เบาหวาน โรคยอดฮิตติด Top 10 ที่คนไทยเป็นกันถ้วนหน้า

posted: 9 months ago
เบาหวาน โรคยอดฮิตติด Top 10 ที่คนไทยเป็นกันถ้วนหน้า

comments

เบาหวาน เป็นหนึ่งในโรคยอดฮิตที่คนไทยเป็นกันมากที่สุด โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากการละเลยเรื่องอาหารการกินและการดูแลสุขภาพ ซึ่งในช่วงแรกๆ จะไม่ค่อยแสดงอาการผิดปกติหรือมีแค่อาการเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น หลายคนจึงไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคเบาหวาน

ดังนั้นวันนี้ทาง rabbit finance จึงขอพาทุกคนมาทำความรู้จักกับโรคเบาหวานให้มากขึ้น ลองมาเช็กกันดูว่ามันเกิดจากสาเหตุอะไร เป็นแล้วมีอาการยังไง รวมถึงมีวิธีรักษาและป้องกันอย่างไรบ้าง

โรคเบาหวาน เกิดจาก?

โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) เกิดจากการที่ร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เพราะขาดฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้การดูดซึมน้ำตาลในเลือดเพื่อใช้เป็นพลังงานให้กับเซลล์ในร่างกายนั้นผิดปกติ จนมีน้ำตาลสะสมในเลือดมากเกินไป ถ้าหากปล่อยไปนานๆ จะส่งผลให้อวัยวะต่างๆ เสื่อมสภาพ และเกิดโรคหรือภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้ ซึ่งเบาหวานนั้นมีด้วยกัน 4 ชนิด ได้แก่

  • เบาหวานชนิดที่ 1 ตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันไปทำลายเซลล์ตับอ่อนที่ทำหน้าที่ผลิตอินซูลิน พบได้ในเด็กและผู้ใหญ่ที่อายุยังไม่มาก
  • เบาหวานชนิดที่ 2 ภาวะดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้เซลล์ในร่างกายไม่สามารถนำอินซูลินไปใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ มักพบในวัยกลางคนถึงวัยสูงอายุ และเป็นชนิดที่พบมากที่สุด
  • เบาหวานขณะตั้งครรภ์ ภาวะที่ฮอร์โมนต่างๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงระหว่างตั้งครรภ์ และฮอร์โมนบางตัวนั้นต่อต้านฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงจนกลายเป็นเบาหวาน แต่หลังจากคลอดแล้วร่างกายก็จะกลับมาปกติเหมือนเดิม
  • เบาหวานจากสาเหตุอื่นๆ เช่น การใช้ยาสเตียรอยด์ ใช้ฮอร์โมนไทรอยด์ เป็นต้น หรือ เกิดจากโรคอื่นๆ เช่น ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง มะเร็งตับอ่อน เป็นต้น

ทำไมถึงเป็นเบาหวาน?

เบาหวานอาจเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น กรรมพันธุ์ ตับอ่อนผิดปกติ หรือการออกกำลังกายน้อยเกินไป แต่ความจริงแล้วสาเหตุหลักๆ ก็คือ การรับประทานอาหารบางประเภทที่มากเกินไป ตัวอย่างเช่น 

เมนูของหวานสุดฮิตอย่าง บิงซู ฮันนี่โทสต์ โดนัท เค้กนานาชนิด และของหวานต่างๆ อีกมากมาย  รวมถึงน้ำหวาน น้ำชง ตามรถเข็นที่เราชอบซื้อกันอยู่บ่อยๆ ด้วย ขอบอกเลยว่าแต่ละเมนูน้ำตาลสูงปรี๊ดกันทั้งนั้น รับรองเลยว่าถ้าทานบ่อย ทานเยอะเกินความพอดีล่ะก็ เบาหวานมาเยือนแน่นอน 

ยังไม่หมดนะเมนูของคาวต่างๆ ที่เป็นเนื้อสัตว์ประเภทเนื้อแดงทั้งหลาย ก็อันตรายไม่แพ้กัน! อย่างพวก หมู/เนื้อปิ้งย่างเกาหลี หมูกระทะ สเต็กเนื้อมีเดียมแรร์ ชาบูหมูสามชั้น หรือหมูปิ้งติดมัน รวมถึงอาหารแปรรูปต่างๆ เช่น เบคอน แฮม ไส้กรอกหมู (ส่วนใหญ่จะเป็นหมู เนื้อวัว และอาหารแปรรูปที่ทำจากหมูหรือเนื้อวัว) อาหารจำพวกนี้เป็นอาหารที่มีไขมันสูงมาก มากขนาดไหนลองสังเกตจากถ้วยน้ำจิ้มที่ทานคู่กัน ไม่ก็ภาชนะที่ใส่อาหารมาดูก็ได้ 

ทุกเมนูที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ล้วนมีน้ำตาลและไขมันมากมายผสมอยู่ทั้งนั้น ซึ่งการบริโภคน้ำตาลและไขมันในปริมาณที่มากเกินไปนี่แหละ มันจะสะสมอยู่ในร่างกายของเรามากขึ้นเรื่อยๆ และทำให้ฮอร์โมนอินซูลินผิดปกติ จนเป็นสาเหตุให้กลายเป็นโรคเบาหวานได้

อาการของโรคนี้เป็นยังไง

อาการของเบาหวานแต่ละชนิดจะคล้ายๆ กัน โดยอาการส่วนใหญ่ที่เป็น คือ ปวดปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำบ่อย หิวบ่อย ปากแห้ง เหนื่อยง่าย รู้สึกชาที่มือและขา สายตาพร่ามัว แผลหายช้า และน้ำหนักตัวลดฮวบ

สำหรับเบาหวานชนิดที่ 1 อาการมักจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ชนิดที่ 2 อาการจะค่อยๆ แสดงออกมาให้เห็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่วนเบาหวานขณะตั้งครรภ์มักจะเกิดตอนช่วงอายุครรภ์ประมาณ 6-7 เดือน และผู้ป่วยเบาหวานอาจมีโรคหรือภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เกิดขึ้นด้วย

ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน

  • ภาวะหมดสติที่เกิดขึ้นจากน้ำตาลในเลือดต่ำ มักเกิดขึ้นในกรณีที่ผู้ป่วยใช้ยารักษาเบาหวานเกินขนาด อดอาหาร ทานอาหารน้อยเกินไป ทานอาหารผิดเวลาบ่อยๆ ดื่มแอลกอฮอล์มาก หรือมีการออกแรงอย่างหนักและนานไป
  • ภาวะคีโตอะซิโดซิส (Ketoacidosis) พบได้เฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ที่ขาดการฉีดอินซูลินเป็นเวลานาน
  • น้ำตาลในเลือดสูงรุนแรง มักพบในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เป็นโรคโดยไม่รู้ตัว ขาดการรักษา หรือมีภาวะติดเชื้อรุนแรง
  • ระบบปลายประสาทเสื่อม เกิดจากหลอดเลือดแดงขนาดเล็กที่มาเลี้ยงระบบประสาทนั้นแข็งและตีบ
  • จอประสาทตาเสื่อม หรือ ภาวะเบาหวานขึ้นตา ในระยะแรกผู้ป่วยจะไม่รู้สึกผิดปกติ จนกระทั่งเป็นหนักแล้วมีอาการตามัวหรืออาจตาบอดได้
  • ไตเสื่อม หรือไตวายเรื้อรัง เกิดจากการตีบตันของหลอดเลือดแดงขนาดเล็กที่มาเลี้ยงไต ทำให้ไตเสื่อมได้
  • การติดเชื้อ ผู้ป่วยเบาหวานจะติดเชื้อได้ง่าย เพราะมีภูมิคุ้มกันต่ำ และอาจเป็นการติดเชื้อซ้ำๆ ในจุดเดิมที่เคยเป็นมาแล้ว
  • ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น เนื้อเยื่อรอบฟันอักเสบ นิ่วน้ำดี กล้ามเนื้อหัวใจพิการ ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง มีไขมันสะสมในตับ และเสี่ยงเป็นมะเร็งตับอ่อนมากขึ้น
  • ภาวะแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์ อาจทำให้เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ ทารกมีน้ำหนักตัวมากทำให้คลอดยาก และเสี่ยงต่อการแท้งลูกได้


หุ่นยนต์นอร์แมนส์ – Credit : www.bangkokbiznews.com

สิ่งหนึ่งที่เป็นภาวะที่พบได้บ่อยที่สุดก็คือ โรคเส้นประสาทถูกทำลายจากโรคเบาหวาน ทำให้ผู้ป่วยมีอาการชา ปวด หรือสูญเสียความรู้สึกที่บริเวณนิ้วเท้า เท้า ขา มือและแขน ทำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานทุกคนต้องตรวจเท้าอย่างละเอียดทุกๆ ปี เพื่อดูว่าเป็นโรคปลายประสาทเสื่อมหรือไม่

และล่าสุดมีข่าวว่าทีมวิจัยบาร์ทแล็บ (BART LAB) จากมหาวิทยาลัยมหิดล ได้สร้างหุ่นยนต์ตรวจวินิจฉัยการรับรู้ความรู้สึกปลายประสาทเท้าชื่อ “นอร์แมนส์” ขึ้นมา เพื่อเป็นตัวช่วยให้แพทย์กับเจ้าหน้าที่ในการตรวจคัดกรอง และช่วยลดความผิดพลาดจากการตรวจวินิจฉัยแบบเดิม

หุ่นยนต์นี้จะช่วยให้ผู้ป่วยประหยัดเวลาและค่าเดินทางไปโรงพยาบาล ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการพัฒนา และเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ ถ้าสามารถนำมันมาใช้งานได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพล่ะก็ น่าจะช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเบาหวานได้ไม่น้อยทีเดียว

เจ้าหุ่นนอร์แมนส์นั้นเป็นเพียงการตรวจปลายประสาทเท้า เนื่องจากระบบปลายประสาทเสื่อม ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน แต่ไม่ใช่เป็นการตรวจเบาหวาน ดังนั้นคนที่เป็นเบาหวานจึงต้องมีการรักษาอย่างถูกวิธีอีกแบบนึง

ต้องรักษาด้วยวิธีใด

เบาหวานชนิดที่ 1 ผู้ป่วยต้องได้รับฮอร์โมนอินซูลินเข้าไปทดแทนในร่างกายด้วยการฉีดยาเป็นหลัก ควบคู่กับการคุมอาหารและออกกำลังกายที่เหมาะสม

เบาหวานชนิดที่ 2 ถ้าเป็นระยะแรกๆ สามารถรักษาด้วยการกินอาหารที่เหมาะสม และควบคุมน้ำหนัก แต่ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้น อาจต้องกินยาควบคู่ไปด้วยหรือฉีดอินซูลินเข้าไปทดแทน เหมือนเบาหวานชนิดที่ 1

ผู้ป่วยควรจะไปฝากครรภ์ตั้งแต่แรกๆ และพบแพทย์ตามนัดเป็นประจำ พร้อมกับคอยคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติด้วยการควบคุมอาหารอย่างเข้มงวด เช่น ลดอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล ทานอาหารจำพวกโปรตีน ผัก ผลไม้ให้มากขึ้น และเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานจัดหรือไขมันสูง รวมถึงมีการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับคนตั้งครรภ์ควบคู่ไปด้วย

แน่นอนว่าไม่มีใครอยากจะป่วยเป็นโรคเบาหวานกันหรอก เพราะมันมีภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่ทำให้เกิดโรคนู้นโรคนี้มากมายเต็มไปหมด แถมยังต้องระวังไม่ให้เป็นแผลด้วย เนื่องจากแผลจะหายช้ามากๆ หรืออาจติดเชื้อรุนแรงได้เลย ฉะนั้นทุกคนจึงควรจะมีการป้องกันไว้ก่อนดีกว่า จะได้ต้องมาแก้ทีหลัง

ควรจะป้องกันยังไงดี?

วิธีการป้องกันโรคเบาหวานสามารถทำได้ไม่ยากด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในเรื่องการทานอาหาร และเครื่องดื่มของตัวเอง โดยทำตามนี้

  • ทานอาหารมีประโยชน์และมีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต
  • หลีกเลียงอาหารจำพวกแป้ง อาหารไขมันสูง ขนมหวาน ขนมขบเคี้ยวทั้งหลาย และเครื่องดื่มที่มีความหวานต่างๆ ให้ดื่มเป็นน้ำเปล่า ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลแทน
  • ควรทานเนื้อสัตว์ประเภทเนื้อขาวที่ไม่ติดมัน เช่น ปลา ไก่ หรืออาหารทะเล แทนสัตว์เนื้อแดง อย่าง หมู เนื้อ และอาหารแปรรูป
  • ควรแบ่งมื้ออาหารหลักออกเป็นมื้อย่อยๆ ในแต่ละวัน เพื่อช่วยรักษาความสมดุลของระดับน้ำตาลและฮอร์โมนอินซูลิน
  • ลด ละ หรือเลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลาย รวมถึงการสูบบุหรี่ด้วย
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย และลดระดับน้ำตาลในเลือดลง แถมยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับหัวใจ หลอดเลือด และช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตให้ดียิ่งขึ้น (คนท้องก็ออกกำลังให้เหมาะสมสำหรับตัวเอง)

สิ่งสำคัญสำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวาน หรืออยากป้องกันการเป็นโรคเบาหวานก็คือ ต้องคอยระวังเรื่องระดับน้ำตาลในเลือดและคอเลสเตอรอลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ดังนั้นอย่าลืมดูแลใส่ใจสุขภาพในเรื่องอาหารการกินด้วยเนอะ จะได้มีร่างกายแข็งแรง และห่างไกลจากโรคเบาหวานกันทุกคน

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.pobpad.com


avatar
by เฟิ้ม
v(^_^)v

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon