ครม. เห็นชอบ เล็งเก็บภาษีเงินดิจิทัล 15%

posted: 1 year ago
ครม. เห็นชอบ เล็งเก็บภาษีเงินดิจิทัล 15%

comments

มีมาให้อัพเดตกันอย่างต่อเนื่องเลย สำหรับเรื่องราวของสกุลเงินดิจิทัลหรือคริปโตเคอเรนซี่ ซึ่งล่าสุด เมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี ได้เห็นชอบในหลักการร่างพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจทรัพย์สินดิจิทัลและร่างแก้ไขประมวลรัษฎากรเพื่อการจัดเก็บภาษีรายได้และเงินปันผลที่เกิดจากการลงทุนเงินสกุลดังกล่าวแล้ว

หมายความว่า  ในอนาคตประเทศไทยจะเริ่มมีกฎหมายกำกับดูแลและควบคุม เงินดิจิทัล อย่างเป็นทางการแล้ว


ทำไมจึงต้องมีพระราชกำหนดควบคุมเงินดิจิทัล

ที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายควบคุมและกำกับดูแลสกุลเงินดิจิทัลใดๆออกมาอย่างเป็นทางการ ทำให้มันเกิดช่องโหว่ใน การฟอกเงิน และฉ้อโกงสูง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่า

รายละเอียดของกฎหมายนี้ จะกำกับดูแลไม่ให้มีการนำเรื่องสกุลเงินดิจิทัล ไปใช้ในกระบวนการฟอกเงินหรือหลอกลวงประชาชนเช่นเดียวกับกรณีของ แชร์ลูกโซ่ โดยคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ที่ต้องดูรายละเอียดให้รอบคอบก่อนที่จะเผยแพร่ต่อสาธารณชน จึงขอนำเรื่องนี้ไปตรวจสอบในรายละเอียดให้ถูกต้องชัดเจน และหากต้องแก้ไขก็จะนำเสนอให้ ครม. เห็นชอบอีกครั้ง

ซึ่งพระราชกำหนดที่ออกมา จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถเปิดรับ เทคโนโลยีใหม่ๆ เกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซี่ที่จะเข้ามาได้มากขึ้น โดยไม่ได้มีการปิดกั้นหรือปฏิเสธสกุลเงินดิจิทัลแต่อย่างใด แต่จะช่วยดูแลไม่ให้เกิดการฟอกเงินหรือการทำธุรกิจที่ผิดกฎหมายมากกว่า


ภาษีเงินดิจิทัล1

สาระสำคัญของพระราชกำหนดควบคุมเงินดิจิทัล

ในเบื้องต้นคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบการร่างพระราชกำหนด 2 ฉบับ หลังจากนั้น กระทรวงการคลังจะออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีก 4 ฉบับ และคณะกรรมการกำกับ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์จะออกกฎหมายอีก 5 ฉบับ

ซึ่งคาดว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีจะพิจารณาเสร็จสิ้นภายในเดือน มีนาคมนี้ และรัฐบาลน่าจะพร้อมประกาศใช้ได้ทันที ซึ่งพระราชกำหนดทั้ง 2 ฉบับ มีใจความสำคัญ ดังนี้

ร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร เรื่องการจัดเก็บภาษีจากทรัพย์สินดิจิทัล

1. การจำกัดความเกี่ยวกับ “ทรัพย์สินดิจิทัล”

พ.ร.ก. เพิ่มเติมฉบับนี้ ได้กำหนดนิยามของทรัพย์สินดิจิทัลใน มาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร โดยให้หมายความว่า “ทรัพย์สินดิจิทัล ” ได้แก่ 3 สิ่ง คือ

หมายความว่า หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่อาจมีราคาหรือมูลค่าอันถือเอาได้ โดยเป็นการตกลงหรือยอมรับระหว่างบุคคลในการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้า บริการ หรือสิทธิอื่นใด โดยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่มีการอ้างอิงเงินตรา

  • โทเคนดิจิทัล

หมายความว่า หน่วยแสดงสิทธิในรูปหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นเพื่อกำหนดสิทธิของบุคคลใน การเข้าร่วมลงทุน ในโครงการหรือกิจการใดๆ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้า บริการ หรือสิทธิอื่นใด ทั้งนี้ ตามข้อตกลงที่กำหนดไว้

  • ทรัพย์สินในรูปหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

หมายความว่า ทรัพย์สินในรูปหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อื่นใดตามที่ รมว.คลังได้ประกาศกำหนดไว้

2. การจัดเก็บภาษีเงินดิจิทัลและไอซีโอ 15%

อีกหนึ่งใจความสำคัญ ของ พ.ร.ก. ข้อนี้ คือ จะมีการจัดเก็บภาษีสกุลเงินดิจิทัลและ ไอซีโอ จากผู้ประกอบการด้วยวิธีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตรา 15% เมื่อมีรายได้จากการขายสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งมาจากผลกำไร เงินปันผล หรือผลประโยชน์ตอบแทน เป็นต้น

โดยผู้ที่มีเงินได้ จะต้องนำไปร่วมคำนวณเงินได้สุทธิเพื่อ เสียภาษีเงินได้ส่วนบุคคล ด้วยและสามารถขอภาษีคืนได้เช่นกัน

ซึ่งเมื่อสกุลเงินดิจิทัล ได้รับการนิยามว่าเป็น สินทรัพย์ แล้ว หมายความว่า จะต้องมีการเก็บ ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT 7% ด้วย ซึ่งจะจัดเก็บไปพร้อมกับกฎหมายใหม่ทั้ง 2 ฉบับเลย

แนวทางการจัดเก็บภาษีเงินดิจิทัล

จะเก็บจากกลุ่มตัวแทน ดีลเลอร์ โบรกเกอร์หรือธุรกิจที่เกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล ส่วนบุคคลรายย่อยทั่วไปจะได้รับการยกเว้นภาษีแวตเหมือนกับการซื้อขายทองคำนั่นเอง ซึ่งพระราชกำหนดเพิ่มเติมจะถูกดูแลโดยกระทรวงการคลังต่อไป


ภาษีเงินดิจิทัล2

ร่างพระราชกำหนด การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

สำหรับประราชกำหนดข้อนี้ จะมีสาระสำคัญเกี่ยวกับ กฎหมายที่กำหนดการขึ้นทะเบียน การออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการ เช่น ตัวแทน ดีลเลอร์ โบรกเกอร์ รวมถึงการยืนยันตัวตน (KYC) และเป็นการกำหนดบทลงโทษทั้งจำทั้งปรับด้วย

นอกจากนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจสกุลเงินดิจิทัล ยังมีหน้าที่ต้องรายงานชื่อผู้ซื้อ ผู้ขาย และจำนวนเงินทั้งหมดให้แก่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินด้วย ซึ่งประกาศเพิ่มเติมต่างๆ ก.ล.ต. จะเป็นผู้กำกับดูแลต่อไป

ส่วนบริษัทเอกชนไทยที่ ออกไอซีโอ ไปแล้วก่อนหน้านี้ จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายใหม่ทั้ง 2 ฉบับภายใน 6 เดือนหลังจากมีการประกาศใช้

เราก็คงจะต้องมารอดูกันต่อไปว่า หลังจากร่างพระราชกำหนดทั้ง 2 ฉบับนี้ผ่านและประกาศออกใช้แล้ว จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรในวงการคริปโตเคอเรนซี่ไทยบ้าง

โดยเฉพาะเมื่อประกาศเก่าในการขอความร่วมมือไม่ให้สถาบันการเงินทำธุรกรรมเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลของ ธนาคารแห่งประเทศไทย ยังอยู่เหมือนเดิม แต่ไม่ว่ายังไง rabbit finance ก็จะนำเรื่องราวความคืบหน้ามาอัพเดตแน่นอนค่ะ


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon