ปลายฝนต้นหนาว เฝ้าระวัง 7 โรค ที่มากับอากาศเปลี่ยนแปลง

posted: 2 months ago
ปลายฝนต้นหนาว เฝ้าระวัง 7 โรค ที่มากับอากาศเปลี่ยนแปลง

comments

ในช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย จึงควรดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็ก อาจส่งผลอันตรายให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่มักเกิดขึ้นในช่วงรอยต่อของสองฤดูนี้ เราลองมาดูกันนะคะว่า มีโรคอะไรบ้าง และมีการป้องกันดูแลอย่างไร

ปลายฝนต้นหนาว ต้องระวังโรคอะไรบ้าง?

ปลายฝนต้นหนาว

1.ไข้หวัดใหญ่

เป็นโรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจอย่างเฉียบพลันที่เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (influenza virus) ติดต่อได้ง่ายจากการไอ จาม หรือติดมากับมือ โดยอาการของโรคคล้ายกับไข้หวัด คือ มีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คัดจมูก ไอ แต่จะเป็นรวดเร็วและมีความรุนแรงมากกว่า

โดยทั่วไปไข้หวัดใหญ่ ประมาณ 2-4 วัน อาการจะค่อยๆ ลดลง ใครที่เสี่ยงจะป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ควรพักผ่อนให้มากๆ สวมหน้ากากอนามัย หากป่วยมีอาการไข้สูง ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่ายกว่าคนปกติ

ปลายฝนต้นหนาว

2.ปอดบวม

เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่สามารถแพร่เชื้อได้ในอากาศ ติดต่อจากคนสู่คนผ่านการไอหรือจาม โดยอาการของโรค คือ หอบ น้ำมูกไหล ไอแห้งๆ และต่อมาจะเริ่มมีเสมหะเหนียว จาม คัดจมูก ไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ เจ็บหน้าอก รวมถึงอาจมีอาการท้องเสีย ซึ่งอาการดังกล่าวมักเกิดแทรกซ้อนตามหลังโรคทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด หรือไข้หวัดใหญ่

โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำ เช่น ผู้สูงอายุ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้ที่มีโรคประจำตัว โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น ทั้งนี้การรักษาขึ้นอยู่กับอาการ หากไม่รุนแรง แพทย์อาจให้ยากลับไปรับประทานที่บ้าน แต่ถ้ารุนแรงมาก เช่น มีไข้สูง เซื่องซึม หายใจเร็ว หอบมากจนริมฝีปากเขียว แพทย์จะรับไว้รักษาในโรงพยาบาล

ปลายฝนต้นหนาว

3.โรคผิวหนัง

สาเหตุมาจากความสกปรกและอับชื้น ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาว และมีฝนตกชุก บางพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังเป็นระยะเวลานาน จึงเอื้อต่อการเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย โดยโรคที่พบได้บ่อย คือ โรคน้ำกัดเท้า ซึ่งเกิดจากการแช่น้ำ หรือเดินย่ำน้ำนานเกินไปจนเป็นเหตุให้ผิวหนังเปื่อย ยุ่ย ลอก และเกิดอาการระคายเคือง อาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราตามมาได้ และในช่วงที่อากาศหนาวเย็น คนนิยมอาบน้ำอุ่นจัดหรือร้อนเกินไป ซึ่งก็อาจส่งผลให้ผิวแห้ง เกิดอาการคันและผิวหนังอักเสบได้ง่ายตามมาด้วย

ดังนั้นวิธีป้องกัน คือ ควรเลือกสวมเสื้อผ้าให้เหมาะสมตามฤดูกาลของประเทศ จะช่วยทำให้สภาพผิวของเราไม่เกิดการแพ้ อับชื้น รวมไปถึงการระคายเคืองของผิวหนัง จนก่อให้เกิดโรคผิวหนังได้ ซึ่งหากเกิดความผิดปกติของผิวหนัง ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโดยตรง และเลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักและผลไม้ เช่น ข้าวโพด แครอท ส้ม ฝรั่ง มะเขือเทศ ดื่มน้ำสะอาด พักผ่อนให้เพียงพอ ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน ที่จะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง และมีภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ ได้


ปลายฝนต้นหนาว

4.โรคภูมิแพ้

ในช่วงเวลาที่อากาศกำลังเปลี่ยนแบบนี้ โรคดังกล่าวมักพบได้บ่อย โดยอาการจะคัดจมูก หายใจไม่สะดวก จาม หรือบางรายอาจมีผื่นแดงตามตัวและผิวหน้า ดังนั้นควรดูแลสุขภาพโดยการหลีกเลี่ยง การเข้าไปในพื้นที่แออัดที่มีแนวโน้มว่าจะมีฝุ่นละอองเป็นจำนวนมาก เช่น การใช้บริการขนส่งสาธารณะ แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ให้หาอุปกรณ์สวมปิดปาก ปิดจมูกทุกครั้ง แต่ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นควรรีบปรึกษาแพทย์

ปลายฝนต้นหนาว

5.โรคหวัด

อาการของโรคที่พบได้บ่อยคือ จะมีอาการปวดหัว ตัวร้อน ปวดเมื่อยตามร่างกาย ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีสูงๆ อย่าง ฝรั่ง หรือผลไม้ที่มีรสชาติเปรี้ยวอย่าง ส้มเขียวหวาน, ส้มโอ, ส้มจี๊ด, มะขามป้อม ฯลฯ หรือแม้แต่แอปเปิ้ลที่มีราคาไม่แพงก็มีวิตามินซีสูงเช่นกัน สามารถรับประทานได้หมดทั้งสีเขียวและสีแดง แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้นควรรีบไปพบแพทย์เฉพาะทางจะดีที่สุด

ปลายฝนต้นหนาว

6.โรคท้องร่วง

คนส่วนมากมักคิดว่าโรคนี้มักเป็นกันในช่วงหน้าร้อน แต่ช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ก็สามารถเป็นได้เช่นกัน สาเหตุมาจากแบคทีเรีย และไวรัสจากอาหารหรือน้ำที่ไม่สะอาด อาหารสุกๆ ดิบๆ การไม่ล้างมือก่อนหยิบอาหารเข้าปาก ก็มีส่วนทำให้แบคทีเรียต่างๆ เข้าสู่ร่างกายได้ อาการโดยทั่วไปจะเริ่มถ่ายอุจจาระ วันละ 3 ครั้งขึ้นไป ถ่ายเป็นน้ำ หรือมีมูกเลือด และมักมีอาการปวดท้อง มวนท้อง อ่อนเพลียร่วมด้วย ในผู้ป่วยบางรายอาจเป็นหนักถึงขั้นติดเชื้อจนมีอาการไข้ขึ้น ถ้าเป็นเช่นนี้ต้องรีบไปพบแพทย์ด่วน

ปลายฝนต้นหนาว

7.โรคอีสุกอีใส

เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ผู้ป่วยจะมีอาการของโรคภายหลังรับเชื้อประมาณ 2-3 สัปดาห์ มักจะระบาดในช่วงปลายฤดูหนาวถึงต้นฤดูฝน เช่นเดียวกับโรคหัด โดยมากพบในกลุ่มเด็กอายุระหว่าง 5-12 ขวบ รองลงมา คือกลุ่มเด็กอายุ 1-4 ขวบ กลุ่มวัยรุ่น และวัยหนุ่มสาว จะมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย และเบื่ออาหาร ส่วนผู้ใหญ่มักจะมีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัวคล้ายไข้หวัด

ขณะเดียวกันก็จะมีผื่นขึ้นพร้อมๆ กับวันที่เริ่มมีไข้ หรือ 1 วันหลังมีไข้ โดยในระยะแรกจะขึ้นเป็นผื่นแดงราบ ต่อมาจะกลายเป็นตุ่มนูน มีน้ำใสๆ และคัน ถ้าเริ่มมีอาการดังกล่าวก็ควรจะรีบไปพบแพทย์ เพราะถ้ามีไข้สูง อาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนทางสมองและตับ อาจทำให้เสียชีวิตได้

เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจาก  7 โรคที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ ควรรู้จักเตรียมตัวเองให้พร้อม เพื่อไม่ให้ร่างกายต้องเจ็บไข้ได้ป่วย หรือลุกลามจนเกิดมีโรคแทรกซ้อนร้ายแรงได้

ข้อมูล กรมควบคุมโรค , โรงพยาบาลพระรามเก้า


avatar
by ทานตะวัน
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon