พ่อแม่ควรระวัง! จุดอันตรายภายในบ้าน ที่อาจทำร้ายลูกน้อยของคุณได้

posted: 3 months ago
พ่อแม่ควรระวัง! จุดอันตรายภายในบ้าน ที่อาจทำร้ายลูกน้อยของคุณได้

comments

ว่ากันว่าสถานที่ที่อันตรายที่สุดนั้นเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด แต่ในทางกลับกันบางครั้งสถานที่ที่ทุกคนคิดว่าปลอดภัยที่สุดอย่าง บ้านหรือที่อยู่อาศัยของเราเอง ก็อาจกลายเป็นที่ที่มีความอันตรายได้เช่นกัน โดยเฉพาะกับคนที่มีลูกน้อยวัยกระเตาะ (วัยก่อนเข้าเรียนอนุบาล) ทั้งหลาย

ฉะนั้นเพื่อเป็นการแจ้งเตือนทุกคนเกี่ยวกับอันตรายภายในบ้าน ที่หลายคนอาจมองข้ามไป เราจึงมี จุดอันตรายต่างๆ ที่สามารถทำร้ายลูกน้อยของคุณได้ มาให้ทุกคนได้ทราบกัน ส่วนจะมีจุดไหนที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองควรต้องระวังบ้างนั้น ไปติดตามพร้อมๆ กันเลย

10 จุดอันตรายภายในบ้าน ที่สามารถทำร้ายลูกน้อยได้

1.บริเวณที่นอนของลูก

เตียงหรือเปลนอนของลูก เป็นสิ่งที่พ่อแม่อาจคิดไม่ถึงว่าจะเป็นอันตรายกับลูกน้อยได้ แต่ความจริงแล้วเตียงนอนหรือเปลที่มีราวเป็นซี่ๆ สำหรับกันลูกตกกลิ้งพื้นนั้น อาจมีระยะห่างระหว่างซี่ราวมากเกินไป ซึ่งจะทำให้ศีรษะของลูกเข้าไปติดค้างอยู่ระหว่างซี่ราวได้

เหตุกาณ์นี้อาจจะเกิดจากการที่ลูกเล่นซนหรือนอนดิ้นก็ได้ทั้งนั้น ดังนั้นจึงควรเลือกเตียงนอนเด็กที่ได้มาตรฐาน โดยมีซี่ราวถี่ๆ หน่อย หรืออาจจะใช้วิธีการหาอะไรมาปิดกั้นช่องว่างระหว่างซี่ราวเอาไว้ก็ได้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ศีรษะของลูกน้อยเข้าไปติดระหว่างซี่ราวได้นั่นเอง

2.ประตูบ้านหรือห้องต่างๆ รวมถึงหน้าต่าง

ควรปิดประตูกับหน้าต่างให้สนิท หรือถ้าประตูกับหน้าต่างบานไหนไม่ค่อยได้ใช้ก็ควรล็อกปิดตายไปเลย เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกน้อยปีนป่าย เล่นซน แล้วโดนประตูและหน้าต่างหนีบหรือกระแทก ส่วนประตูห้องที่ไม่ต้องการล็อก เช่น ห้องน้ำ อาจใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กๆ พาดที่ขอบประตูไว้ เพื่อป้องกันการล็อก และควรมีกุญแจสำรองไว้เสมอ อีกทั้งยังไม่ควรวางเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งใดก็ตาม ที่เด็กสามารถขึ้นไปปีนได้ไว้ติดกับหน้าต่าง เพราะอาจทำให้พลัดตกลงมาจากหน้าต่างได้

3.บันได

เด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนเป็นต้นไป จะเริ่มมีการเคลื่อนที่ด้วยการ คลาน หรือ เกาะเดิน และเด็กบางคนที่เริ่มเดินได้ ก็อาจจะเริ่มหัดวิ่ง ซึ่งยิ่งมีความเสี่ยงต่อการตกบันได หกล้ม หรือชนกระแทก ดังนั้นจึงควรตรวจสอบราวบันไดให้ดี ด้วยการหาอะไรมากั้นระหว่างซี่ของราวบันได้ให้ทึบไปเลย เพื่อไม่ให้เด็กลอดได้ รวมถึงติดอุปกรณ์กันกระแทกที่ขอบบันได เพื่อกันลื่นและปิดเหลี่ยมคมๆ ของบันไดด้วย

4.สัตว์เลี้ยง

สำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง เช่น หมาหรือแมว ต้องระวังเวลาลูกน้อยไปเล่นกับสัตว์เลี้ยงด้วย เพราะอารมณ์ของพวกมันนั้นเอาแน่เอานอนไม่ได้ ถ้าเกิดมันอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาก็สามารถทำร้ายลูกน้อยของคุณได้เหมือนกัน  

ดังนั้นจึงไม่ควรปล่อยลูกอยู่กับสัตว์เลี้ยงตามลำพัง หรืออาจต้องมีการจับสัตว์ไว้ในกรงชั่วคราว ไม่ก็ทำคอกกั้นสัตว์เลี้ยงเอาไว้ และที่สำคัญคือ ควรฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าให้สัตว์เลี้ยงเอาไว้ด้วย

5.ห้องครัว

ในห้องครัวนั้นมีทั้งของร้อนและของมีคมมากมาย ซึ่งลูกน้อยสามารถไปโดนหรือไปหยิบมาเล่น และทำให้ได้รับบาดเจ็บได้ ดังนั้นจึงควรมีประตูกั้นเพื่อไม่ให้ลูกเข้าไปเล่นในบริเวณห้องครัวตามลำพัง และควรจะวางของร้อนต่างๆ ให้อยู่สูงพ้นมือเด็ก รวมถึงเก็บของมีคมทั้งหลายให้เรียบร้อยหลังใช้งาน และควรอยู่ในที่ที่เด็กไม่สามารถหยิบจับได้ด้วย 

6.ทีวี และ พัดลม

เด็กวัย 1-3 ขวบ คือช่วงกำลังชอบเล่นซน อยากรู้อยากเห็น และสามารถปีนป่ายได้ ทางที่ดีจึงควรติดตั้งทีวีฝังเข้าไปในผนังหรือยึดติดไว้กับกำแพงหรือชั้นวางให้แน่น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ทีวีล้มทับเด็ก ส่วนพัดลมควรเลือกพัดลมที่มีขาตั้งสูงๆ หรือนำตาข่ายมาครอบกระบังหน้าเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กเอานิ้วหรืออะไรก็ตามแหย่เข้าไปในพัดลมได้


7.ห้องน้ำ

ห้องน้ำมักจะมีพื้นลื่น ซึ่งสามารถทำให้ลูกน้อยลื่นล้มได้ จึงควรจะทำให้พื้นห้องน้ำแห้งอยู่เสมอ นอกจากนี้ควรติดยางกันลื่นไว้ที่พื้นบริเวณอ่างอาบน้ำ และชักโครก อีกทั้งยังควรวางพรมเช็ดเท้าหนาๆ ไว้บริเวณหน้าห้องน้ำกับอ่างล้างมือด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกน้อนลื่นหัวโขกหรือหัวทิ่มลงไป และที่สำคัญคือ เด็กวัยต่ำกว่า 3 ขวบ ควรจะอยู่ในความดูแลของพ่อแม่ตลอดทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำ

8.สเปรย์กำจัดกลิ่นทั้งหลาย รวมถึงยาฆ่าแมลง

ในบ้านของหลายๆ คนมักจะมีสเปรย์กำจัดกลิ่น และสเปรย์ต่างๆ อีกมากมาย รวมถึงยาฆ่าแมลงด้วย ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ควรจะเก็บให้เป็นที่เป็นทาง และควรวางเก็บไว้ในตำแหน่งที่เด็กไม่สามารถเอื้อมหยิบได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกน้อยนำมาเล่นหรือเอาเข้าปาก มิเช่นนั้นอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เลย

9.เก้าอี้ โต๊ะ และตู้

หากโต๊ะเก้าอี้ต่างๆ ในบ้านมีขอบมีมุมแหลมควรหาซื้ออุปกรณ์กันกระแทกมาปิดมุมและขอบไว้ด้วย เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เพราะเด็กอาจเล่นซนจนหัวไปกระแทกขอบได้ และไม่ควรใช้ผ้าคลุมโต๊ะกินข้าวหรือโต๊ะต่างๆ ภายในบ้าน เพราะลูกอาจดึงชายผ้าทำให้ของบนโต๊ะ เช่น แก้ว จาน ชาม ตกแตก หรือภาชนะที่ใส่น้ำร้อนๆ หกลงมาโดนตัวเอง

ส่วนตู้ต่างๆ ในบ้าน ควรล็อกประตูและลิ้นชักให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กปีนตู้เล่น หรือดึงลิ้นชักเล่น เพราะตู้และลิ้นชักอาจจะล้มลงมาทับได้

10.เครื่องใช้ไฟฟ้า และรูปลั๊กไฟ

ไม่ควรเสียบปลั๊กไฟของเครื่องใช้ไฟฟ้า ปลั๊กพ่วง หรือสายชาร์จแบตต่างๆ ทิ้งไว้ เพราะลูกน้อยอาจไปคว้าสายไฟมาเล่น หรือเอาเข้าปากไปกัดเล่น และทำให้ถูกไฟช็อตได้ ดังนั้นเมื่อใช้งานเสร็จแล้ว ก็ควรจะถอดสายปลั๊กไฟออก และนำเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ไปเก็บให้เรียบร้อย

ส่วนรูปลั๊กไฟถ้าอยู่ต่ำใกล้มือเด็ก ควรใส่ที่ครอบปลั๊กไฟเอาไว้หรืออาจจะหาผ้ามาปิดรูปลั๊กไฟ แล้วติดด้วยสก๊อตเทปทับผ้าไว้อีกที เพื่อปิดกั้นรูปลั๊กไฟไม่ให้เด็กเอานิ้ว หรืออะไรก็ตามมาแหย่เล่น หากไม่มีการป้องกันไว้ก่อน อาจทำให้ลูกน้อยโดนไฟดูดจนได้รับบาดเจ็บ และถึงขั้นเสียชีวิตได้ แถมยังอาจทำให้ระบบไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งป็นเหตุให้ไฟไหม้บ้านได้ด้วย

แต่นอกจากจะจุดอันตรายต่างๆ ภายในบ้านที่พ่อแม่ควรระวังแล้ว ก็ยังมีกรณีของเหตุอันตรายต่างๆ ที่สามารถเกิดขึ้นกับบ้านได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ไฟไหม้ ฟ้าผ่า น้ำท่วม หรือบ้านโดนโจรปล้น ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นภัยร้ายที่เหนือความคาดหมายของทุกคน และคงไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น

ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความอุ่นใจและปลอดภัยไว้ก่อน การทำประกันบ้านเอาไว้ด้วยก็คงจะเป็นสิ่งที่ดีไม่น้อย เพราะหากเกิดเหตุเหล่านี้ขึ้นจริงๆ ประกันบ้านนี่แหละที่จะเป็นผู้ช่วยเหลือชั้นดี ที่คุ้มครองและดูแลความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านของคุณได้ หากใครสนใจ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันที่ rabbit finance ได้เลย


ลูกน้อยวัยกระเตาะเป็นวัยที่กำลังเล่นซน จึงชอบคลาน เดิน หรือวิ่งเล่นไปทั่วบ้าน ที่สำคัญคือ พอเห็นอะไรก็ชอบเอาเข้าปากตลอด ดังนั้นทางที่ดีพ่อแม่ควรจะดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิด ไม่ควรปล่อยให้คลาดสายตาเด็ดขาด เพราะเรื่องที่ไม่คาดคิดสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ถึงแม้จะเป็นภายในบ้านของตัวเองก็ตาม พ่อแม่จึงต้องคอยระวังอยู่เสมอ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยคุณเอง


avatar
by เฟิ้ม
v(^_^)v

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon