ว่าด้วยเรื่อง “DCA” หรือ “Dollar Cost Average”

posted: 2 years ago
ว่าด้วยเรื่อง “DCA” หรือ “Dollar Cost Average”

comments
ถ้าพูดถึงการลงทุนส่วนใหญ่ก็น่าจะนึกถึงการลงทุนใน “หุ้น” เป็นหลักกันและพอเราพูดถึงหุ้นก็มักจะมองกันเฉพาะเรื่อง “การจับจังหวะการลงทุน” อารมณ์ง่ายๆ ว่าซื้อถูก ขายแพงแค่นี้ก็กำไรจากการลงทุนในหุ้นแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่าการจับจังหวะการลงทุนนั้นแม้แต่นักลงทุนมืออาชีพก็ยังไม่สามารถจับจังหวะเพื่อเอาชนะตลาดหุ้นได้อย่างต่อเนื่อง เพราะว่าราคาหุ้นมีการขยับขึ้นลงตลอดเวลาเรียกว่าเป็นรายวินาทีเลยด้วยซ้ำ ทำให้หลายๆ ครั้งเราก็ ซื้อแพง ขายถูก กันซะเป็นส่วนใหญ่หรือที่ใครๆ กำลังเจอปัญหาก็คือ “ติดดอย”

Stressful businessman looking at a declining graph

สำหรับคนที่กำลังศึกษาเรื่องการลงทุนในหุ้นมาสักพัก น่าจะต้องเคยได้ยินหลักการลงทุนที่ชื่อว่า DCA หรือ “Dollar Cost Average” ซึ่งเป็นวิธีที่นักลงทุนนิยมกันพอสมควรเพราะสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนได้ดี หลายๆ คนก็อาจจะมีคำถามเกิดขึ้นมาว่า DCA คืออะไร แล้วสามารถลดความเสี่ยงได้อย่างไ

DCA หรือ “Dollar Cost Average” ถึงแม้ในชื่อจะมีคำว่า “ดอลลาร์” อยู่แต่วิธีการไม่ได้เกี่ยวกับเงินดอลลาร์อะไรเลย แต่จริงๆ แล้ว DCA ก็คือการซื้อแบบถัวเฉลี่ยทุกราคา โดยเราอาจจะตั้งวันไว้ว่าทุกวันที่ 25 ของเดือนหรือว่าเราจะตั้งทุกไตรมาสก็ได้ขึ้นอยู่กับแผน DCA ของเราโดยตั้งเป้าที่จำนวน “เงินลงทุน” เป็นหลัก

ตัวอย่างเช่น เราจะลงทุนแบบ DCA ใน “กองทุนรวม” ด้วยเงิน 16,000 บาทต่อเดือนโดยซื้อ กองทุนรวม A รวม 5,000 บาท กองทุนรวม B รวม 6,000 บาทและกองทุนรวม C รวม 5,000 บาท โดยไม่สนใจ “ราคา” ของหุ้นตัวนั้นๆ เลยแม้แต่นิดเดียว แปลว่าถ้าเราลงทุนด้วยวิธี DCA ถ้าราคากองทุน “ถูกลง” เราก็ได้จำนวนหน่วยมากขึ้น แต่ถ้าราคากองทุน “แพงขึ้น” เราก็จะได้จำนวนหน่วยน้อยลง

จากตัวอย่างเดิม เราซื้อกองทุนรวม A = 5,000 บาท ราคา เท่ากับ 5 บาทต่อหน่วย แสดงว่าเดือนนี้เราจะได้ 1,000 หน่วย (สมมติว่าไม่มีค่าธรรมเนียมในการซื้อขาย)

เดือนถัดมา…กองทุนรวม A ราคา (NAV) เพิ่มขึ้นเป็น 10 บาทเราซื้อกองทุนรวม A = 5,000 บาท เช่นเดิมแสดงว่าเดือนนี้เราจะได้แค่ 500 หน่วย รวมสองเดือนมีทั้งหมด 1,500 หน่วย นี่แหละที่เรียกว่า “DCA” !!

หลายๆ คนอาจจะได้แต่คิดแล้วก็สงสัย ถ้าเป็นไปตามตัวอย่าง ถ้างั้นเราซื้อ 10,000 บาท ทีเดียวก็คุ้มกว่าสิ เพราะถ้าซื้อตอนแรกเลยเราก็จะได้ทั้งหมด 2,000 หน่วย ได้มากกว่าตั้ง 500 หน่วยแบบนี้ DCA ก็ทำให้เรา “ขาดทุน” ใช่มั้ย? การลงทุนแบบ DCA จะช่วยแก้ปัญหาตรงที่ว่า ตัวเราก็ไม่รู้ใช่มั้ยละว่า “ราคา” มันจะ “ขึ้น” หรือ “ลง”

ถ้าตัวอย่างมันเปลี่ยนเป็นเดือนถัดมา ราคาลงไปที่ 2.5 บาทต่อหน่วยล่ะ! เดือนที่สองเราจะซื้อได้ 2,000 หน่วย รวมเดือนแรกจะเป็น 3,000 หน่วย!! จะเห็นได้ว่าแบบนี้ DCA ก็ทำให้เรา “กำไร” กว่าการลงทุนซื้อครั้งเดียว เพราะว่าตัวเรานั้นไม่รู้อนาคต ซึ่งถ้าเรารู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นการลงทุนแบบ DCA ก็จะไม่ใช่ทางเลือกในการลงทุนที่ดี

แต่ข้อควรระวังในการลงทุนแบบ DCA ก็คือเราต้องเลือก “สินทรัพย์” ให้ดีก่อนการลงทุนเสมอ สินทรัพย์คือว่าหุ้นตัวนั้นต้องมี “การเติบโต” ของธุรกิจหรือของสินทรัพย์ที่ดี และสามารถ “จ่ายปันผล” อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็น “เครื่องผลิตเงิน” ให้กับเราได้ในอนาคต

ถ้าได้ตามนี้เราก็ลงแบบ DCA ในสินทรัพย์นั้นได้สบาย ซึ่งวิธีลงทุนแบบ DCA จะเป็นตัวช่วยที่ดีและเหมาะมากๆ สำหรับคนที่ต้องการลดความเสี่ยงจากการลงทุน หรือว่าสำหรับใครก็ตามที่เป็นมนุษย์เงินเดือนต้องการทยอยลงทุนทุกเดือน ก็แนะนำวิธีนี้เช่นกันเพราะโดยธรรมชาติรายรับของมนุษย์เงินเดือนจะเข้ามาเป็นรายเดือนอยู่แล้ว การหักออมทุกเดือนแล้วนำไปลงทุนแบบ DCA ก็ถือว่าเป็นการลดความเสี่ยงที่ดีไปในตัวอีกด้วย

ลองมาดูตัวอย่างในกรณีที่เราลงทุนแบบ DCA กันจริงๆ ดีกว่า สมมติว่าเรากำลังจะลงทุนในตลาดหุ้น กราฟนี้คือกราฟดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ย้อนหลัง 24 ปี ตั้งแต่ปี 2534 – 2558


DCA2


ในกรณีที่เราลงทุนซื้อหุ้นทุกตัวในตลาด โดยพยายามลอกเลียนดัชนีตลาดหุ้นไทย ถ้าเราลงทุนเป็นเงินก้อนเดียวเลยเงินลงทุนทั้งหมด 1,200,000 บาท เงินเราจะเติบโตเป็น 2,172,720 บาท

แล้วถ้าเราลองลงทุนแบบ DCA ปีละ 50,000 บาท ตลอด 24 ปี เป็นเงินทั้งหมด 1,200,000 บาทซึ่งใช้เงินต้นเท่ากันกรณีลงทุนเป็นเงินก้อนเดียว ถ้าเราสามารถลงทุนได้ตลอด 24 ปีตามแผนทีวางไว้เงินเราจะเติบโตเป็นทั้งหมด 2,479,880.68 บาท


DCA


จะเห็นได้ว่าการลงทุนแบบ DCA จะช่วยกำจัดความเสี่ยงและมีโอกาสเพิ่มผลตอบแทนให้กับเราได้อย่างดี แต่อย่างที่กล่าวในข้างต้นว่าถ้า “ราคา” ของสินทรัพย์ที่เรากำลังลงทุนแบบ DCA อยู่อยู่ในขาขึ้นอยู่ การลงทุนแบบ DCA ก็จะได้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่าการลงทุนแบบเงินก้อนเดียว

ท้ายนี้อย่าลืมว่าถ้าเราคุยกันเรื่องของการลงทุนนั้น ไม่มีการลงทุนแบบไหนที่ดีที่สุด มีแต่การลงทุนที่เหมาะสมที่สุดกับตัวเรานั้นเอง การลงทุนแบบDCA เป็นเพียงทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เราควรศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมศึกษาการลงทุนเพิ่มเติมเรื่อยๆ เพื่อหาการลงทุนที่เหมาะสมกับตัวเรามากที่สุด

คำเตือน: ทั้งนี้ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคตแต่อย่างใด

 


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon