เก็บแล้วนะ! รู้ยัง? ภาษี 15% สำหรับนักลงทุนดิจิทัล

posted: 5 months ago
เก็บแล้วนะ! รู้ยัง? ภาษี 15% สำหรับนักลงทุนดิจิทัล

comments

ถ้าย้อนไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ในต่างประเทศมีการลงทุนสกุล เงินดิจิทัล กันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการลงทุนใน บิทคอยน์ ที่เปรียบเสมือนเงินทั่วไปที่สามารถแลกเปลี่ยนไปมาหากันได้ทั่วโลก ซึ่งจะมีนักลงทุนหน้าใหม่ๆ เข้าอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับประเทศไทยเองที่เริ่มมาคึกคักกับสกุลเงินดังกล่าวในช่วง 4 – 5 ปี ที่ผ่านมา

แต่ด้วยการซื้อขายบิทคอยน์ที่เปลี่ยนแปลงไปเกือบ ทุกนาที ทำให้เกิดความผันผวนรุนแรง ทำให้นักลงทุนไม่อาจคาดการณ์ราคาได้ ล่าสุด รัฐบาลได้ออกฏหมายควบคุมการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล 2 ฉบับ ได้แก่

พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 19) พ.ศ.2561 เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 13 พฤษภาคม และ พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ.2561 บังคับใช้ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพื่อควบคุมผู้ทำธุรกิจทั้งคนซื้อ คนขาย คนโอน หรือผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง หากมีกำไรหรือผลประโยชน์ตอบแทนจากเงินดิจิทัลต้องหักเก็บไว้นำจ่ายภาษีในอัตรา 15%

เงินดิจิทัล

7 สกุล เงินดิจิทัล ที่ต้องเสียภาษี

แนวทางการกำกับดูแลการระดมทุนด้วยวิธีการเสนอขายสินทรัพย์ หรือเหรียญดิจิทัล และ การประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขาย นายหน้าหรือตัวแทนเพื่อการซื้อขายแลกเปลี่ยน และผู้ค้า (Dealer) สินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อช่วยลดโอกาสที่ประชาชนจะถูกหลอกลวง และช่วยภาครัฐในการติดตามการฟอกเงิน

ทั้งนี้ กฎหมายใหม่จะใช้เงินดิจิทัล 7 สกุล เป็นฐานในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ (Base trading pair) และ ลงทุนในไอซีโอ คือ

Bitcoin, Bitcoin cash, Ethereum, Ethereum Classic, Litecoin, Ripple และ Steller

หรือ ท็อปเทนเงินดิจิทัลที่มีการซื้อขายมากที่สุด การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาท หรือ เงินดิจิทัล 7 สกุลที่ประกาศไว้เท่านั้น

เงินดิจิทัล

ข้อดี ของการเก็บภาษี สกุล เงินดิจิทัล 15%

การออกกฎหมายควบคุมธุรกิจเกี่ยวกับเงินดิจิทัลมีข้อดี เพราะจะช่วยลดปัญหาการปั่นราคา การฟอกเงิน ป้องกันมิให้กลายเป็นเครื่องมือหรือช่องทางในการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย  หรือการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ทำให้ต้องมีการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า ผู้เสนอขาย เสนอซื้อ แลกเปลี่ยน ซึ่งต้องทำผ่านผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้น

ทั้งนี้เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค จากการถูกหลอกลวงหรือถูกเอาเปรียบเนื่องจากมีกระบวนการกลั่นกรองคุณสมบัติผู้ประกอบการอย่างละเอียด และทำให้ผู้ลงทุนได้รับข้อมูลถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอต่อการตัดสินใจในการลงทุน


เงินดิจิทัล

ข้อเสีย ของการเก็บภาษี เงินดิจิทัล 15%

การกำหนดภาษีไว้สูงถึง 15% น่าจะเป็นการอิงตัวเลขมาจากภาษีการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ แต่ซื้อขายหุ้นตอนนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจ่ายภาษี ปัญหาคือจะพิสูจน์ได้อย่างไรว่า กำไรหรือขาดทุน เช่น ซื้อบิทคอยน์มานานมาก แต่เพิ่งไปแลกเป็นเงินโอนเข้ามา ตอนซื้อ 1 บิทคอยน์เท่ากับ 100,000 บาท ตอนนี้ 200,000 บาท ซื้อมาหลายปีก่อนมีกฎหมายด้วย หากคิดจากส่วนต่างทำได้ยาก เพราะไม่มีราคากลาง ไม่เหมือนซื้อขายที่ดินมีราคากลางประเมินไว้

เงินดิจิทัล

6 ข้อ ต้องรู้ ก่อนลงทุน เงินดิจิทัล

สกุลเงินดิจิทัล หรือ Cryptocurrency เช่น บิทคอยน์ ถือเป็นทางเลือกการลงทุน แต่มีความเสี่ยงสูงมาก ดังนั้นก่อนที่นักลงทุนจะก้าวเข้าไปลงทุน จึงควรต้องทำการศึกษาก่อนว่าสิ่งนี้คืออะไร ขุ้้นตอนการลงทุนเป็นแบบไหน ซึ่งข้อมูลการพิจารณาเบื้องต้นมีดังนี้ 

1.ศึกษาข้อมูลพื้นฐานให้ละเอียด

ไม่ว่าจะลงทุนอะไร ก็ควรที่จะศึกษาให้ละเอียด เช่น บิทคอยน์ ถือเป็นเหรียญแรกที่ถือกำเนิดขึ้น คนมีความต้องการซื้อขาย ทำให้ราคาของมันมีมูลค่ามากยิ่งขึ้น เป็นต้น

2.ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

เพราะจะช่วยให้วิเคราะห์ได้ว่า ราคาการซื้อขาย เป็นอย่างไรในช่วงน้ัน เพื่อจับทิศทางการลงทุนได้

3. ไม่ลงทุนตามกระแส หรือไม่ลงทุนตามคนอื่น

มีหลายคนที่ได้ยินหรือฟังคนอื่นพูดต่อๆ กันมา ว่าลงตัวนี้จะสามารถทำกำไรได้หลายเท่าตัว ก็ลงตามคำบอกเล่าโดยไม่มีความรู้หรือข้อมูลใดๆ ที่นำมาวิเคราะห์ ทำให้การลงทุนเกิดความเสี่ยงเป็นอย่างมาก

เงินดิจิทัล

4.เริ่มควรลงทุนเพียง 1- 5%

จากรายได้ที่เข้ามา เพราะการลงทุนที่ดีควรแบ่งจากรายได้ ที่สามารถปล่อยทิ้งไว้ระยะยาวได้ หรือที่เรียกว่า เงินเย็น แบบนี้จะทำให้การลงทุนมีความเสี่ยงน้อยมาก เพราะเรารู้จักแบ่งสัดส่วนเงินได้เป็นอย่างดี เป็นเงินที่ถึงเสียไป ก็ไม่เสียหาย

5.ไม่ควรมองข้ามสกุลเงินอื่นๆ

การลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล ไม่เพียงแต่บิทคอยน์เท่านั้น ที่นักลงทุนให้ความสนใจ แต่ยังมีเหรียญอื่นที่น่าลงทุนไม่แพ้กัน เช่น Ethereum เป็นเหรียญอันดับสอง ที่มีฟีเจอร์เด่นเป็น Smart Contract ทำให้ได้รับความนิยม, Ripple เป็นเหรียญที่มีธนาคารยักษ์ใหญ่ทั่วโลกเข้าร่วมมากมาย ในประเทศไทยก็มี SCB ที่เข้าร่วม

6.การลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลมีความเสี่ยง

ยอมรับว่าความผันผวนเป็นเรื่องปกติและเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุน เราไม่สามารถที่จะหลีกหนีความผันผวนหรือความเสี่ยงไปได้ เพราะตลาดมักจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามข่าวต่างๆ ดังนั้น สิ่งที่สำคัญ คือต้องทำใจยอมรับความผันผวนที่จะเกิดขึ้นให้ได้ เมื่อเลือกที่จะลงทุน ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้นควรศึกษาให้ดีก่อนการลงทุน

ถึงแม้ว่าจะมีกฎหมายออกมารองรับการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล แล้วก็ตาม แต่การลงทุนดังกล่าวก็เปรียบเสมือนเป็นดาบ 2 คม ที่มีทั้งประโยชน์และโทษ ซึ่งประโยชน์ถือเป็นระบบการลงทุนที่สร้างสรรค์ และเหมาะสำหรับผู้ลงทุนกลุ่มสตาร์ทอัพ ส่วนโทษต้องรู้เท่าทันความเสี่ยง เพราะถ้าไม่มีความรู้อาจหมดตัวแบบไม่รู้ตัวได้ อย่างไรก็ดีทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงเสมอ ถ้าคิดจะเลือกเข้ามาลงทุนก็ต้องศึกษาทำความเข้าใจกันอย่างลึกซึ้ง

ขอบคุณข้อมูล   ไทยรัฐผู้จัดการออนไลน์  , เนชั่น ,คม ชัด ลึก 


avatar
by ทานตะวัน
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon