ติดกินเค็ม เสี่ยงโรคภัย พฤติกรรมทำร้ายไต แบบไม่รู้ตัว

posted: 3 months ago
ติดกินเค็ม เสี่ยงโรคภัย พฤติกรรมทำร้ายไต แบบไม่รู้ตัว

comments

อาหารส่วนใหญ่ที่คนชื่นชอบ และรับประทานกันอยู่เป็นประจำในทุกวัน ล้วนมีส่วนผสมของโซเดียม หรือสารให้ความเค็ม อยู่ในปริมาณมาก เมื่อบริโภคติดต่อกันเป็นเวลานานจึงมีนิสัยติดกินเค็มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เรามาเช็คกันหน่อยดีกว่า ว่าอาการติดกินเค็มเป็นอย่างไร และส่งผลอะไรกับร่างกายเราบ้าง


ติดกินเค็ม สาเหตุโรคไต

ทำความรู้จัก โซเดียม

โซเดียม (Na) คือ สารอาหารชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย โซเดียมจะทำหน้าที่ควบคุมสมดุลของเหลวในร่างกาย รักษาความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ ช่วยในการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

โซเดียมที่บริโภคกันอยู่ทุกวันก็คือ โซเดียมในรูปแบบของ เกลือแกง (โซเดียมคลอไรด์) และจากการสำรวจพบว่าคนไทยบริโภคเกลือที่อยู่ในอาหาร หรือเครื่องปรุงรสเฉลี่ยวันละ 7 กรัม

โทษของการ ติดกินเค็ม

อาหารที่มีโซเดียมมากไป เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมากมาย จากสถิติปี 2554 พบว่า คนไทยป่วยเป็น โรคความดันโลหิตสูง 11.5 ล้านคน , โรคไต 7.6 ล้านคน และโรคหัวใจขาดเลือด 0.7 ล้านคน ของผู้ป่วยทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังพบว่าคนไทยบริโภคโซเดียมเกินค่าเฉลี่ยที่ร่างกายต้องการมากถึง 2 เท่า คือ 10.8 กรัม จากค่าปกติที่ร่างกายต้องการคือวันละ 1 ช้อนชา หรือ 5 กรัม เท่านั้น โดยจะได้รับโซเดียมมาจากเครื่องปรุงรสที่มีปริมาณโซเดียมสูง คือ

1. น้ำปลา
2. ซีอิ๊วขาว
3. เกลือ
4. กะปิ
5. ซอสหอยนางรม
6. ผงชูรส

การบริโภคโซเดียมในปริมาณมากเกินความจำเป็นจะส่งผลโดยตรงให้ไตทำงานหนัก เป็นสาเหตุของโรคไต จนนำไปสู่ภาวะไตวายเรื้อรัง


ติดกินเค็ม สาเหตุโรคไต

พฤติกรรม ติดกินเค็ม ของคนไทย

ผศ.นพ. สุรศักดิ์  กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายบริโภคลดเค็ม ระบุว่า พฤติกรรมการบริโภคของคนไทยในปัจจุบันวนอยู่กับความเค็ม ร้อยละ 30 นิยมซื้ออาหารนอกบ้านมารับประทาน ไม่ว่าจะเป็นข้าวราดแกง อาหารจานเดียว หรือก๋วยเตี๋ยว รวมไปถึงน้ำปลาพริกที่ทานร่วมกับอาหาร เวลาออกกำลังกาย หรือทำงานเหนื่อยๆ ก็ดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ เป็นพฤติกรรมติดกินเค็มที่คนไทยทำจนติดเป็นนิสัย

อันตรายจากนิสัยติดกินเค็ม

คนไทยที่ชอบบริโภคอาหารเค็มจนเป็นนิสัย แนะนำให้เพลาๆ ลงบ้างนะคะ เพราะมีอันตรายกับสุขภาพร่างกายของเราไม่น้อยเลย และเป็นสาเหตุโรคร้ายแรง ถ้ายังไม่เลิกกินเค็ม คุณอาจมีอาการดังต่อไปนี้ได้ค่ะ

  • บวมน้ำ

การคั่งของเกลือและน้ำ เกิดจากร่างกายได้รับโซเดียมในปริมาณที่สูงเกินไป ถ้าสุขภาพร่างกายแข็งแรง ร่างกายก็จะกำจัดเกลือและน้ำส่วนเกินออกได้ แต่ในผู้ป่วยโรคไตมักมีปัญหา เพราะไม่สามารถกำจัดเกลือและน้ำส่วนเกินออกได้ ทำให้แขนและขาบวม เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ อาจทำให้หัวใจวายง่ายขึ้นค่ะ

  • ความดันโลหิตสูง

พบมากในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคไต และผู้ป่วยโรคเบาหวาน ที่จะส่งผลเสียต่อหลอดเลือดในอวัยวะต่างๆ เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต

  • เป็นสาเหตุโรคไต

จากภาวะบวมน้ำ ไตต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อเพิ่มการกรองโซเดียมและน้ำส่วนเกินในร่างกาย เป็นสาเหตุให้เกิดความดันในหน่วยไตสูงขึ้น เกิดการรั่วของโปรตีนในปัสสาวะมากขึ้น และทำให้ไตเสื่อมสภาพเร็วขึ้น


 

ติดกินเค็ม สาเหตุโรคไต

วิธีแก้นิสัย ติดกินเค็ม

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของ คนกินเค็ม ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินที่คนเราจะทำได้ค่ะ วิธีที่เราจะทำก็คือต้องลดปริมาณความเค็มลงวันละนิด เพื่อปรับการรับรู้ของลิ้น และยังมีวิธีอื่นๆ ที่จะช่วยให้เราตระหนักและพยายามลดความเค็มลงได้ดังต่อไปนี้ค่ะ

  • ลดอาหารแปรรูป

อาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูป เช่น อาหารหมักดอง อาหารกระป๋อง เนื้อตากแห้ง จะมีส่วนผสมของเครื่องปรุงรสที่มีโซเดียมสูงมาก ควรลดเพื่อรักษาระดับโซเดียมไม่ให้เกินที่ร่างกายต้องการค่ะ

  • ฝึกอ่านฉลากโภชนาการ

ก่อนที่เราจะหยิบสินค้าลงตะกร้าจ่ายเงิน ลองพลิกดู ฉลากโภชนาการ สักนิด ว่าอาหารที่เราจะซื้อนี้มีปริมาณสารอาหารที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์กับร่างกายของเรา ในปริมาณมากแค่ไหน จะได้ควบคุมการทานอาหารของตัวเองไปในตัวด้วยค่ะ

  • ดื่มน้ำเปล่า

ดื่มน้ำเปล่า แทนการดื่มเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้บรรจุกล่อง เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้มีการเติมสารกันบูด (โซเดียมเบนโซเอต) ทำให้เครื่องดื่มมีปริมาณโซเดียมสูง รสหวานก็ทำไตพังได้ค่ะ

  • ชิมก่อนปรุง

ก่อนจะกระหน่ำตักเครื่องปรุงใส่ในอาหาร ต้องลองชิมก่อนนะคะ บางครั้งอาหารก็มีรสชาติที่พอดีอยู่แล้ว แต่บางคนติดนิสัยตักเครื่องปรุง ยิ่งทำให้ปริมาณโซเดียมสูงปรี๊ดขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้น ยั้งมือไว้ก่อนแล้วชิมอาหารก่อนปรุงนะคะ

อาหารทุกชนิดมีคุณค่า แต่เราต้องรู้จักเลือกทานอย่างพอดี เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอ จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่อาหารเค็มหรอกค่ะที่ต้องระวัง ทั้งหวานและมันก็ด้วย เพราะทุกอย่างส่งผลต่อร่างกายหมดเลยนะคะ นั่นก็เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณค่ะ 


avatar
by W. Phumma

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon
;