Cut Loss สิ่งที่นักลงทุนต้องทำ

posted: 1 year ago
Cut Loss สิ่งที่นักลงทุนต้องทำ

comments

เมื่อเราพูดถึงการลงทุน แน่นอนว่าสิ่งที่เราต้องเข้าใจเลยก็คือ “ความไม่แน่นอน” หรือ “ความเสี่ยง” ที่เราต้องเจอนั่นเอง เพราะว่าต่อให้เราคาดการณ์ดีแค่ไหน มีข้อมูลมากมายเท่าไหร่ก็ตามหรือแม้แต่เรื่องของการลงทุนแนวเทคนิคดูกราฟ ก็ไม่มีการลงทุนอะไรที่ได้ชัวร์ๆ 100% เลย ถ้าลองมองย้อนกลับไปให้อดีตใครจะไปรู้ว่าราคาน้ำมันที่เคยมีแต่คนคาดการณ์ว่าราคาจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยก็ไปทำราคาสูงสุดแถวๆ 140$ ต่อบาเรล ที่มีช่วงนึงน้ำมันบ้านเราลิตรนึง 40-50 บาทนั่นแหละ แล้วช่วงปีที่ผ่านมาราคาน้ำมันก็ไปราคาต่ำสุดแถวๆ 30$ ต่อบาเรลทำให้เราได้ใช้น้ำมันลิตรนึงต่ำว่า 20 บาทเลยทีเดียว

แล้วไหนจะราคาทองเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้วราคาประมาณบาทละ 4,000 บาทแล้วราคาก็ขึ้นมาเรื่อยๆ จนราคาไปแตะแถวๆ 28,000 บาทคนก็แห่กันไปซื้อบอกว่าราคาจะไป 40,000 บาท แล้วพอหลังจากนั้นราคาทองก็ยังไม่เคยกลับไปแตะแถว 28,000 บาทได้อีกเลย แล้วหนักเข้าไปอีกก็คือราคาทองตกลงมาเหลือแถวๆ 17,000-18,000 บาทด้วยแล้วค่อยราคาเด้งขึ้นมาได้นิดหน่อย

Stock market graph and bar chart price display

หรือแม้แต่ประเด็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสนใจอยู่ตอนนี้ก็คือเรื่องของ “อัตราดอกเบี้ย” ที่คงไม่มีนักวิเคราะห์คนไหนคาดการณ์ได้ถูกเลยว่า “อัตราดอกเบี้ย” จะถูกปรับลดลงมาใกล้ๆ 0% แบบนี้ ทำให้พอร์ตการลงทุนของบริษัทโดยเฉพาะธุรกิจประกันขาดทุนกันจากพอร์ตลงทุนอย่างเห็นได้ชัดเพราะกรมธรรม์หลายๆฉบับการันตีดอกเบี้ยที่สูงยังมีบางเล่มที่ให้ IRR 6% อยู่ก็มีให้เห็นแต่ถ้าเล่มใหม่ๆที่ขายน่าจะไม่เกิน 3% ในปัจจุบัน ทำให้บริษัทประกันต้องหันไปขายสินค้าการเงินประเภทอื่นๆ ที่รับรายได้จากค่าธรรมเนียมแทนอย่าง Unit Linked เป็นต้น



ดังนั้น ถ้าอยากเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จสิ่งสำคัญที่นักลงทุนควรจะมีก็คือการ “Cut Loss” หรือการ “ตัดขาดทุน” เมื่อการลงทุนของเรามาผิดทางจากที่เราคาดการณ์ไว้เพื่อกำหนดความเสียหาย แล้วทำไมเราต้อง Cut Loss ด้วยล่ะ? เราลองมาดูเหตุการณ์ต่างๆ ดังต่อไปนี้ สมมติให้พอร์ตการลงทุนเราขาดทุนตามเหตุการณ์ด้านล่าง

พอร์ตขาดทุน 10%
พอร์ตขาดทุน 20%
พอร์ตขาดทุน 30%
พอร์ตขาดทุน 40%
พอร์ตขาดทุน 50%

ทีนี้ถ้าเกิดเราเจอสภาวะขาดทุนตามด้านบนจริงๆแล้วล่ะก็ แล้วถ้าต้องทำให้พอร์ตกลับมากำไร เราจะต้องทำกำไรเท่าไหร่?

ถ้าพอร์ตขาดทุน 10% เราต้องทำกำไร 11.11%
ถ้าพอร์ตขาดทุน 20% เราต้องทำกำไร 25.%
ถ้าพอร์ตขาดทุน 30% เราต้องทำกำไร 42.85%
ถ้าพอร์ตขาดทุน 40% เราต้องทำกำไร 66.67%
ถ้าพอร์ตขาดทุน 50% เราต้องทำกำไร 100% !!



จะเห็นได้ว่าถ้าเราปล่อยให้พอร์ตเราขาดทุนหนัก เวลาที่เราจะลงทุนแล้วให้ได้กำไรกลับคืนมา เราต้องทำกำไรที่มากกว่าขาดทุนเยอะมาก กรณีที่เราขาดทุน 50% เราต้องทำกำไรให้ได้ 100% ถึงกลับมาที่เดิม!! ซึ่งมากกว่าที่ขาดทุนถึง 2 เท่า นั้นเลยเป็นเหตุผลว่าถ้าจะเป็นนักลงทุนที่ดีทำไมเราควร “Cut Loss” ให้เป็นเมื่อผิดทาง เพราะการที่จะเอากำไรคืนมาโดยเปรียบเทียบแล้วถือว่าเหนื่อยกว่าพอสมควร เมื่อเรายึดติดเมื่อไหร่ ตลาดการลงทุนก็จะต้อนรับเราด้วยการขาดทุนอย่างมหาศาลแน่นอน


avatar
by JK, CFP®

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon