เคลมประกันรถ แล้วมี ‘ค่าเสียหายส่วนแรก’ ไม่จ่ายได้มั้ย?

posted: 3 months ago
เคลมประกันรถ แล้วมี ‘ค่าเสียหายส่วนแรก’ ไม่จ่ายได้มั้ย?

comments

อุตส่าห์ทำประกันรถยนต์มาก็ตั้งแพง ยอมจ่ายเบี้ยสูงๆ เพื่อจะได้รับความคุ้มครองแบบครบวงจร แต่แล้วทำไม พอแจ้งเคลมบางที ต้องโดนเรียกเก็บ “ค่าเสียหายส่วนแรก” เพิ่มเติมอีกตั้งหลายบาท แล้วแบบนี้ถ้าไม่อยากจ่ายล่ะ จะได้หรือเปล่านะ rabbit finance จะมาไขความกระจ่างให้คุณเองค่ะ


ค่าเสียหายส่วนแรก 1

มาทำความรู้จัก ค่าเสียหายส่วนแรก กันซะก่อน

เมื่อคุณเป็นเจ้าของรถยนต์สักคันหนึ่ง การทำประกันรถยนต์ ควบคู่ไปด้วยมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากมันสามารถให้ความคุ้มครองสวัสดิภาพของทั้งตัวคุณเองและรถคู่ใจได้ในหลายๆ กรณี ซึ่งจะครอบคลุมมากแค่ไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับประเภทของประกันภัยที่คุณเลือกใช้ค่ะ

หลายๆ คน เมื่อรู้ว่ารถมีประกันอยู่แล้ว ก็มักจะขับรถโดยประมาทมากขึ้น เพราะคิดว่า ถ้าชนขึ้นมา ก็แค่เคลมประกันเท่านั้นก็เรียบร้อย ทำให้พอรถยนต์มีรอยนิดๆ หน่อยๆ ก็เรียก เคลมประกัน เป็นว่าเล่น เพราะอยากให้รถดูสวย ดูใหม่ตลอดเวลา ซึ่งเหตุผลนี้นั่นเองค่ะ ที่ทำให้ ค่าเสียหายส่วนแรก ถือกำเนิดขึ้นมา

ค่าเสียหายส่วนแรก คืออะไร ทำไมต้องจ่าย

ค่าเสียหายส่วนแรก ว่าง่ายๆ คือ เงินที่ผู้เอาประกันต้องยอมจ่ายหรือสมัครใจจ่ายเองส่วนหนึ่ง เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วตนเป็นฝ่ายผิด หรือไม่สามารถระบุสาเหตุที่ชัดเจน หรือหาคู่กรณีได้ ซึ่งจะแบ่งย่อยได้ 2 แบบ คือ

1.Excess

คือ เงินที่ผู้เอาประกันต้องจ่าย หากเกิดเหตุที่ไม่สามารถหาสาเหตุ หรือ ระบุคู่กรณีชัดเจนได้ ซึ่งเราจะต้องเสียเงิน 1,000 บาท/ครั้ง ไม่ว่าจะมีความเสียหายมากแค่ไหนก็ตาม โดยกรณีที่มักจะต้องเสียค่า Excess ได้แก่

  • รถยนต์ถูกมุ่งร้ายหรือกลั่นแกล้ง โดยหาคู่กรณีไม่ได้ เช่น ถูกขีดข่วน
  • ความเสียหายบน พื้นผิวสีรถ เช่น หินกระเด็นใส่, เฉี่ยวกิ่งไม้/สายไฟ/ลวดหนาม, ขับรถตกหลุม/ครูดพื้นถนน, เหยียบตะปูหรือของมีคมที่ทำให้ยางฉีก, ละอองสีปลิวมาโดน/วัสดุหล่นมาโดน เป็นต้น
  • ไม่สามารถระบุสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหายได้ รวมถึงรายละเอียดอื่นๆ ของอุบัติเหตุ เช่น วัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุ
  • ให้ผู้อื่นขับขี่รถ แล้วเกิดอุบัติเหตุ และเป็นฝ่ายผิดหรือไม่สามารถระบุคู่กรณีได้
  • เมื่อรถเกิดความเสียหายที่ระบุชัดเจนไม่ได้ เช่น กระจกรถแตก ถูกสัตว์กัดแทะ หรือเกิดรอยขีดข่วน
  • ไถลตกข้างทางแต่ยังไม่พลิกคว่ำ
  • ชนกับพาหนะอื่นแต่แจ้งรายละเอียดคู่กรณีไม่ได้

ค่า Excess ไม่ได้มีระบุไว้ในกรมธรรม์ แค่มันเป็นหลักเกณฑ์ที่ถูกกำหนดไว้โดย คปภ. เพื่อป้องกันการเคลมโดยที่ไม่ได้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจริง เพื่อหวังเอาค่าซ่อมจากประกันรถยนต์มั่วๆ และเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่รู้จักใช้ความระมัดระวังมากขึ้น ในการใช้รถใช้ถนนอีกด้วยค่ะ

การเลือกจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกแบบ Excess มีข้อดี คือ ถึงแม้จะเกิดความเสียหายรอบคัน แต่เราก็จ่ายเงินแค่ 1,000 บาทเท่านั้น แต่เพราะ ความถูกของมัน อาจจะทำให้ผู้ขับขี่ประมาทขึ้นก็เป็นได้ค่ะ

(cr.) soraya tianpalee

2.Deductible 

คือ เงินที่ผู้เอาประกัน ยอมจ่ายเองโดยสมัครใจ ตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงไว้กับประกันรถยนต์ เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ตนเป็นฝ่ายผิดหรือระบุคู่กรณีไม่ได้  โดยจะอยู่ที่ประมาณ 1,000-5,000 บาท/ครั้ง ซึ่งบริษัทประกันมักจะยอมลดเบี้ยประกันให้เท่ากับค่าเสียหายส่วนแรกที่สมัครใจจ่าย เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นในแต่ละครั้งนั่นเอง

สมมุติว่า นายแรบบิท จ่ายเบี้ยประกันที่ 15,000 บาท โดยกำหนดจ่ายค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ประกันรถยนต์ 3,000 บาท หากเกิดอุบัติเหตุที่ตนเป็นฝ่ายผิดหรือระบุคู่กรณีไม่ได้ นายแรบบิทจะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกแบบ Deductible ทันที 3,000 บาท ไม่ว่าค่าเสียหายจะมากหรือน้อยกว่าก็ตาม (อาจลดได้ ขึ้นอยู่กับบริษัทประกัน) แต่ก็จะได้ส่วน ลดเบี้ยประกัน เหลือ 12,000 บาท ไปพร้อมๆ กันด้วย

การเลือกจ่ายค่าเสียหายแบบ Deductible มีข้อดี คือ สามารถช่วยลดเบี้ยประกันลงได้ แต่ก็อาจจะไม่เหมาะกับ ผู้ขับขี่ที่เคลมบ่อยๆ เนื่องจาก มันต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนมากทุกครั้ง ถึงแม้ความเสียหายที่เกิดจะน้อยมากก็ตาม ทำให้สุดท้ายแล้ว ผู้เอาประกันอาจเสียประโยชน์ได้ค่ะ

ค่าเสียหายส่วนแรก เราสามารถเลือกเสียแค่แบบเดียวได้ค่ะ เช่น เมื่อตกลงจ่ายค่า Deductible กับบริษัทประกันแล้ว เราก็ไม่จำเป็นจะไม่ต้องจ่ายค่า Excess ให้มันซ้ำซ้อนกันได้ค่ะ


ค่าเสียหายส่วนแรก 2

แล้วถ้าไม่จ่าย ค่าเสียหายส่วนแรก ล่ะได้มั้ย?

อย่างที่บอกไปว่า ค่าเสียหายส่วนแรก ทั้ง 2 แบบนั้น จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ คุณเป็นฝ่ายผิด หรือ เกิดอุบัติเหตุแล้วหาคู่กรณีไม่ได้เท่านั้น

เพราะฉะนั้น ถ้าไม่อยากจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกตรงนี้ เราก็แค่ต้องเป็นฝ่ายที่ถูก หรือหาคู่กรณีให้เจอ หรือมีหลักฐานการเกิดอุบัติเหตุที่ชัดเจน เท่านั้นเองค่ะ

พูดเหมือนง่าย แต่ความจริงมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นค่ะ เพราะบางครั้งเราก็ไม่สามารถหาคู่กรณีหรือ สาเหตุของอุบัติเหตุ ได้จริงๆ ซึ่งเราก็อาจต้องจำยอมจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกตรงนี้ไปโดยปริยาย แต่มันก็อาจจะมีวิธีช่วยหลีกเลี่ยงได้อยู่เหมือนกันค่ะ

วิธีหลีกเลี่ยง ค่า Excess และ Deductible

1.เคลมสด งดเคลมแห้ง

การเคลมสด คือ เกิดเหตุแล้วเคลมเลย ตรงนั้น เดี๋ยวนั้น ทันที ส่วนเคลมแห้ง คือ การเคลม หลังจากที่อุบัติเกิดไปแล้วหรือเกิดนานมาแล้วค่ะ

สมมุติว่า เราขับรถชนต้นไม้ที่ทำงาน แล้วสีรถถลอก ถ้าเราเคลมสดเนี่ย ประกันอาจจะเห็นได้ว่า รถมีรอยจริง ต้นไม้มีสีรถติดมาด้วยจริง เป็นต้น ซึ่งมันจะทำให้เรามีหลักฐานหนักแน่นขึ้น และอาจไม่ต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรกค่ะ แต่ถ้าเรารอให้รถมีรอยเยอะๆ แล้วค่อยเคลมแห้งสะสมไปทีเดียวเนี่ย ยังไงก็ต้องเสียเงินตรงนี้ไปแน่นอน เพราะประกันจะไม่สามารถหาสาเหตุได้ว่าอุบัติเหตุมันเกิดจากอะไรนั่นเองค่ะ

2.กล้องติดรถยนต์ช่วยชีวิต

กล้องติดรถยนต์ นอกจากจะนำมาเป็นส่วนลดเบี้ยประกันรถยนต์ได้แล้ว มันยังมีประโยชน์ตรงที่ สามารถบันทึกเหตุการณ์หรืออุบัติเหตุต่างๆ ที่เกิดกับรถของคุณได้ตลอดเวลา ซึ่งถ้าวันไหนคุณดันซวยโดนชนแล้วหนีขึ้นมา อย่างน้อยคุณก็จะยังพอมีหลักฐานไปยื่นประกัน เพื่อยกเว้นค่าเสียหายส่วนแรกได้นั่นเองค่ะ

3.อ่านกรมธรรม์ให้ดี และเลือกยกเว้นค่า Deductible

ปัญหาที่คนส่วนใหญ่เจอ คือ การที่ประกันเรียกเก็บค่า Deductible โดยที่เราไม่รู้มาก่อนค่ะ ซึ่งสาเหตุก็เกิดจากการที่เราอาจจะอ่านกรมธรรม์ไม่ถี่ถ้วนพอ ทำให้ไม่สังเกตเงื่อนไขในส่วนนี้ ดังนั้น ก่อนจะซื้อประกันรถยนต์ เราควรจะสอบถามข้อมูลตรงนี้กับเจ้าหน้าที่ให้เรียบร้อยซะก่อนว่าต้องจ่ายมั้ย แล้วจ่ายเท่าไหร่กันแน่ และถ้าคุณไม่อยากจ่ายเงินตรงนี้ ก็สามารถเลือกกรมธรรม์ที่ยกเว้นค่า Deductible ได้เหมือนกันค่ะ

4.ข้อยกเว้น Excess บางประการ

ค่า Excess จะต้องเสียทุกครั้ง เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่เราเป็นฝ่ายผิดหรือหาคู่กรณีไม่ได้ แต่มันก็มี กรณีที่ยกเว้นไม่ต้องจ่าย เช่นกัน แต่เราต้องสามารถหาคู่กรณีได้ หรืออย่างน้อยมีหลักฐานมากพอที่บริษัทประกันจะสืบสาวหาสาเหตุ หรือคนที่ต้องรับผิดชอบจนเจอค่ะ เช่น

  • ชนกับพาหนะอื่นและแจ้งรายละเอียดคู่กรณีให้ได้ โดยที่ผู้เอาประกันเป็นฝ่ายถูก
  • ชนกับสิ่งที่ยึดแน่นตรึงกับพื้นดิน เช่น เสา / ประตู / เสาไฟฟ้า / กำแพง / ป้ายจราจร
  • ชนต้นไม้ยืนต้น / ขอบถนน / ราวสะพาน
  • ชนกองดิน หรือชนหน้าผา
  • ชนคนหรือสัตว์
  • รถพลิกคว่ำ

ไม่ว่าคุณจะทำ ประกันชั้น 1 หรือจ่ายค่าเบี้ยประกันแพงแค่ไหน แต่ถ้าคุณเป็นฝ่ายผิด หรือเกิดอุบัติเหตุที่หาคู่กรณีไม่ได้ ยังไงก็จำใจต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกไปค่ะ ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัทประกันนะคะ ว่าจะเก็บหรือไม่เก็บค่ะ

แต่ก็ไม่ต้องเสียดายไปหรอกนะคะ เพราะหากความเสียหายที่มี มันมากกว่าค่าเสียหายส่วนแรก ประกันรถยนต์ก็จะเป็นคนรับผิดชอบส่วนที่เหลือให้อยู่แล้วค่ะ ยังไงเราก็คุ้มแน่นอน แต่ทางที่ดีที่สุด ขับรถอย่างระมัดระวังไม่ประมาทกันดีกว่านะคะ จะได้ไม่ต้องมาเสียใจ และเสียดายเงินในภายหลังนั่นเอง


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon