หนี้บัตรเครดิต VS หนี้บัตรกดเงินสด ควรใช้หนี้อะไรก่อน

posted: 1 year ago
หนี้บัตรเครดิต VS หนี้บัตรกดเงินสด ควรใช้หนี้อะไรก่อน

comments

ปัญหาเรื่องหนี้สินดูเหมือนจะเป็นปัญหาการเงินที่คนส่วนใหญ่พบเจอมากที่สุดเลยก็ว่าได้
คำถามที่มักจะได้รับบ่อยๆ เลยก็คือ มีหนี้อยู่ xxx บาทเราจะจัดการมันยังไงดี วิธีที่แนะนำให้ทำก่อนเลยก็คือแยก “หนี้ดี” กับ “หนี้เลว” ออกมาก่อน หลังจากนั้น ค่อยมาดูว่า หนี้เลวของเรามีอะไรกันบ้าง หนี้บัตรเครดิต หนี้บัตรกดเงินสด ฯลฯ


หนี้บัตรเครดิต

หนี้บัตรเครดิต VS หนี้บัตรกดเงินสด 

  • หนี้ดี

ก็คือหนี้ที่ทำให้เกิดรายได้มากกว่ารายจ่าย เช่น หนี้ที่เราก่อเพื่อไปทำธุรกิจ หนี้ที่เรากู้ซื้อคอนโดเพื่อเอาไปปล่อยเช่า เป็นต้น

  • หนี้เลว

ก็คือหนี้ที่ทำให้เกิดรายจ่ายมากกว่ารายได้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหนี้การบริโภค เช่น การซื้อมือถือใหม่ รถคันใหม่ ไปเที่ยวต่างประเทศ ฯลฯ

ทีนี้เอาหนี้เลวมาดูว่า หนี้ก้อนไหนที่ดอกเบี้ยเยอะที่สุด ให้เริ่มจัดกการกับหนี้เลวก้อนนั้นก่อนเสมอ ถ้าไม่หนี้นอกระบบ ที่ดอกเบี้ยมหาโหด ดูแค่พวกเงินกู้ในระบบเท่านั้นก็พอ

ซึ่งหนี้ที่น่าจะโผล่ขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆก็คือ “หนี้บัตรกดเงินสด” กับ “หนี้บัตรเครดิต” นี่แหละ

แนะนำได้เลยว่าถ้าเป็นหนี้ทั้ง 2 อันเชื่อได้ว่าน่าจะเข้าขั้นวิกฤตแล้วล่ะครับ เพราะบัตรกดเงินสดส่วนใหญ่น่าจะเป็นทางเลือกสุดท้ายที่เราจะเอาเงินออกมาใช้ ดังนั้้น ถ้าเป็นทั้ง “หนี้บัตรกดเงินสด” และ “หนี้บัตรเครดิต” แนะนำว่าให้จัดการกับหนี้บัตรกดเงินสดก่อนเสมอ


หนี้บัตรเครดิต

ทำไมไม่เคลียร์ หนี้บัตรเครดิต ก่อน

เพราะว่าบัตรกดเงินสดจะมีดอกเบี้ยที่สูงมากกว่า และวิธีการคิดดอกเบี้ยที่เร็วกว่าบัตรเครดิต ถ้าเราใช้บัตรเครดิตที่มีช่วงปลอดดอกเบี้ยอยู่ประมาณ 30-45 วันขึ้นอยู่กับบัตรเครดิตที่เราใช้ แต่บัตรกดเงินสดเราจะเริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่เราไปตู้ ATM แล้วกดเงินสดออกมาเลย

แน่นอนว่า ช่วงที่เราจะปลดหนี้เราต้องประหยัดมากกว่าปกติเพื่อนำเงินมาจัดการหนี้ที่มีปัญหาอยู่ และถ้าเรายิ่งจัดการช้าก็จะยิ่งมีดอกเบี้ยตามมาเรื่อยๆ แล้วยิ่งเป็นดอกเบี้ยจากบัตรกดเงินสดและหนี้บัตรเครดิตแล้วมีต้นทุนที่สูงมากเรียกว่าได้ 1 ปีก็ 20%++ เลยทีเดียว


หนี้บัตรเครดิต

เคลียร์ หนี้บัตรเครดิต ด้วยการ รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

วิธีที่มักจะแนะนำให้ทำสำหรับคนที่มีหนี้บัตรเครดิตสูงก็คือ การขายสินทรัพย์บางอย่างที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้และมีค่าเสื่อมราคาต่อปีสูงๆ เพื่อมาจัดการหนี้บัตรเครดิตก่อน

ถ้าเราไม่อยากขายเราอาจจะเอาสินทรัพย์ไปวางเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงินเพื่อนำเงินก้อนมารีไฟแนนซ์บัตรเครดิตก็สามารถได้เช่นกัน

วิธีนั้นจะช่วยทำให้ภาระดอกเบี้ยที่เราต้องโดนในทุกๆ วันลดลง รีไฟแนนซ์บัตรเครดิตก็จะช่วยทำให้เรามีรายจ่ายที่น้อยลงได้

และอีกวิธีที่แนะนำก็คือการลองหารายได้อื่นเพิ่มเติม เพราะการประหยัดหรือการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต เราทำได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น แต่การที่เราสามารถหาได้รายได้เพิ่มขึ้น ถ้าพูดกันแล้วก็สามารถเพิ่มได้แบบไม่จำกัดตามความสามารถของเราเลยก็ว่าได้

ช่วงแรกเราอาจจะลองทำโอทีหลังเลิกงานมากขึ้น หรือหารายได้พิเศษช่วงวันเสาร์อาทิตย์ เพื่อเร่งหารายได้มาปลดหนี้ก่อน เป็นสิ่งที่ควรทำเช่นกันในเวลาที่เราเป็นหนี้


avatar
by JK, CFP®
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon