เครดิตบูโร เรื่องใหญ่ที่คุณห้ามประมาท

posted: 1 year ago
41,174 views
เครดิตบูโร เรื่องใหญ่ที่คุณห้ามประมาท

comments

เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินชื่อนี้กันมาบ้าง แต่ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงยังไม่รู้ว่าจริงๆมันมีความหมายอย่างไร และความน่ากลัวของการ ‘ติดเครดิตบูโร’ จริงๆแล้วมันร้ายแรงขนาดไหน สำหรับวัยรุ่นหรือคนที่กำลังเริ่มจัดการธุรกรรมการเงินด้วยตัวเอง ควรอ่านบทความนี้ให้จบนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน


เครดิตบูโรคืออะไร?

เครดิตบูโร (Credits Bureau) ไม่ใช่ชื่อสถานะ การติดเครดิตบูโรจริงๆแล้วไม่มีความหมายอะไรเลย เพราะเมื่อท่านเริ่มทำธุรกรรมกับสถาบันทางการเงินที่ร่วมมือกับ “เครดิตบูโร” ท่านก็จะมีชื่ออยู่ในนั้นเรียบร้อยแล้ว เครดิตบูโรเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นเพื่อใช้งานทั่วโลกโดยมีกลุ่มสมาชิกเป็นธนาคารต่างๆ มีจุดประสงค์เพื่อเป็นฐานข้อมูล วัดระดับความน่าเชื่อถือในการทำธุรกรรมทางการเงินของลูกค้า

ขอบคุณภาพจาก http://www.therightmove.org

การติดเครดิตบูโร จริงๆแล้วหมายถึง ประวัติการทำธุรกรรมทางการเงินในฐานข้อมูลเครดิตบูโรไม่ดี หรือมีหนี้ค้างชำระที่กลายเป็นหนี้สูญสำหรับธนาคาร ผู้ให้บริการทางการเงิน บ้างก็ใช้คำว่าติดเครดิตบูโร บางคนใช้คำว่าติด แบล็คลิสต์ ซึ่งจะทำให้หลังจากนั้น ชีวิตการเงินของเราแย่ขึ้นทันที

ติดแบล็คลิสต์ของเครดิตบูโร จะทำให้เราไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินกับกลุ่มสมาชิกของเครดิตบูโรได้เลย ยกตัวอย่างเช่น ทำบัตรเครดิต หรือ การเปิดบัญชีธนาคาร เป็นต้น

วิธีแก้ไขเดียวของผู้ติดบัญชีดำ คือ ต้องชำระหนี้ก้อนนั้นให้หมด จะช้าหรือเร็ว หากเคลียร์หนี้ก้อนนั้นได้ ก็จะลบชื่อจากแบล็คลิสต์ของเครดิตบูโรได้เช่นเดียวกัน


ทางออกคือจ่าย แต่ไม่ง่ายขนาดนั้น

เมื่อชำระหนี้สินที่ทำให้ติดแบล็คลิสต์ในเครดิตบูโรได้แล้ว ยังต้องใช้เวลาถึง 3 ปี หรือ 36 รอบบัญชี (36 เดือน) นับจากวันที่เจ้าหนี้ส่งเรื่องปลดแบล็คลิสต์กับเครดิตบูโร โดยระหว่าง 3 ปี นั้นก็จะยังทำธุรกรรมทางการเงินไม่ได้ เพราะชื่อจะยังติดอยู่

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละธนาคารด้วย ว่าหนี้ของที่ก่อปัญหามีขนาดเล็กใหญ่ขนาดไหน มีระยะเวลาในการผ่อนชำระคืนอย่างไร ดังนั้นหากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่กำลังอยู่ในบัญชีหนังหมาของเครดิตบูโรอยู่ รีบจัดการให้เรียบร้อยจะดีที่สุด

สาเหตุที่ทำให้คนติดเครดิตบูโร

ปัจจัยที่ร่างชื่อลงบนบัญชีดำของเครดิตบูโรที่พบมากที่สุดคงไม่พ้น ‘สินเชื่อส่วนบุคคล’ หรือพูดง่ายๆว่า บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด ที่ใช้กันครึ่งประเทศนี่แหละ เพราะหลายๆคนมักชะล่าใจและหลงระเริงในอำนาจของเครดิตการ์ด จนชำระหนี้ไม่ทัน พอพ้นช่วงโปรโมชั่นไร้ดอกของบัตรขึ้นมาที ก็จ่ายไม่ไหว

 

แม้สินเชื่อส่วนบุคคลจะมีช่วงระยะเวลาที่ดอกเบี้ยต่ำ แต่เมื่อผ่านจุดจุดหนึ่งไปแล้ว ดอกเบี้ยจะขึ้นมาถึง ร้อยละ 15 หรือ ร้อยละ 20 เป็นน้องๆหนี้นอกระบบได้เลย


ขอบคุณภาพจาก https://easybackgrounds.com

อีกสาเหตุที่พบเจอได้บ่อยคงไม่พ้นความประมาทเลินเล่อ ไม่ว่าจะจากการย้ายที่อยู่และลืมแจ้งธนาคาร ทำให้ใบแจ้งหนี้หายไป หรือจากหนี้มูลค่าน้อยที่ไม่ยอมจัดการเสียทีจนลืม กว่าจะมาเคลียร์กันจนจบ ก็เสียเวลาไปแล้วอีกเท่าไหร่


ข้อแนะนำในการหาทางออก

 

  • ต่อรองกับสถาบันทางการเงินที่คุณเป็นหนี้ด้วย หาวิธีชำระให้หมดไปที่ดีที่สุด ผ่อนชำระหรือโปะเป็นก้อนก็ว่าไป ทุกๆธนาคารเองก็ต้องการที่จะได้เงินของตัวเองคืนอยู่แล้ว ด้วยการต่อรองที่ดี มีเหตุมีผล ก็อาจจะช่วยลดหย่อนภาระและช่วยฆ่าชื่อในบัญชีได้ เพราะหากคุณเลือกที่จะทิ้งมันไปอย่างนั้น อนาคตการทำการใหญ่อย่างเริ่มธุรกิจ ซื้อบ้าน ซื้อรถยนต์ก็จะเป็นเรื่องลำบากสำหรับคุณ
  • มองหาทางออกที่ไม่สนใจเครดิตบูโร(แต่ไม่ใช่นอกระบบ) มีสินเชื่อบางชนิดที่ไม่สนใจว่าคุณจะติดแบล็คลิสต์ในเครดิตบูโรหรือไม่ และไม่ใช่เงินกู้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูงเกินไป ยกตัวอย่างเช่นสินเชื่อทะเบียนรถยนต์หรือสินเชื่อรถแลกเงิน ซึ่งสินเชื่อประเภทนี้จะมีดอกเบี้ยที่สูง แต่มีระบบการทำงานที่สุจริตและมีหลักฐานประกอบ แต่ก็ใช่ว่าทุกผู้ให้บริการสินเชื่อทะเบียนรถยนต์จะปล่อยสินเชื่อให้ เพราะการติดอยู่ในบัญชีดำของเครดิตบูโรนั้นเป็นเรื่องใหญ่ระดับสากล

เมื่อเข้าใจเรื่องเครดิตบูโรกันแล้ว ก็รู้แล้วนะครับว่าความประมาทเรื่องวินัยทางการเงินมันเป็นปัญหาขนาดไหน การจัดการปัญหาเรื่องนี้สำหรับบางคนอาจกินเวลาเกือบครึ่งทศวรรษ สำหรับบางคนก็กลายเป็นบุคคลล้มละลายไปเลยก็มี

ปัจจุบันการเช็คเครดิตบูโรทำได้ง่ายมาก แม้แต่ทางตู้เอทีเอ็มก็ทำได้แล้ว เสียค่าบริการบ้าง แต่สำหรับใครที่ กู้สินเชื่อ บ่อยๆหรือมีปัญหาการเงินที่ตกค้างไว้ ก็อย่าลืมเช็คกันดูนะครับ เดี๋ยวจะเสียเวลาไปฟรีๆ
สำหรับใครที่อยากศึกษาเพิ่มเติม หรือสอบถามวิธีการตรวจเช็ค ไปได้ที่ https://www.ncb.co.th


avatar
by Smallville

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon