มาทำความรู้จัก “เครดิตภาษีเงินปันผล” กัน

posted: 6 months ago
มาทำความรู้จัก “เครดิตภาษีเงินปันผล” กัน

comments

มาถึง ช่วงเสียภาษีประจำปี กันอีกแล้ว ซึ่งประชาชนคนเสียภาษีอย่างเราๆ ช่วงนี้ก็คงพยายามคิดหาช่องทางลดหย่อนภาษีกันอยู่แน่ๆ เลย

วันนี้เราเลยจะมาพูดถึง เครดิตภาษีเงินปันผล ซึ่งเจ้าตัวนี้แหละค่ะ ที่เป็นตัวช่วยสำคัญในการวางแผนการเสียภาษี สำหรับเหล่า นักลงทุน ทั้งหลาย


เครดิตภาษีเงินปันผล มันคืออะไร?

เงินปันผล คือ ค่าตอบแทนที่บริษัทจ่ายให้กับผู้ถือหุ้น ซึ่งเงินที่จ่ายมักจะมาจากกำไรที่บริษัททำได้ในปีนั้นๆ เช่นเดียวกับบุคคลธรรมดา บริษัทเองก็ต้องทำการเสียภาษีจากผลประกอบการที่ได้มาเช่นกัน

สมมติว่า บริษัท A ทำกำไรได้ทั้งหมด 10,000 บาท ต้องทำการเสียภาษีให้กับรัฐบาลในอัตราภาษี  20% (ส่วนใหญ่จะอยู่ที่อัตรา 20-30%) ทำให้กำไรที่เหลือหลังการหักภาษีอยู่ที่ 8,000 บาท (สมมติว่าบริษัทจ่ายเงินปันผล 100% ของกำไร)

ก่อนจะออกมาเป็นเงินปันผลให้เรา กำไรส่วนนี้จะต้องถูก หักภาษี ณ ที่จ่าย อีก 10% ทำให้สุดท้ายแล้วเราจะได้เงินปันผลหลังจากการหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นเงิน 7,200 บาท ถือว่าเป็น การหักภาษีซ้ำซ้อน

เงินก้อนเดียว จะต้องเสียภาษีถึง 2 ครั้ง แถมทำให้เงินปันผลลดลงจาก 10,000 บาท เหลือเพียง 7,200 บาท เท่ากับภาษีที่เสียไป มีจำนวน 2,800 บาท หรือ 28% เลยทีเดียว

รัฐบาลจึงอนุญาตให้เหล่านักลงทุนสามารถขอ “เครดิตภาษีเงินปันผล” เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการเสียภาษี และทำให้เราสามารถนำค่าภาษีของบริษัทมาใช้เป็นเครดิตภาษีของเราได้อีกด้วย


วิธีคำนวณเครดิตภาษีเงินปันผล

วิธีคำนวณเครดิตภาษีเงินปันผล

สูตรการคำนวณ คือ

เครดิตภาษีเงินปันผล  = (มูลค่าปันผลก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย  × อัตราภาษีที่บริษัทจ่ายให้รัฐบาล) ÷ (100 อัตราภาษีที่บริษัทจ่ายให้รัฐบาล

เมื่อลองคำนวณดู จะได้เป็น

(8,000 x 20) ÷ (100-20) = เครดิตภาษีเงินปันผล 

160,000 ÷ 80 = 2,000

เพราะฉะนั้น จากเงินปันผลก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย 8,000 บาท เราจะมีเครดิตภาษีเงินปันผลทั้งหมด 2,000 บาทด้วยกัน ถ้าบริษัทได้รับการยกเว้น การเสียภาษีนิติบุคคล  ก็ไม่ต้องคำนวณให้เสียเวลานะคะ เพราะ ไม่สามารถขอเครดิตภาษีเงินปันผลได้จ้า


ใช้เครดิตภาษีเงินปันผลอย่างไรให้คุ้มค่า

ใช้เครดิตภาษีเงินปันผลอย่างไรให้คุ้มค่า

เครดิตภาษีเงินปันผล นอกจากจะลดความซ้ำซ้อนในการหักภาษีแล้ว ยังถือว่าเป็นเงินได้ด้วย ดังนั้น ถ้าเราอยากจะใช้เครดิตภาษีเงินปันผล เราจะต้องนำเครดิตภาษีเงินปันผลมารวมกับมูลค่าเงินปันผลด้วย

ถ้าเราได้เงินปันผลมา 8,000 บาท รวมกับเครดิตภาษีเงินปันผล 2,000 บาท เท่ากับว่าเราจะได้เงินปันผลทั้งหมด 10,000 บาทนั่นเอง

เราก็ต้องมาดูกันว่า ฐานเงินเดือนแบบเรา ใช้หรือไม่ใช้เครดิตเงินปันผลจะคุ้มกว่ากัน โดยจะแบ่งง่ายๆ เป็น 2 กรณี คือ

1.อัตราภาษีของเรา น้อยกว่า อัตราภาษีของบริษัท

สมมติว่าฐานภาษีของเรา คือ  10% ในขณะที่ภาษีของบริษัทอยู่ที่  20% ถ้าเราเลือกใช้เครดิตภาษี เราจะต้องเอาเงินปันผล 10,000 บาท ไปรวมกับเงินได้ของเราเพื่อคำนวณภาษี ซึ่งเราจะเสียภาษีแค่ 10% เท่านั้น

หากคิดแค่เงินปันผลแล้ว เราจะเหลือเงินทั้งหมด 9,000 บาท ซึ่งมากกว่า 7,200 บาท ตอนที่เราไม่ได้ใช้เครดิตภาษี

เพราะฉะนั้น ในกรณีนี้ให้เลือกใช้เครดิตภาษีเงินปันผลไปเลย เพราะมันจะช่วยทำให้เราจ่ายภาษีน้อยลงค่ะ

2.อัตราภาษีของเรา มากกว่า อัตราภาษีของบริษัท

สมมติว่าฐานภาษีของเรา คือ  30% ในขณะที่ภาษีของบริษัทอยู่ที่  20% ถ้าเราเลือกใช้เครดิตภาษี เราจะต้องเอาเงินปันผล 10,000 บาท ไปรวมกับเงินได้ของเราเพื่อคำนวณภาษี ซึ่งเราจะเสียภาษีถึง 30%

หากคิดแค่เงินปันผลแล้ว จะเราเหลือเงินทั้งหมดแค่ 7,000 บาท ซึ่งน้อยลงกว่า 7,200 บาท ตอนที่เราไม่ได้ใช้เครดิตภาษี

กรณีนี้ไม่ควรใช้เครดิตภาษีเงินปันผล แต่ควรจะหักภาษี ณ ที่จ่าย  10% จะได้ไม่ต้องเอาเงินปันผลเข้าไปรวมในเงินได้เพื่อคิดภาษีอีกนั่นเอง



ข้อควรรู้ก่อนใช้เครดิตภาษีเงินปันผล

ข้อควรรู้ก่อนใช้เครดิตภาษีเงินปันผล

ก่อนจะเลือกใช้หรือไม่ใช้เครดิตภาษีนั้น เราอยากให้คุณลองคำนวณภาษีดูทั้งตอนที่รวมเข้ารายได้และหักภาษี ณ ที่จ่ายก่อน เพื่อที่จะได้เปรียบเทียบได้ว่าใช้หรือไม่ใช้คุ้มกว่ากัน และแบบไหนที่เสียภาษีน้อยกว่ากัน

เพราะบางคนก็มีหุ้นอยู่หลายตัว และแต่ละบริษัทก็จะเสียภาษีไม่เท่ากันด้วย ทำให้ต้องตรวจสอบให้ดีว่า การขอเครดิตภาษีเงินปันผล จะช่วยเพิ่มเงินให้คุณได้จริงๆ หรือไม่

ถ้าการคำนวณเองมันยุ่งยากมากเกินไป คุณสามารถใช้ โปรแกรม iTax ในการช่วยคำนวณหรือให้ rabbit finance คำนวณภาษีให้คุณได้นะคะ

ต้องบอกว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถใช้เครดิตภาษีเงินปันผลได้ ซึ่งผู้ที่ต้องการจะใช้นั้น จะต้องเข้าข่ายเงื่อนไขครบทุกข้อ ดังต่อไปนี้

1. เป็นผู้มีภูมิลำเนาในประเทศไทย (มีชื่อในทะเบียนราษฏร์) หรืออยู่ในประเทศไทยในปีนั้นครบ 180 วันแล้ว
2. บริษัทที่จ่ายเงินปันผล จะต้องเป็นบริษัทของไทยเท่านั้น
3. หากจะใช้เครดิตภาษีเงินปันผล จะต้องใช้กับหุ้นทุกตัวที่ได้รับเงินปันผลเท่านั้น ไม่สามารถเลือกใช้เพียงบางตัวได้
4. กองทุนรวมต่างๆ ไม่สามารถขอเครดิตภาษีเงินปันผล ได้ใช้ได้แค่หุ้นเท่านั้น

หากคุณถือหุ้นอยู่หลายตัว และตัดสินใจจะใช้เครดิตภาษีเงินปันผล คุณจะต้องนำเงินปันผลจากหุ้นทุกตัวมาร่วมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา  รวมถึงเงินปันผลที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วยค่ะ

เรื่องภาษีแม้จะเป็นเรื่องที่ดูยุ่งยากไปหน่อย แต่ถ้าค่อยๆ ศึกษาให้ดี คุณก็สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้นและทำให้เราเสียภาษีได้แบบถูกต้องและน้อยลงได้ด้วยค่ะ ยังไงก็ตาม อย่าลืมยื่นภาษี นะคะทุกคน


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon