรัตน์ อาจารย์คณะการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงการทดสอบสารเคมีในเครื่องสำอางกับสัตว์ว่า “ผู้ทำการทดลองส่วนมากก็ไม่ได้อยากทดลองกับสัตว์ แต่ที่ต้องทำเพราะยังมีความจำเป็นที่ต้องตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้เครื่องสำอาง”

นอกจากนี้ รศ.ภญ.ดร.สุพัตรา ยังกล่าวถึงการทดสอบสารเคมีในสัตว์อีกว่าในปัจจุบันมีวิธีการทดลองผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแบบที่ไม่ต้องใช้สัตว์ทดลองแล้ว คือการทดสอบกับเซลล์เพาะเลี้ยง เป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับและอยู่ในแนวทาง OECD Test Guidelines ซึ่งจะมีความแม่นยำกว่าเพราะทดสอบกับเนื้อเยื่อของมนุษย์จริงๆ

ปัจจุบัน มีเครื่องสำอางหลายแบรนด์ที่ไม่ทำการทดลองกับสัตว์แล้ว เพราะส่วนประกอบที่ใช้หรือสารเคมีที่ถูกใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางนั้นๆ ล้วนเคยผ่านการทดสอบมาแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องทดสอบซ้ำอีก เพียงแค่ดูข้อมูลแล้วนำมาทดสอบภายนอกร่างกายกับคน เรียกว่า In Vitro Tropical and Cosmetic testing ซึ่งคาดว่าในอนาคตการทดสอบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในสัตว์จะลดจำนวนลงเรื่อยๆ


เครื่องสำอาง

ทำไมจึงไม่ควรทดสอบเครื่องสำอางในสัตว์?

  • ทำให้สัตว์เกิดความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส

ที่บ้านของคุณมีสัตว์เลี้ยงไหม? ถ้าคำตอบคือใช่ แสดงว่าคุณก็น่าจะเข้าใจลักษณะของสัตว์เหล่านี้ดี ว่ามันเป็นสัตว์ที่มีความจงรักภักดี เป็นเหมือนเพื่อนของมนุษย์ และมันต้องการแค่เพียงความรัก อาหาร และอากาศ ก็สามารถอยู่ได้โดยไม่ร้องขออะไรมากไปกว่านั้น

แต่เมื่อสัตว์เหล่านี้ถูกนำตัวมาใช้ในการทดลอง ทำให้มันได้ความทรมานจากสารเคมีต่างๆ ที่ฉีดเข้ามาในร่างกายของมัน การใช้ชีวิตในแต่ละวันของสัตว์เหล่านี้ก็จะเต็มไปด้วยความหวาดกลัว และความเศร้าหมอง ไม่สามารถออกจากกรงขังได้

  • เป็นการกระทำที่โหดร้าย ลดทอนความเป็นมนุษย์

การจับสัตว์มาทำการทดลองก็ไม่ต่างจากการทารุณกรรมสัตว์เท่าใดนัก แม้ว่าจะมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน แต่ผลลัพธ์ก็คือความเจ็บปวดของสัตว์ที่ไม่มีทางสู้ ผู้ที่กระทำอาจถูกมองว่าเป็นคนไร้คุณธรรม

ไม่ว่าคนหรือสัตว์ต่างก็รักชีวิตของตนเองกันทั้งนั้น เราจึงควรเห็นคุณค่าของทุกชีวิตเช่นเดียวกัน เพราะทั้งคนและสัตว์ก็มีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างเท่าเทียมกัน

  • ผลการทดลองจากสัตว์ไม่ได้แม่นยำขนาดนั้น

ความจริงอีกข้อหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยก็คือ สัตว์ไม่ใช่มนุษย์! เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน กินอาหารต่างกัน และแน่นอนว่ามีวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้น สภาพผิวหนังของสัตว์ก็จะไม่เหมือนสภาพผิวหนังของมนุษย์

ร่างกายของสัตว์ทดลองมีการดูดซึมและตอบสนองต่อสารเคมีที่แตกต่างจากร่างกายมนุษย์ บางอย่างมนุษย์รับได้ แต่สัตว์รับไม่ได้ เมื่อได้รับสารเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกายจึงสร้างความเจ็บปวดไม่น้อยเลย

เครื่องสำอาง
กระต่ายสูญเสียดวงตาจากการทดสอบสารเคมี
  • การทดลองในสัตว์ มีข้อบกพร่อง

Michael O. Leavitt อดีตเลขาธิการ กระทรวงสาธารณสุขแห่งสหรัฐอเมริกา ระบุว่า 9 ใน 10 ของการทดลองสารในสัตว์ ได้ผลลัพธ์ที่ล้มเหลว เพราะเราไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำว่า เมื่อสารเหล่านั้นอยู่ในร่างกายมนุษย์แล้วจะเป็นอย่างไร เพราะสารบางอย่างอาจไปส่งผลต่อสุขภาพของมนุษย์ แต่ไม่ปรากฎสิ่งผิดปกติขณะทดลองกับสัตว์

  • มันเป็นวิธีที่โบราณ คนรุ่นใหม่เขาไม่ทำแล้ว

ปัจจุบัน วิวัฒนาการของเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้ามากขึ้น มีความทันสมัยมากขึ้นกว่าในอดีต และมีแนวคิดที่จะทดลองโดยไม่ใช้สัตว์ แต่ปรับเปลี่ยนเป็นการนำเซลล์เนื้อเยื่อของมนุษย์มาเพาะเลี้ยงเพื่อใช้สำหรับการทดลองโดยเฉพาะ

รวมทั้งการทดสอบกับคนจริงๆ แบบ Vitro เพื่อสังเกตการตอบสนองต่อสารนั้นๆ วิธีนี้ทั้งสะดวกกว่า เร็วกว่า แล้วก็ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการใช้สัตว์เยอะเลย

  • บางอย่างไม่จำเป็นต้องทดลองกับสัตว์

เครื่องสำอางพวก อายไลน์เนอร์ สบู่ล้างมือ ไม่จำเป็นต้องทดลองกับสัตว์ รวมไปถึงยาจำพวกที่เป็นสารกำจัดศัตรูพืช หรือยาที่รักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เป็นสิ่งที่ไม่คุ้มค่ากับการเอาชีวิตของสัตว์มาใช้ทดสอบเท่าไรนัก


เครื่องสำอาง
สัญลักษณ์ “ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ทดลองในสัตว์” บนฉลากผลิตภัณฑ์

สนับสนุนเครื่องสำอางที่ไม่ทำการทดลองกับสัตว์

เมื่อผู้บริโภคตื่นตัวเรื่องความงามที่แลกมาด้วยการทดลองที่แสนเจ็บปวดของเหล่าสัตว์โลกทั้งหลาย และเริ่มหันมาสนับสนุนแบรนด์เครื่องสำอางที่ไม่ทำการทดลองกับสัตว์ในจำนวนที่มากขึ้น

แบรนด์เครื่องสำอางที่ประกาศว่าผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีการทดลองสุดโหด เพื่อให้ผู้บริโภคซื้อใช้อย่างสบายใจมากขึ้น เช่น Lush, Victoria Secret, Maybelline, Estee Lauder, Benefit etc.

โดยเครื่องสำอางที่ไม่มีการทดลองกับสัตว์จะมีสัญลักษณ์ระบุไว้บนฉลากผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน และมักจะมีคำกำกับว่า No Animal Testing, Cruetly Free หรือ Not Test on Animal ให้ผู้บริโภคที่อยากดูดีแบบไม่ทำร้ายสัตว์ได้ลองหาไปใช้กัน

ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ เราก็อาศัยอยู่บนโลกใบเดียวกัน สัตว์ทั้งหลายก็มีชีวิตจิตใจ มีความรู้สึกเฉกเช่นเดียวกันกับมนุษย์อย่างเรา หากเราอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างมีเมตตาจิต และไม่สนับสนุนการทารุณกรรมสัตว์ เชื่อว่าโลกใบนี้จะน่าอยู่มากขึ้นอีกหลายเท่า


avatar
by IN-Wsible
Tiny girl with Big heart.

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon