วิธีเอาตัวรอดเมื่อขับรถผ่าน 4 จุดอันตราย บนท้องถนน

posted: 6 months ago
วิธีเอาตัวรอดเมื่อขับรถผ่าน 4 จุดอันตราย บนท้องถนน

comments

เวลาที่เราต้องเดินทางไปไหนมาไหนก็ตาม โดยเฉพาะไปต่างจังหวัดด้วยการขับรถยนต์ส่วนตัว แน่นอนว่าเมื่อใดที่เราขับรถออกจากบ้าน อุบัติเหตุย่อมสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ยิ่งตอนที่ต้องขับผ่าน จุดอันตราย ต่างๆ บนท้องถนน ยิ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากขึ้นกว่าเดิม

โดยในครั้งนี้ rabbit finance จะขอยกเอาจุดอันตรายที่ผู้ใช้รถใช้ถนนต่างพบเจออยู่บ่อยๆ นั่นก็คือ จุดที่มีหมอกลงจัด มีโค้งอันตราย ต้องขับรถลุยน้ำ และพบเจอปาหินแก๊งสเตอร์ ลองมาดูกันดีกว่าว่าควรทำอย่างไร หากต้องเจอกับสถานกาณ์เหล่านี้


วิธีเอาตัวรอดเมื่อขับรถแล้วต้องเจอ จุดอันตราย

1.จุดที่หมอกลงจัด

เวลาขับผ่านบางจุดที่มีหมอกลงลงจัดที่ส่วนมากจะเกิดขึ้นบริเวณตอนเหนือของเมืองไทย รวมถึงจุดที่มีควันจากไฟไหม้หญ้าข้างทางที่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกพื้นที่ของทุกภาค ซึ่งหมอกและควันเหล่านี้มักจะบดบังทัศนวิสัยในการขับขี่ให้มองเห็นถนนหนทางได้ลำบากยิ่งขึ้น

หากรถของคุณมีไฟตัดหมอกควรจะเปิดใช้งานมันด้วย เพื่อช่วยเพิ่มระยะการมองเห็นให้สามารถมองออกไปได้ไกลขึ้น และนอกจากนี้ยังมีสิ่งอื่นๆ ที่ควรทำด้วย ได้แก่

  • ควรลดความเร็วของรถ

เช่น จากเดิมขับ 90 กม./ชม. อาจลดลงเหลือ 50-60 กม./ชม. พร้อมกับรักษาระดับความเร็วนี้ไว้

  • ควรทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ

เผื่อรถคันหน้ามีการเบรกกระทันหันจะได้ไม่มีการชนท้ายเกิดขึ้น

  • ควรรักษาเส้นทางในการขับขี่

อย่าเพิ่งเปลี่ยนเลนหรือเร่งความเร็วแซงรถคันหน้า อย่าขับรถคร่อมเลน และควรไม่ควรขับชิดด้านใดด้านหนึ่งของถนนมากเกินไป เพื่อป้องกันการเฉี่ยวชนคนหรือรถตันอื่น

  • ไม่ควรจอดรถข้างทาง

เพราะรถคันอื่นที่ขับมาอาจมองไม่เห็น และเกิดการเฉี่ยวชนกันได้ จึงควรจอดเมื่อพ้นบริเวณที่หมอกลงจัดไปแล้ว หากจำเป็นจริงๆ ควรจอดในที่ที่ปลอดภัยหรือชิดไหล่ทางมากที่สุด

  • ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉิน

เพราะรถที่ขับตามหลังมาอาจเกิดการเข้าใจผิด และทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้


2. โค้งอันตราย

เมื่อต้องเจอกับโค้งอันตราย โค้งหักศอก และโค้งปราบเซียนทั้งหลาย แน่นอนว่าทุกคนย่อมรู้จักรถตัวเองดีว่าต้องเหยียบหรือผ่อนคันเร่งหนักเบา และแตะเบรกเบาๆ หรือเหยียบให้ลึกขึ้นในสถานการณ์ใดบ้าง รวมถึงการบังคับพวงมาลัยว่าต้องหักมากหรือน้อยแค่ไหน เพราะเราขับมันอยู่ทุกวันจนชิน จึงรู้จักหวะต่างๆ หมดแล้ว

แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าอย่าเพิ่งมั่นใจเกินไป เพราะสิ่งที่ควรทำในการเข้าโค้งประเภทนี้คือ ต้องชะลอความเร็วก่อนจะเข้าโค้ง อย่า! ชะลอความเร็วในโค้ง เนื่องจากการชะลอความเร็วในโค้งอาจทำให้รถเสียหลักระหว่างกำลังเข้าโค้งอยู่และทำให้รถหลุดโค้งจนเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ อีกทั้งยังควรที่จะใช้ความเร็วในระดับที่เหมาะสมสำหรับการเข้าโค้งและอย่าประมาทเด็ดขาด


3. ขับรถลุยน้ำ

ถ้าต้องขับรถลุยน้ำไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมสูง น้ำขัง หรือลำธารเล็กๆ ก็ตาม การขับรถที่ต้องลุยแอ่งน้ำทั้งหลายเหล่านี้ ทุกคนต่างก็ต้องระวังไม่ให้รถยนต์คันโปรดของตัวเองเกิดเครื่องดับหรือได้รับความเสียหายต่างๆ ซึ่งคุณสามารถป้องกันน้ำเข้าเครื่องยนต์ได้ดังนี้

  • ไม่เปิดแอร์ตอนขับลุยน้ำ

หากคุณต้องขับลุยน้ำจริงๆ อย่างแรงที่ต้องทำคือการปิดแอร์ เพื่อไม่ให้น้ำเข้าห้องเครื่อง ซึ่งเป็นเหตุให้เครื่องยนต์ดับได้

  • ควรใช้เกียร์ต่ำ

ถ้าเป็นรถยนต์เกียร์ธรรมดา แนะนำว่าควรใช้เกียร์ 2 แต่ถ้าเป็นรถยนต์เกียร์ออโต้ ควรจะใช้เกียร์ L อีกทั้งยังควรลดความเร็วลง รวมถึงรักษาความเร็วในระดับต่ำนั้นไว้ด้วย

  • ลดความเร็วเมื่อขับรถสวนกับคันอื่น

เพื่อเป็นการลดระดับความสูงของคลื่นน้ำที่เกิดจากแรงปะทะขณะขับลุยน้ำ เพราะยิ่ใช้ความเร็วมากเท่าไหร่ คลื่นน้ำก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ซึ่งเสี่ยงต่อการที่น้ำเข้าสู่รถยนต์ได้ง่ายขึ้น

  • อย่าเร่งรอบเครื่องสูงๆ

เพราะการเร่งรอบเครื่อง จะทำให้อุณหภูมิห้องเครื่องสูงขึ้น พัดลมระบายความร้อนจทำงาน ทำหัดใบพัดหมุนตีน้ำเข้าห้องเครื่องได้ และไม่ต้องกลัวว่าน้ำจะเข้าท่อไอเสีย เนื่องจากการใช้รอบต่ำๆ ก็มีแรงดันมากพอที่จะดันน้ำออกมาจากท่อได้อยู่แล้ว

  • ควรเว้นระยะห่างกับรถคันหน้า

เนื่องจากระบบเบรกจมอยู่ใต้น้ำ ประสิทธิภาพการทำงานจะต่ำลง หากเกิดเหตุฉุกเฉิน จะได้มีระยะเบรกที่ปลอดภัย

  • เมื่อพ้นช่วงที่น้ำท่วมขัง

หลังจากพ้นช่วงที่มีน้ำท่วมขัง ควรย้ำเบรกบ่อยๆ หรือเหยียบเบรกเป็นช่วงๆ ถี่ๆ เพื่อไล่น้ำออกจากระบบ ผ้าเบรกจะได้แห้งไวขึ้น ส่วนรถเกียร์ธรรมดาให้ย้ำคลัทช์เพิ่มเข้าไปด้วย เพื่อป้องกันปัญหาคลัตช์ลื่นจากการลุยน้ำ

  • หลังจากถึงที่หมายปลายทาง

พอเราขับรถถึงจุดหมายของที่ต้องการแล้ว ควรติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้สักพักนึง อย่าเพิ่งรีบดับเครื่องยนต์ทันที เพื่อเป็นการไล่ความชื้นภายในห้องเครื่อง และไล่น้ำออกจากท่อไอเสียให้หมดก่อน

4. ปาหินแก๊งสเตอร์

กรณีคุณต้องขับรถในเส้นทางที่เปลี่ยวหรือไม่ค่อยคุ้นชินเมื่อเดินทางไปต่างจังหวัด ควรระวังเหตุการณ์ปาหินไว้ด้วย ซึ่งมันเป็นอีกหนึ่งเหตุที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งตามที่เห็นจากข่าว โดยวิธีการสังเกตสามารถทำได้ก็คือ ให้ลองสังเกตรถมอเตอร์ไซค์ที่กำลังขับตามมาหรือเร่งเครื่องตามมา

แก๊งค์ปาหินส่วนใหญ่จะใช้รถมอเตอร์ไซค์ในการก่อเหตุอยู่แล้ว ซึ่งหากมองกระจกข้างหรือกระจดหลังดูแล้วรู้สึกว่ามอเตอร์ไซต์คันนั้นหรือกลุ่มนั้นดูมีท่าทางที่ผิดสังเกต ดูแล้วรู้สึกแปลกๆ ให้รีบชะลอความเร็วรถและเบี่ยงเลนออกห่างทันที

แต่ถ้าเส้นทางนั้นเปลี่ยวก็ยังไม่ควรจอดทันที ให้ขับไปยังสถานที่ที่มีบ้านคน ร้านค้า ปั๊มน้ำมัน หรือผู้คนพลุกพล่าน จากนั้นค่อยจอดรถ แล้วรีบโทรแจ้งตำรวจทันที


การใช้รถใช้ถนนสามารถเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันมาก่อนขึ้นได้ตลอดเวลา ฉะนั้นเวลาขับขี่จึงควรที่จะมีสติครบถ้วน อย่าประมาท และทำตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนรอบข้าง ถ้าจะให้ดีก็ควรจะทำประกันรถยนต์ดีๆ ไว้ หรือต่อประกันอยู่เสมอ เพื่อความสบายใจของเรา หากต้องพบเจอกับอุบติเหตุต่างๆ บนท้องถนนนั่นเอง


avatar
by เฟิ้ม
v(^_^)v

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon