กฎหมายเงินดิจิทัล สกัดฟอกเงิน-ซื้อเสียง ได้จริงหรือ?

posted: 1 year ago
กฎหมายเงินดิจิทัล สกัดฟอกเงิน-ซื้อเสียง ได้จริงหรือ?

comments

รู้กันอยู่แล้ว ว่า เทคโนโลยี มันมีประโยชน์กับชีวิตและสังคมปัจจุบันของเรามากแค่ไหน การมีอินเตอร์เน็ต หรือ คอมพิวเตอร์สักเครื่อง ทำให้เราสามารถเปิดโลกทัศน์ได้กว้างขึ้นอีกหลายล้านเท่า เราสามารถรับรู้ข่าวสารและความเป็นไปของอีกซีกโลกหนึ่งได้ โดยใช้เวลาไม่ถึงนาที อีกทั้งมันยังทำให้การติดต่อสื่อสารทางไกล ง่ายและสะดวกมากขึ้น เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสด้วย

โลกดิจิทัล พัฒนาตัวเองไปอย่างรวดเร็วจนมนุษย์อย่างเราปรับตัวตามแทบจะไม่ทัน จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเทคโนโลยีที่เป็นประโยน์ อย่างสกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโตเคอเรนซี่ กลับต้องตกไปเป็นเครื่องมือแสวงหาผลกำไรของกลุ่มคนผู้ไม่หวังดี เพียงเพราะ โลกยังไม่มีกฎหมายเข้ามากำกับดูแล และถึงแม้จะมี มันจะเพียงพอหรือไม่ที่จะยับยั้งการทุจริตผ่านเงินดิจิทัลได้อย่างถาวร


เงินดิจิทัล 1

สาเหตุที่ทำให้ เงินดิจิทัล กลายเป็นเครื่องมือ ในการฟอกเงิน

นับวัน สกุลเงินดิจิทัล ยิ่งเป็นที่ยอมรับและมีบทบาทในโลกของการเงินมากขึ้น ทำให้มันยิ่งเสี่ยงที่จะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทุจริตคดโกง รวมไปถึง การฟอกเงิน มากขึ้นด้วยเช่นกัน

1. ความไม่เปิดเผยตัวตน

ถึงแม้เหรียญดิจิทัลดังอย่าง บิทคอยน์ (Bitcoin) จะมีฟีเจอร์ให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบประวัติการทำธุรกรรมได้อย่างเสรี แต่ก็ยังมีอีกหลายสกุลเงิน อย่าง Zcash, Monero หรือ Dash ที่มีจุดเด่นในเรื่องของ การไม่เปิดเผยตัวตนของผู้ใช้ (Anonymous) รวมถึงการปกปิดประวัติการทำธุรกรรมเงินดิจิทัลด้วย

ทำให้เราไม่สามารถตรวจสอบการทำธุรกรรมใดๆหรือแม้แต่ใคร ที่กำลังทำธุรกรรมอยู่ได้เลย (บางเหรียญใครสร้าง เรายังไม่รู้เลย)

ซึ่งถ้ามองในแง่ดี การไม่เปิดเผยตัวตนเป็นการช่วยป้องกันการโจรกรรมข้อมูลทางออนไลน์ได้อย่างหนึ่ง แต่มันก็เป็นหนทาง ให้นักโกงทั้งหลายสามารถแอบฟอกเงินอย่างลับๆได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

2. โอนเงินข้ามชาติได้เพียงเสี้ยววินาที

สกุลเงินดิจิทัล ได้รับการยอมรับว่าเป็นหน่วยกลางในการแลกเปลี่ยนมากขึ้นทุกวัน การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล สามารถทำจากที่ไหนหรือเมื่อไหร่ก็ได้ จะโอนเงินจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่งก็ง่าย หรือ ซื้อขายของโดยใช้เงินดิจิทัล แล้วนำไปเปลี่ยนเป็นสกุลเงินกระดาษภายหลังก็ได้เช่นกัน

ดังนั้น จึงไม่แปลกที่ความสะดวกนี้ จะเป็นช่องทางของการฟอกเงิน รวมถึงการใช้จ่ายเงินเพื่อกระทำการผิดกฎหมาย อย่างการติดสินบนหรือซื้อเสียงเลือกตั้งด้วย

3. ยังไม่มีกฎหมายควบคุมที่เป็นมาตรฐานแน่นอน

ช่องโหว่หลักๆที่ทำให้สกุลเงินดิจิทัล กลายมาเป็นเครื่องมือในการฟอกเงินและทุจริตชั้นดี คือ การที่มันยัง ไม่มีกฎหมาย เข้ามากำกับดูแลที่เป็นมาตราฐานสากล ทำให้บางประเทศที่ยังไม่มีกฎหมายควบคุมเงินดิจิทัลเกิดขึ้น กลายเป็นบ่อเงินสำคัญ ที่นักฟอกเงินทั้งหลาย จ้องจะเข้ามาฉกฉวยผลกำไรกันมากมาย

การมีมาตราการณ์ดูแลการใช้สกุลเงินดิจิทัล รวมถึงบทลงโทษเมื่อมีการทุจริตเกิดขึ้น จะช่วยทำให้การใช้เงินดิจิทัลมีความปลอดภัยมากขึ้นและยังช่วยลดช่องว่างในการทุจริตได้อีกด้วยค่ะ


ต่างชาติเตือน ให้ไทยระวัง การฟอกเงิน-ซื้อเสียงเลือกตั้ง ผ่าน สกุลเงินดิจิทัล

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในงาน “Symposium Thailand 4.0” จัดโดย มูลนิธินิติศาสตร์ และกองทุนศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า

มีสัญญาณเตือนจากต่างประเทศ ให้ไทยระวังการฟอกเงินจากสิ่งผิดกฎหมาย เช่น สิ่งเสพติด หรือ การค้ามนุษย์ ผ่านการนำเข้ามาไว้ในสกุลเงินดิจิทัล อย่าง บิทคอยน์ (Bitcoin) และในระหว่างที่ประเทศไทยกำลังเข้าใกล้ช่วงเลือกตั้ง ก็ให้คอยระวังทำการซื้อสิทธิ์ขายเสียงโดยใช้สกุลเงินดิจิทัลไว้ด้วย

คำเตือนนี้ ทำให้รัฐบาลไทย มีการประกาศใช้ “พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล” และ “พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 19” อย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันปัญหา (อ่านประกาศฉบับเต็ม ที่นี่ )

โดยกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา และจะมีการเปิดรับความเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อมาปรับปรุงเป็นพระราชบัญญัติและกฎหมายที่สมบูรณ์ต่อไปในภายหลัง


เงินดิจิทัล 2

สาระสำคัญ ของ พระราชกำหนด ควบคุมเงินดิจิทัล

สาระสำคัญของ พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 19 มีความคล้ายคลึงกับ พรก. ควบคุมเงินดิจิทัล ที่เคยออกมา เมื่อเดือน มีนาคม 61 อยู่ แต่ก็มีรายละเอียดและความชัดเจนมากขึ้นด้วย

สาระสำคัญ มีคร่าวๆ อยู่ 4เรื่อง คือ

  • การให้ความหมายของ สกุลเงินดิจิทัล

เกี่ยวกับคำศัพท์ต่างๆของสกุลเงินดิจิทัล เช่น คริปโตเคอเรนซี่ โทเคนดิจิทัล สินทรัพย์ดิจิทัล และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

  • หลักเกณฑ์การใช้สกุลเงินดิจิทัลในประเทศไทย

เช่น วิธีการคำนวณสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเงินไทย หลักเกณฑ์และวิธีการแลกเปลี่ยน ซื้อขาย ส่งมอบ หรือ โอนสกุลเงินดิจิทัล รวมถึงการกํากับและควบคุมการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย

  • การระบุโทษตามกฏหมายอาญา

เป็นการกำหนดโทษทางกฎหมายอาญา ในกรณีต่างๆ เช่น การเสนอขายโทเคนดิจิทัลโดยฝ่าฝืนหรือไม่ได้รับอนุญาต, การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยมิได้รับอนุญาตตามกฎหมาย เป็นต้น

  • การเก็บภาษีเงินดิจิทัล 15%

หากมีกำไรหรือผลประโยชน์จากการโอน ทรัพย์สินดิจิทัล จะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% และถ้ามีรายได้จากเงินดิจิทัล ก็จะต้องเอาไปยื่นภาษีเงินได้ อีกต่อหนึ่งด้วย

พระราชกำหนดทั้ง 2 ถือเป็นจุดเริ่มต้น ที่ทำให้ประเทศไทย เข้าใกล้การมีกฎหมายควบคุมและกำกับดูแลการใช้สกุลเงินดิจิทัลมากขึ้น ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดการทุจริตผ่านเงินดิจิทัล ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศในอนาคตได้อีกด้วย


เงินดิจิทัล 3

กฎหมายควบคุมเงินดิจิทัล จะสกัดการฟอกเงิน-ซื้อเสียงเลือกตั้ง ได้จริงหรือไม่?

สำหรับตัวผู้เขียนเองมองว่า การมีกฎหมายเข้ามากำกับดูแล สกุลเงินดิจิทัล ในประเทศไทย ถึงแม้จะทำให้การทำธุรกรรมเงินดิจิทัลหรือการระดมทุน ico มีความยุ่งยากมากขึ้น แต่มันก็จะทำให้การทำธุรกรรมผ่านเงินดิจิทัลมีความปลอดภัย น่าเชื่อถือ และเป็นที่ยอมรับมากขึ้นด้วยค่ะ

อย่างไรก็ดี มันจะสามารถหยุดการฟอกเงินหรือการซื้อเสียงเลือกตั้งได้หรือไม่นั้น ตอบได้ยาก เพราะ ถึงแม้จะไม่ใช้เงินดิจิทัลก็ยังมีช่องทางอื่นๆอีก ที่จะสามารถ ทำการทุจริต ได้อยู่ดี

ส่วนตัวมองว่า กฎหมายฉบับนี้คงจะไม่ได้ช่วยสกัดการโกงได้แบบ 100% แต่อย่างน้อยก็มีส่วนช่วยทำให้การฟอกเงินหรือซื้อเสียงด้วยวิธีนี้ มีความลำบากและสามารถตรวจจับได้ง่ายมากขึ้นแน่นอนค่ะ

นอกจากนั้น การเก็บภาษีเงินดิจิทัล 15% ยังช่วยทำให้ช่องทางการโกงนี้ มีความน่าสนใจน้อยลงด้วย เนื่องจากยิ่งมีเหรียญดิจิทัลเยอะ ยิ่งต้องจ่ายภาษีแพง ถ้าไม่จ่ายก็เสี่ยงโดน เรียกภาษีย้อนหลัง อีก ดังนั้น มันจึงไม่ค่อยคุ้มที่จะเสี่ยงเท่าไหร่นั่นเองค่ะ

ถึงแม้จะมี พรก.เงินดิจิทัล ออกมาแล้ว แต่ประเทศไทย ยังห่างไกลจากการ ยอมรับธุรกรรมเงินดิจิทัลแบบเต็มตัว อยู่ ดังนั้น เราก็คงจะต้องลุ้นกันต่อไป ว่าอนาคตของคริปโตเคอเรนซี่ในไทยจะมุ่งหน้าไปในทิศทางไหนค่ะ ยังไงอย่าลืมติตาม rabbit finance ไว้นะคะ รับรองว่าเราจะมาอัพเดตให้คุณก่อนใครแน่นอน


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon