รู้หรือไม่? ญี่ปุ่นเคยใช้ไฟจราจรสีน้ำเงินแทนไฟเขียวด้วยนะ

posted: 1 year ago
รู้หรือไม่? ญี่ปุ่นเคยใช้ไฟจราจรสีน้ำเงินแทนไฟเขียวด้วยนะ

comments

ในตอนนี้คงมีคุณผู้อ่านหลายๆ ท่าน กำลังวางแผนจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ และเชื่อว่าจะต้องมีประเทศญี่ปุ่น ดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย รวมอยู่ในลิสต์สถานที่น่าเที่ยวของคุณด้วยอย่างแน่นอนค่ะ

แต่จะไปเที่ยวญี่ปุ่นทั้งที นอกจากจะต้องค้นคว้าหาข้อมูลเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งช้อปปิ้ง อาหารญี่ปุ่น และอื่นๆ แล้ว สิ่งที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่จะทำให้เรารู้จักประเทศที่เราจะไปเยือนมากขึ้นยังไงล่ะคะ 


ไฟจราจรญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่น

ไฟจราจรในประเทศญี่ปุ่น

และเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจที่ rabbit finance นำมาแบ่งปันให้คุณผู้อ่านในวันนี้ก็คือเรื่องเกี่ยวกับ “ไฟจราจรในประเทศญี่ปุ่น” ค่ะ เป็นเรื่องแปลกๆ แต่สร้างสรรค์นะคะ จะสร้างสรรค์แบบไหน มีประโยชน์อย่างไร อย่ารอช้าค่ะ ไปลุยกันเลย

  • ไฟเหลืองต้องหยุด

ความหมายของสัญญาณไฟจราจรที่เข้าใจตามแบบสากลเลยก็คือ ไฟเขียว = ไป , ไฟเหลือง = หยุด และ ไฟแดง = จอด แต่ในประเทศไทยเรานี่ไฟเหลืองเหมือนเป็นไฟฉุกเฉินให้รีบขับไปให้ทันก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นไฟแดง แต่ไปทำอย่างนี้ที่ญี่ปุ่นไม่ได้เลยเชียวนะคะ

สัญญาณไฟเหลืองที่ญี่ปุ่นจะเป็นเหมือนไฟศักดิ์สิทธิ์ที่ถ้ารถทุกคันเจอจะต้องชะลอความเร็วและหยุดอยู่กับที่โดยที่ไม่ต้องรอให้เปลี่ยนเป็นไฟแดง

ซึ่งรถยนต์ทุกคันก็พร้อมที่จะหยุดด้วยความเคารพและเคร่งครัดในกฎจราจรอย่างดีเลย

  • แล้วญี่ปุ่นใช้ไฟจราจรสีน้ำเงิน จริงหรือ?

ในประเทศญี่ปุ่นมักจะเรียกสัญญาณไฟจราจรกันว่า ไฟเขียว, ไฟแดง ถึงแม้ว่าไฟนั้นมันจะเป็นสีน้ำเงินกับสีแดงก็ตาม ทั้งนี้ ก็เป็นเพราะว่าความยืดหยุ่นทางภาษาของญี่ปุ่นค่ะ

อย่างที่เราเห็นกันนะคะว่าในบางประเทศนั้นก็จะมีสัญญาณไฟที่บอกอย่างชัดเจนเลยว่าไฟสีใดที่มีความหมายว่า “ไป” ซึ่งเว็บไซต์ข่าวอย่าง Atlas Obscura ก็มีความเห็นว่า ญี่ปุ่นสร้างสีไฟจราจรออกมาได้แตกต่างไปจากสีไฟจราจรในประเทศอื่นๆ ทั่วโลก


ไฟจราจรญี่ปุ่น

ความยืดหยุ่นทางภาษา?

ความแตกต่างทางภาษาในการระบุชื่อสีแต่ละสีนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ยกตัวอย่างเช่น ภาษารัสเซีย และภาษาญี่ปุ่น ที่มีชื่อเรียกของสีน้ำเงินเข้ม (Dark blue) กับสีน้ำเงินอ่อน (Light blue) ที่แตกต่างกันกันอย่างชัดเจน

บางภาษายังมีการจับกลุ่มสีที่กลมกลืนหรือใกล้เคียงกันให้ถูกเรียกภายใต้ชื่อเดียวกันไปเลย อาจใช้คำศัพท์เดียวกันในการระบุทั้งสีเขียวและสีน้ำเงิน ซึ่งภาษาญี่ปุ่นเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

ในปัจจุบัน พวกเขาได้แยกสีน้ำเงินและสีเขียว ออกเป็นคนละคำกันแล้ว แต่คนญี่ปุ่นในยุคก่อน ยังคงใช้คำว่า ao ในการเรียกแทนทั้ง 2 สี ถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็จะประมาณคำว่า Grue (Green + Blue) ค่ะ


ไฟจราจรญี่ปุ่น
cc : flickr

ไฟสีน้ำเงิน แทน ไฟเขียว?

ปัจจุบัน ญี่ปุ่นใช้คำว่า ao เรียกแทนสีน้ำเงิน ในขณะที่ใช้คำว่า midori เรียกแทนสีเขียว แต่ด้วยความคาบเกี่ยวทางภาษาที่ถูกนำมาผนวกรวมกับกระบวนการทางจราจร

สีที่มีความหมายว่า “ไป” จึงเป็นสีที่เรียกว่า ao คือพูดง่ายๆ ว่ามันพ้องเสียงกันนั่นแหละค่ะ ถึงแม้ว่าชาวบ้านเขาจะใช้สีเขียวกันแต่ก็หาได้แคร์ไม่

และแล้วจุดจบของเจ้าไฟสีน้ำเงินก็มาถึง เพราะในปี 1973  ทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้มีคำสั่งให้ไฟจราจรนั้นควรปรับเป็นสีเขียว หรือเป็นเฉดสีเขียวที่มีโทนไปทางน้ำเงิน (ซับซ้อนไปอีกค่ะคุณ)

โดยจะยังสามารถเรียกว่า สี ao ได้ แต่ก็ต้องให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถเข้าใจตรงกันด้วยว่า มันหมายความว่าให้ไปได้นะ

แต่เว็บไซต์ข่าว Atlas Obscura เจ้าเดิม ก็ได้ชี้แจงว่า เมื่อคนขับรถยนต์ได้ไปทำการทดสอบการขับขี่ พวกเขาเหล่านั้นก็ต้องมีความสามารถที่จะแยกแยะความแตกต่างของสีแดง, เหลือง และน้ำเงิน ไม่ใช่สีเขียว

ถึงจะว่าอย่างนั้นก็เถอะ แต่ในตอนนี้ที่ประเทศญี่ปุ่นก็เปลี่ยนไปใช้ไฟจราจรเป็นสี เขียว,เหลือง และแดง ตามแบบฉบับสากลเรียบร้อยแล้วนะคะ

ถึงแม้จะฟังดูแปลกๆ ไปบ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นไอเดียที่ดีที่จะทำให้ทุกคนบนท้องถนนได้ขับขี่อย่างปลอดภัยกันนะคะ สำหรับคุณผู้อ่านที่กำลังวางแผนเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น ถ้ามีโอกาสก็ลองสังเกตสัญญาณไฟจราจรดูนะคะว่าเป็นยังไงบ้าง แล้วอย่าลืมนำมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก Mentalfloss


avatar
by IN-Wsible
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon