เฝ้าระวัง! ไข้เลือดออก ระบาดหนักทั่วกรุงเทพฯ

posted: 10 months ago
เฝ้าระวัง! ไข้เลือดออก ระบาดหนักทั่วกรุงเทพฯ

comments
  • สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร แจ้งเตือนว่าสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในพื้นที่กรุงเทพฯ และพบผู้ป่วยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 6,092 คน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 6 ราย พื้นที่ที่มีผู้ป่วยสูงสุดคือหนองจอก และมีนบุรี
  • โรคไข้เลือดออกเป็นโรครุนแรง แต่มีโอกาสรักษาให้หายหากได้รับการตรวจรักษาตั้งแต่แรก แต่หากไม่ได้รับการรักษา ผู้ป่วยจะมีโอกาสเสียชีวิตสูงถึง 50% 

ไข้เลือดออก ระบาดหนักอีกระลอก

เข้าสู่ช่วงหน้าฝนอีกครั้ง สิ่งที่ต้องระมัดระวังนอกจากอุบัติเหตุ ฝนตก ถนนลื่นแล้ว ก็คงเป็นเรื่องสุขภาพนี่แหละ! โดยเฉพาะกับโรคยอดฮิตอย่างไข้เลือดออก ที่ดูเหมือนจะกลับมาระบาดกลางกรุงอีกระลอก

จากรายงาน ของทาง สำนักอนามัย (สนอ.) กรุงเทพมหานคร( กทม.) ในวันที่ 24 ก.ย. 2561 ได้แจ้งเตือนว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในพื้นที่กรุงเทพฯ และพบผู้ป่วยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 6,092 คน มีผู้เสียชีวิต 6 ราย

และช่วงอายุที่มีอัตราผู้ป่วยสูงสุดคือกลุ่มอายุ 10–14 ปี รองลงมาคือช่วงอายุ 15-24 ปี สิ่งที่น่าสนใจคือ พบว่าที่ช่วงอายุเด็กเล็ก 5-9 ปี เป็นช่วงอายุที่พบผู้ป่วยน้อยที่สุด แต่ตรงันข้าม ช่วงวัยผู้ใหญ่กลับถูกพบว่าเป็นโรคเหล่านี้ได้มากขึ้น นอกจากนี้กลุ่มผู้เสียชีวิตยังเป็นระดับผู้ใหญ่มากที่สุด ไม่ใช่กลุ่มเด็กอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต

ไข้เลือดออก
Cr. – morning-news.bectero.com

จากการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่พบว่า พบว่า พื้นที่เกิดโรคเป็นชุมชนหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ บ้านเรือน ร้านค้าที่มีความอับชื้น อับทึบ แตกต่างจากโรงเรียน หรือแหล่งสถานศึกษาที่เคร่งครัดกับการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ รวมถึงให้ความรู้ที่เพียงพอแก่เด็กๆ สวนทางกับผู้ใหญ่ที่มักจะประมาท และไม่เห็นความสำคัญมากเท่าที่ควร

โดยสถิติดังกล่าว เป็นสถิติที่เก็บมาตั้งแต่ วันที่ 1 ม.ค. –15 ก.ย. 61 พบผู้ป่วยสูงสุดที่เขตหนองจอก บางกะปิ มีนบุรี และเขตห้วยขวาง


สังเกตอาการผู้ป่วยไข้เลือดออก

สำหรับไข้เลือดออกนั้น นับเป็นอีกหนึ่งโรคระบาดที่หาทางรักษาได้ยาก แพทย์เน้นการรักษาไปตามอาการ โดยอาการจะจะแบ่งออกได้ 3 ระยะ ซึ่งผู้ป่วยรวมทั้งญาติสนิทต้องคอยสังเกตอยู่ตลอด

  • ระยะที่ 1 (ระยะไข้สูง)

ผู้ป่วยจะมีไข้สูงเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน 39-41 องศาเซลเซียส มีลักษณะเป็นไข้สูงลอยตลอดเวลา ระยะนี้หากเป็นแล้วจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยควรหมั่นสังเกตตัวเองว่าเข้าข่ายโรคไข้เลือดออกหรือไม่

  • ระยะที่ 2 (ระยะช็อกและมีเลือดออก หรือ ระยะวิกฤติ)

มักจะพบในไข้เลือดออกที่เกิดจากเชื้อเดงกีที่มีความรุนแรงขั้นที่ 3 และ 4 อาการจะเกิดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 3-7 ของโรค ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่วิกฤติของโรค  ผู้ป่วยจะมีภาวะช็อกอย่างรุนแรง ชีพจรเบาและเร็วจนจับไม่ได้ ความดันตกจนวัดไมได้ หรือมีเลือดออกมาก เช่น อาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือดมาก หากไม่รักษาให้ดีอาจเสียชีวิตได้

  • ระยะที่ 3 (ระยะฟื้นตัว)

ในรายที่มีภาวะช็อกไม่รุนแรง เมื่อผ่านวิกฤติช่วงระยะที่ 2 ไปแล้ว อาการก็จะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือแม้แต่ผู้ป่วยที่มีภาวะช็อกรุนแรง เมื่อได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงทีก็จะฟื้นตัวเข้าสู่สภาพปกติ

โรคไข้เลือดออกเป็นโรครุนแรง แต่โอกาสรักษาให้หายก็มีสูงเมื่อได้รับการตรวจรักษาตั้งแต่แรก หากไม่ได้รับการรักษา ผู้ป่วยจะมีโอกาสเสียชีวิตสูงถึง 50% จากการเกิดภาวะแทรกซ้อน

ไข้เลือดออก
Cr. – morning-news.bectero.com

ซึ่งตัวอย่างที่เราเห็นได้ชัดที่สุด ก็คือ ดาราหนุ่ม อนาคตไกลอย่าง ปอ ทฤษฎี ที่ต้องเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออก จนกลายเป็นกระแสตื่นตัวเรื่องไข้เลือดออกอีกครั้งว่านี่ไม่ใช่โรคที่ควรนิ่งนอนใจแต่อย่างใด สำหรับบุคคลทั่วไป สามารถเริ่มต้นป้องกันได้ จากการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ ที่มีน้ำขังต่างๆ หากป่วยไข้ไม่สบาย อย่าวางใจกับอาการที่ตัวเองเป็น เมื่อตรวจพบว่าเข้าข่ายควรรีบไปพบแพทย์ทันที

โรคไข้เลือดออกป้องกันได้ แค่เริ่มต้นที่ตัวเอง!

 

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก www.dailynews.co.th


avatar
by คะน้าใบเขียว
นักเขียนรุ่นไฮบริด ผู้ไม่คุ้นชินกับมักเกิ้ล ชอบกลางคืน มีความสุขเป็นพิเศษถ้าได้กินแซลมอน และผูกมิตรได้ด้วยของกินอร่อยๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon