บัตรเครดิต JCB ต่างจากบัตรเครดิตทั่วไปอย่างไรกัน ?

posted: 4 weeks ago
บัตรเครดิต JCB ต่างจากบัตรเครดิตทั่วไปอย่างไรกัน ?

comments

ได้ยิน บัตรเครดิต JCB มานาน แต่ก็ยังไม่หายข้องใจว่ามันต่างจากบัตร VISA หรือ พวกบัตร  MasterCard อย่างไร? แล้วจำเป็นต้องมีไหมนะ? ตาม rabbit finance เปรียบเทียบบัตรเครดิตตัวนี้กัน 

 

บัตรเครดิต JCB คืออะไร

บัตรเครดิต JCB ต่างจากบัตรเครดิตทั่วไปอย่างไร?

ส่องข้อมูลเบื้องต้นของบัตรเครดิตแต่ละประเภท 

สำหรับใครที่ข้องใจ เราก็ขอจำแนก แยกกันง่าย ๆ ให้คุณเข้าใจกันก่อน ดังนี้

  • บัตรเครดิต JCB

บัตร JCB หรือ Japan Credit Bureau เป็นบัตรเครดิตจากผู้ให้บริการเครือข่ายบัตรเครดิตจากประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันนี้ JCB กำลังเข้ามาตีตลาดในประเทศไทย และทำให้เป็นที่รู้จักของคนที่ใช้บัตรเครดิตในไทยมากขึ้น 

บัตรเครดิต JCB มักจะถูกใช้ในวงการท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่ เช่น จองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม และการซื้อสินค้าจากร้านค้าในประเทศญี่ปุ่น นั่นเพราะมีโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะบัตรเครดิต JCB มากมาย และหากใครไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นบ่อย ซื้อของออนไลน์จากประเทศญี่ปุ่นบ่อย การมีบัตรเครดิตของ JCB  จะทำให้คุณสะดวกสบายมากขึ้น (เพราะบางที่ไม่ยอมรับแม้แต่ VISA หรือ MasterCard เลยนะ!)

นอกจากนี้ยังสามารถใช้จ่ายในร้านค้าญี่ปุ่น หรือร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยที่เข้าร่วมรายการได้อีกด้วย เพราะนอกจากได้ส่วนลดคุ้ม ๆ ยังมีสิทธิประโยชน์เหนือระดับอีกด้วย แถมผู้ถือบัตรยังมีสิทธิ์เข้าใช้ Airport Lounge ในสายการบินที่เป็นพันธมิตรของ JCB ในประเทศญี่ปุ่นรวม 28 แห่งเลยนะคะ บอกเลยว่าพิเศษจริงๆ

ไม่แปลกที่ใครๆ ก็แนะนำให้พกบัตรเครดิต JCB ไปเที่ยวญี่ปุ่น

  • บัตรเครดิต VISA

VISA คือ ชื่อผู้ให้บริการเครือข่ายจากประเทศอเมริกา และเป็นบัตรที่มีผู้ใช้มากที่สุด มีทั้งบัตรเครดิต และบัตรเดบิต แน่นอนว่าในไทยคุ้นหน้าคุ้นตาบัตรเครดิต VISA กันอยู่ไม่น้อย

VISA นั้น มีข้อดีคือการนำเทคโนโลยีสำหรับการชำระเงินระดับโลกมาเชื่อมโยงกับการใช้เงินของผู้บริโภคและธุรกิจต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้สามารถให้บริการทั้งธนาคาร และภาครัฐกว่า 200 ประเทศทั่วโลก แถมยังมีร้านค้าต่าง ๆ ที่รองรับบัตร VISA กว่า 28 ล้านแห่ง และตู้ ATM ที่สามารถกดเงินสดได้มากถึง 2 ล้านตู้ ใน 200 ประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว 

  • บัตรเครดิต MasterCard

สำหรับ MasterCard จะเป็นบัตรผู้ให้บริการเครือข่ายจากประเทศอเมริกา ให้บริการทั้งบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรพรีเพด โดยรวมแล้วจะไม่ต่างจากบัตร VISA มากนัก เพียงแต่ว่าหลาย ๆ ประเทศจะรองรับบัตรเครดิต MasterCard มากกว่า 30 ล้านแห่ง

หากคุณคิดว่าตนต้องซื้อของ ใช้จ่าย รวมถึงเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ๆ และอาจจะโชคไม่ดีเจอร้านที่ไม่รับ VISA จริง ๆ เจ้าบัตรเครดิต MasterCard นี่แหละ ที่เหมาะจะกู้สถานการณ์ที่ว่าได้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็จะพกไว้ทั้ง 2 แบบ

บัตรเครดิต JCB ต่างกันยังไง

  • บัตรเครดิต UnionPay

นอกจากบัตรเครดิตทั้ง 3 ค่ายดังข้างบนแล้ว บางคนอาจจะคุ้นหูคุ้นตากับ UnionPay อยู่บ้าง โดยบัตรเครดิต UnionPay จะเป็นผู้ให้บริการบัตรเครดิตที่มาจากประเทศจีน มีใช้ใน 141 ประเทศทั่วโลก 

ดังนั้น เจ้าบัตร UnionPay ก็จะเหมาะมาก ๆ ถ้าใครที่เดินทางไปประเทศจีน มาเก๊า ไต้หวัน หรือฮ่องกงบ่อย ๆ เพราะสามารถจับจ่ายใช้สอยได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงแรม สวนสนุก หรือจะช้อปกระหน่ำก็ยังมีส่วนลดให้อีกด้วยนะ

  • บัตรเครดิต AMEX

AMEX หรือชื่อเต็มคือ American Express เป็นบัตรเครดิตจากประเทศสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกับ VISA และ MasterCard นั่นแหละ แต่อาจจะไม่คุ้นหูคนไทย

ปกติ AMEX จะให้บริการบัตรแบบชาร์จการ์ดมากกว่า ซึ่งเป็นบัตรที่ไม่มีการจำกัดวงเงิน แต่มีเงื่อนไขว่าต้องชำระบิลแบบเต็มจำนวนเท่านั้น ไม่สามารถเลือกจ่ายขั้นต่ำแบบบัตรเครดิตทั่วไปได้ ก็เลยยังไม่ค่อยได้รับความนิยมในไทยมากนัก

 

บัตรเครดิตแต่ละประเภทก็มีการใช้งานที่แตกต่างกัน ผู้ใช้ก็สามารถเลือกให้เข้ากับความถนัด หรือไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้  รวมไปถึงการเลือกสมัครบัตรเครดิตกับผู้ให้บริการเครือข่ายการชำระเงิน (Payment Gateway) ที่มีเงื่อนไขตรงใจสุด ๆ

บัตรเครดิต JCB เลือกใช้งาน

ต่างกันแค่ผู้ให้บริการ แล้วแบบนี้เลือกบัตรแบบไหนดี ?

อย่างที่เราบอกไป หลัก ๆ แล้วแบรนด์เหล่านี้ คือแบรนด์ของผู้ให้บริการเครือข่ายการชำระเงิน โดยมีหลักการว่า เครือข่ายการชำระเงินนี้จะทำการส่งข้อมูลการชำระเงินไปให้กับธนาคารที่เราสมัครบัตรเครดิตไว้เพื่อเรียกเก็บได้ในภายหลัง  และบัตรเครดิต 1 ใบ ก็จะมีแค่ 1 เครือข่ายเท่านั้นนะคะ 

แล้วแบบนี้เราจะเลือกใช้ของแบรนด์ไหนดีนะ ?

คำตอบนั้นไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของผู้ที่เป็นเจ้าของบัตรเครดิตมากกว่า เช่น หากเราต้องเดินทางไปญี่ปุ่นบ่อย ๆ ซื้อของออนไลน์ผ่านร้านค้าในญี่ปุ่น หรือเป็นสาวกอาหารญี่ปุ่นแบบเต็มขั้น บัตรเครดิต JCB ก็ดูจะตอบโจทย์และน่าสนใจมาก ๆ เพราะใช้จ่ายง่าย และร้านค้าบางแห่งในญี่ปุ่นจะเปิดรับแค่ JCB รวมถึงการให้สิทธิพิเศษมากกว่าบัตรประเภทอื่น

แต่กลับกัน หากคุณจะไปต่างประเทศ และอยากให้ชัวร์ว่าบัตรเครดิตรูดได้ทุกที่ บัตรเครดิตจำพวก VISA และ MasterCard จะเหมาะสมกว่า เพราะสามารถใช้ได้ทั่วโลก รวมทั้งคนที่ต้องไปเรียนต่อ ไปทำงาน หรือสร้างครอบครัวในต่างแดน บัตรเครดิต VISA และ MasterCard ก็โดนใจสุดแล้ว

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลือกบัตรเครดิตจากธนาคารแต่ละแห่งมากกว่า เพราะแต่ละบัตรเครดิต แต่ละธนาคารจะให้โปรโมชั่นที่แตกต่างกันออกไป เช่น บางบัตรให้แต้มสะสมมากเป็นพิเศษหากคุณใช้เติมน้ำมัน หรือ บางบัตรเครดิตให้คุณผ่อน 0% ได้ในร้านค้าที่ร่วมรายการ ก็ต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน

สำหรับใครที่อยากจะลองเลือกและเปรียบเทียบบัตรเครดิตก็ต้องนี่เลย บริการเปรียบเทียบบัตรเครดิตจาก rabbit finance ที่จะช่วยให้การเลือกทำบัตรเครดิตของคุณง่ายขึ้น ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ตรงใจผู้ใช้งาน เพราะเราจำแนกหมวดหมู่ไว้อย่างดี ไม่ว่าคุณจะเป็นสายกิน สายเที่ยว สายช้อป ก็สามารถเลือกสรรได้อย่างสบายใจ

มาเลือกบัตรเครดิตดี ๆ ที่ตรงใจ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กันดีกว่า


avatar
by คะน้าใบเขียว
นักเขียนรุ่นไฮบริด ผู้ไม่คุ้นชินกับมักเกิ้ล ชอบกลางคืน มีความสุขเป็นพิเศษถ้าได้กินแซลมอน และผูกมิตรได้ด้วยของกินอร่อยๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon