ออกทางไหนดีระหว่าง คลินิกแก้หนี้ vs สินเชื่อปลดหนี้เอกชน

posted: 2 years ago
5,025 views
ออกทางไหนดีระหว่าง คลินิกแก้หนี้ vs สินเชื่อปลดหนี้เอกชน

comments

ถ้าจะพูดถึงหนี้สินที่อัตราดอกเบี้ยสูงที่สุดตอนนี้คงหนีไม่พ้น ดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบ เพราะมีโอกาสที่เราจะถูกคิดดอกเบี้ยรายวัน วันละ 5% ก็มีให้เห็นกัน ประมาณว่ายืมเช้า 1,000 บาทไปซื้อของมาขายในตลาด แล้วตอนเย็นมาคืน 1,050 บาท ซึ่งถ้าสำหรับคนค้าขายก็ดูไม่ได้เยอะอะไรมากมาย แต่หากเราลองคำนวนออกมาเปอร์เซ็นต์ก็คือ วันละ 5% สำหรับดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบ

ด้วยดอกเบี้ยที่สูงทำให้หลายๆคนหันไปรูดบัตรเครดิตหรือ กดเงินจากบัตรกดเงินสด ออกมาเพื่อใช้หนี้นอกระบบ ซึ่งดอกเบี้ยจากบัตรกดเงินสด หรือบัตรเครดิตสูงกว่า แต่ก็ยังถือว่าสูงอยู่ดีเพราะอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น 28%++ สำหรับบัตรกดเงินสด ทำให้ในปัจจุบันคนไทยเป็นหนี้บัตรเครดิตกันเยอะมาก

 

คลินิกแก้หนี้

ปัญหาของหนี้นอกระบบ

 

หนี้นอกระบบ ถือว่าเป็นปัญหาระดับรากหญ้ามากๆ เพราะว่าถ้าไม่มีเครดิต ไม่มีหลักประกันจะไปกู้เงินธนาคารในระบบเป็นอะไรที่ยากมาก เวลาเดือดร้อนเลยทำให้ต้องไปหาหนี้นอกระบบกัน

ทำให้ช่วงที่ผ่านรัฐบาลมีการออกนโยบายเรื่อง คลินิกแก้หนี้ ออกมาช่วยปลดหนี้บัตรเครดิตให้กับประชาชนเพื่อลดภาระดอกเบี้ยลง แต่แน่นอนว่าการเข้าโครงการคลินิกแก้หนี้ก็ช่วยได้แค่ระดับนึงเท่านั้น

 

คลินิกแก้หนี้

คลินิกแก้หนี้ vs สินเชื่อปลดหนี้เอกชน

 

หลายๆคนอาจะสงสัยแล้วความแตกต่างระหว่างคลินิกแก้หนี้กับ สินเชื่อปลดหนี้ของเอกชนทั่วไปคืออะไร เราจะไปใช้บริการที่ไหนดี

ความแตกต่างแรก คือ

  • คลินิกแก้หนี้ :  ไม่จำเป็นต้องมีหลักประกันคือคนค้ำประกัน
  • สินเชื่อปลดหนี้เอกชน : จำเป็นต้องมีหลักค้ำประกันหรือคนค้ำประกัน

ความแตกต่างที่สอง คือ

  • คลินิกแก้หนี้ : ดอกเบี้ยเป็นแบบคงที่และไม่สูงมาก
  • สินเชื่อปลดหนี้เอกชน : บางครั้งเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวทำให้มีความเสี่ยงเรื่องอัตราดอกเบี้ยอีก ดอกเบี้ยส่วนใหญ่ก็จะสูงกว่าคลินิกแก้หนี้

 คลินิกแก้หนี้

ความแตกต่างที่สาม คือ

  • คลินิกแก้หนี้ :  รับปลดเฉพาะหนี้บัตรเครดิตเท่านั้น หนี้นอกระบบไม่ได้เข้าโครงการ ถ้าเรามีหนี้นอกระบบแล้ว ไม่สามารถทำบัตรเครดิตเพื่อชำระหนี้ได้ก็ไม่สามารถเข้าโครงการคลินิกแก้หนี้ได้

ส่วนตัวถ้าให้แนะนำก็จะแนะนำว่าควรใช้บริการคลินิกแก้หนี้ไปก่อน เพราะเงื่อนไขน้อยกว่าและดอกเบี้ยก็ต่ำกว่า หลังจากนั้นค่อยให้บริการสินเชื่อปลดหนี้ของเอกชนต่อ ถ้าคลินิกแก้หนี้ไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ตามการเป็นหนี้เป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยในปัจจุบัน การแก้หนี้วิธีนี้เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น เพราะถ้าเราสังเกตจะเห็นว่ามีโครงการออกมาช่วยเหลือ
กันแทบตลอดเวลา แล้วปัญหาก็ไม่เคยหมดไป รัฐบาลน่าจะมองหาทางออกที่เป็นระยะยาวมากกว่าการแก้ปัญหาระยะสั้นในลักษณะนี้


avatar
by JK, CFP®
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon