แชร์ลูกโซ่ ในคราบธุรกิจเครือข่าย ภัยร้ายที่ต้องระวัง

posted: 2 years ago
1,638 views
แชร์ลูกโซ่ ในคราบธุรกิจเครือข่าย ภัยร้ายที่ต้องระวัง

comments

“เปียแชร์” คำพูดคุ้นหูที่หลายคนคงเคยได้ยินกันเป็นอย่างดี ที่มาของคำว่าเล่นแชร์มีจุดเริ่มต้นมาจากคนกลุ่มหนึ่งซึ่งอาจจะเป็นเพื่อน ญาติสนิทกัน คนรู้จัก หรือคนที่พอจะไว้ใจได้ ไม่ว่าจะทำงานพาร์ทไทม์ พนักงานออฟฟิศ หรือแม่ค้าก็สามารถเล่นได้ และตกลงปลงใจกันว่าจะร่วมลงเงินมาไว้กับบุคคลกองกลางที่ถูกเรียกว่า “ท้าวแชร์”

โดยท้าวแชร์จะเก็บเงินทุกครั้งเมื่อถึงเวลาที่คุยกันไว้ สมมติว่าแชร์รายเดือนวงนั้นเล่นกันทั้งหมด 10 คน เงินที่ต้องส่งคือ 1 คน ต่อ 10,000 บาท ต่อ 1 เดือน เงินที่เปียแชร์ได้แต่ละครั้งอยู่ที่ 100,000 บาท ทุกคนในวงมีสิทธิ์เปียแชร์ แต่เงินก้อนจะตกเป็นของใคร ขึ้นอยู่กับดอกเบี้ยว่าใครให้สูงกว่ากัน

คนที่เปียแชร์ไปได้ ต้องส่งเงินทุกเดือนเหมือนเดิมจนกว่าจะครบ 10 เดือนตามที่ตกลงกันไว้ และมีสิทธิ์คุยกับท้าวแชร์ว่าจะให้เงินก้อนนั้นถูกเก็บดอกแบบตามหลัง หรือหักดอกในเงินก้อนไปเลย และเมื่อเปียแชร์ไปครบจนมือ 10 หรือมือบ๊วยก็เป็นอันปิดวงแชร์

แชร์ลูกโซ่เหมือนเปียแชร์ไหม?

 

ประเทศไทย มีคดีดังๆ เกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่อยู่พอสมควร ซึ่งคดีหนึ่งคือแชร์แม่ชม้อย ครั้งนั้นมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมากและข้าราชการเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งในตอนนั้นเงินที่ลงขันกันไม่ได้นำไปทำธุรกิจจริงๆ แต่เป็นการนำเงินของนักลงทุนคนใหม่จ่ายให้กับนักลงทุนคนเก่า หมุนเวียนกันเป็นลูกโซ่ หากปลายขาดเมื่อใดแชร์ก็จะล้มละลายในทันที

แชร์ลูกโซ่เองมีลักษณะคล้ายกับการเปียแชร์ในกลุ่มเพื่อนเหมือนกัน เพียงแต่ในวงมีผู้เล่นเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม มูลค่าของวงเงินเลยสูงตามกันไป การล้มละลายเพราะมือขาด ส่งผลให้เกิดข่าวครึกโครมอย่างบริษัทกรีนแพลนเนทล้มละลาย ประชาชนก็เลยกลัวกันไปตามๆ กัน

แชร์ลูกโซ่คือกิ้งก่า

 

เมื่อข่าวอึกทึกครึกโครมกันว่ามันเป็นอันตราย แชร์ลูกโซ่ก็แฝงตัวมาในรูปแบบใหม่อย่างธุรกิจเครือข่าย หรือทำงานผ่านเน็ต เมื่อใช้คำว่าธุรกิจแทนแชร์ลูกโซ่ ประชาชนเลยมั่นใจว่าผลตอบแทนจากธุรกิจมันมีแน่นอน ผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงินกับธนาคารด้วยซ้ำไป

ต่างจากการเปียแชร์ที่ร่วมลงขันกันวางเงิน ถึงมือบ๊วยก็จบกัน ทำให้คนที่สนใจหลงเชื่อในธุรกิจเครือข่ายเอาได้ง่ายๆ และการถูกชักชวนให้เข้าร่วมสมาชิกธุรกิจอะไรสักอย่าง ซื้อของในราคาแพง มีของขวัญต้อนรับอย่างการพาไปเที่ยว

 

ล่าสุดมีกรณีทัวร์ญี่ปุ่นเกิดขึ้นโดยใช้กลวิธีธุรกิจเครือข่าย หัวโจกหลักคือซินแสโชกุนที่เปลี่ยนชื่อมานับสิบครั้ง ใช้วิธีชวนคนมาซื้อของเยอะๆ ก็จะได้เปอร์เซ็นต์เยอะตามไปด้วย  แถมการพาไปเที่ยวฟรีๆ ซึ่งแชร์ลูกโซ่เลยใช้จุดอ่อนอย่างความโลภมากหลอกลวง

หรือทำงานผ่านเน็ต อย่างซื้อขายสินค้าผ่านโลกโซเชียล ไม่ว่าจะ Facebook Line Instagram สินค้าที่ถูกเลือกมักเป็นสินค้ารุ่นใหม่ ที่ยังไม่วางขายมากนัก หรือเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยม โดยให้คนที่สนใจแจ้งจำนวนโอนค่ามัดจำ หรือจ่ายเงินเต็มจำนวนก่อน เมื่อได้ของครั้งแรก คนก็เลยไว้ใจ สั่งรอบที่ 2 แล้วชวนคนรู้จักมาซื้อของเพื่อให้ได้ยอดมากๆ หลังจากนั้นการขายสินค้าที่ว่าจะหายไปไม่เหลือแม้แต่เงา

วิธีสังเกตแชร์ลูกโซ่

 

ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไรก็ตามแต่ อย่างผงซักฟอก น้ำยาล้างจ้าน หรืออาหารเสริมต่างๆ การจะได้สินค้าออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ต้องอาศัยส่วนผสมของปัจจัยการผลิตต่างๆ สามารถแบ่งออกได้คือ ที่ดิน ทุน แรงงาน และผู้ประกอบการ ตามหลักเศรษฐศาสตร์ แต่ยังมีอีก 3 ข้อในการสังเกตุแชร์ลูกโซ่คือ

  • ระดมทุนให้ผู้ที่สนใจไม่อั้น

เป็นการเรียกแขกของการหลอกลวง ไม่ว่าใครก็สามารถเข้ามาทำธุรกิจเครือข่ายนี้ได้ มีการรองรับผลตอบแทนที่จะได้สูงมากๆ หรือใครสามารถเรียกคนได้ก็จะได้เงินส่วนต่างเพิ่มไปอีก

  • ข้อมูลไม่ชัดเจน

ไม่สามารถตรวจสอบได้เลยว่างบการเงินเอาไปทำอะไร สร้างผลตอบแทนให้กับกิจการจริงไหม แถมยังไม่มีข้อมูลงบการเงินที่แน่ชัดที่ได้รับการรอบรองจากหน่วยงานอันน่าเชื่อถือ อย่างกระทรวงพาณิชย์ และเราสามารถตรวจสอบได้ในเว็บไซต์ของกระทรวงพาณิชย์ (www.dbd.go.th)

  • ขี้อวย

วิธีสังเกตในเรื่องของธุรกิจเครือข่ายคือจะนำผู้มีประสบการณ์ต่างๆ มาอธิบายชีวิตความเป็นมาในสมัยก่อนที่ชีวิตจะรุ่งเรืองเกินความเป็นจริง และคำพูดปลุกใจที่สร้างพลัง และทำให้หลงเชื่อได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว  “ถ้าผมทำได้ คุณก็ทำได้”

แชร์ลูกโซ่และเปียแชร์อันไหนผิดกฎหมาย

 

ต้องบอกก่อนว่าแชร์ลูกโซ่ แตกต่างกับการเล่นแชร์อยู่มากโข แชร์ลูกโซ่ที่มีในรูปแบบธุรกิจเครือข่าย หรืออะไรก็ตามเป็นการฉ้อโกง หลอกลวงผู้บริโภคให้หลงเชื่อ โดยอาศัยความโลภของคนเป็นตัวขับเคลื่อนให้การหลอกลวงดำเนินต่อไปได้ ซึ่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่คือ

  1. ประมวลกฎหมายอาญา ความผิดฐานฉ้อโกง มาตรา 341
  2. พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 4
  3. พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 มาตรา 19

 

 

เนื่องจากมีพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ. 2534 ในมาตรา 4 เอาไว้ว่า “บุคคล 3 คนตกลงเป็นสมาชิกวงแชร์ โดยแต่ละคนก็มีหน้าที่ส่งเงินหรือทรัพย์สินอื่นๆ เป็นงวด เพื่อให้สมาชิกคนอื่นๆ ได้หมุนเวียนทุนกองกลางตรงนั้น”

โดยกฎหมายอนุญาตให้เล่นได้โดยมีข้อห้ามไว้ทั้งหมด 6 มาตรา คือ

  • เป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์มีจำนวนวงแชร์รวมกันมากกว่าสามวง
  • มีจำนวนสมาชิกวงแชร์รวมกันทุกวงมากกว่าสามสิบคน
  • ทุนกองกลางต่อหนึ่งงวดรวมกันทุกวงเป็นมูลค่ามากกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง
  • นายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์นั้นได้รับประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นนอกจากสิทธิที่จะได้รับทุนกองกลางในการเข้าร่วมเล่นแชร์ในงวดหนึ่งงวดใดได้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย

 

 

เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้ถือว่าผู้ที่สัญญาว่าจะใช้เงินหรือทรัพย์สินอื่นใดแทนนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์ เป็นนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์ด้วย 

อย่างไรก็ดี เราต้องรู้จักเปิดหูเปิดตามฟังข่าวสารบ้านเมืองบ้าง อย่างล่าสุดมีการหลอกหลวงของซินแสโชกุน ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการขายของ หลอกให้คนไปทำธุรกิจด้วย อย่างที่กล่าวไปข้างต้น โดยส่วนใหญ่เหยื่อคือผู้สูงอายุทั้งนั้น

ซึ่งธุรกิจเครือข่ายอื่นๆ ของแชร์ลูกโซ่ยังมาในรูปแบบที่หลากหลาย เราควรติดตามข่าวสารเพื่อที่จะได้ไม่ถูกหลอกง่ายๆ หากไม่มั่นใจในธุรกิจก็ควรสอบถามข้อมูลไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ให้ช่วยยืนยันอีกแรง เพื่อไม่เป็นการพลาดท่าให้กับแชร์ลูกโซ่นั่นเอง


avatar
by 9 Tails
เนกอยา กอเนกอ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon