ถึง “เหยื่อความรุนแรงในครอบครัว” อย่าอดทนอยู่คนเดียว

posted: 2 years ago
ถึง “เหยื่อความรุนแรงในครอบครัว” อย่าอดทนอยู่คนเดียว

comments

ครอบครัว เป็นสถาบันที่สำคัญที่สุดในหัวข้อความสุขของประชาชนทั่วทั้งโลก ต่อให้รัฐบาลดีแค่ไหน ที่ทำงานจะสุดยอด หรือมีเพื่อนรักที่ดีที่สุดมากกว่าใครๆ แต่หากครอบครัวไม่ดี ต่อให้เป็นคุณพ่อหรือคุณแม่ ก็เกิดปมได้เช่นเดียวกัน

ยังไม่ต้องนับถึงเด็กๆที่วุฒิภาวะยังไม่แกร่งเท่ากับผู้ที่เจนโลกมากกว่าด้วยซ้ำ หากสมาชิกครอบครัวคนใดคนหนึ่งของคุณ หรือคุณเองที่อยู่ในวังวนแบบบทความนี้ ขอให้รีบหาทางออกโดยไว


ความหมายของคำว่า “ครอบครัว”

การจะมีครอบครัวสักหนึ่งครอบครัว ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวพันธ์กันทางสายเลือด ไม่จำเป็นต้องประกอบด้วยคุณพ่อคุณแม่คุณลูกเลย ขอแค่อยู่ภายใต้ชายคาเดียวกันทุกวันทุกคืน ก็เหมือนครอบครัวเดียวกันแล้ว

เพราะคำว่า ความรุนแรงในครอบครัว (Domestic Violence) ในภาษาอังกฤษที่เป็นสากลกว่าให้นิยามคำนี้ไว้ว่า “ความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับคนในบ้านหลังเดียวกัน” ไม่จำเป็นด้วยว่าจะเป็นเพศใด ต่อให้ครอบครัวของท่านเป็นรูปแบบของเพศทางเลือก ก็ใช่ว่าจะไม่ใช่ปัญหาครอบครัว


ขอบคุณภาพจาก https://ritajelinski.com

ดังนั้น ต่อให้ครอบครัวหรือคนที่อยู่ใต้ชายคาเดียวกับคุณจะไม่ใช่บุพการีหรือคนที่สืบสายเลือดมาด้วยกัน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่นอกเหนือขอบเขตนี้แต่อย่างใด


พฤติกรรมแบบไหนจึงจะนับได้ว่ามีความรุนแรงในครอบครัว

แม้จะไม่มีบัญญติตายตัวว่าความรุนแรงในที่นี้หมายถึงอย่างไร เท่าไหร่กันแน่ แต่เมื่อจำแนกออกมาก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเราสามารถแบ่งแยกความรุนแรงที่ส่งผลกระทบระยะยาวต่อสมาชิกครอบครัวได้อย่างไร โดยจะแบ่งออกมาหลักๆเป็น 4 รูปแบบดังนี้

  • ร่างกาย

รูปแบบที่เห็นได้ง่ายและชัดที่สุด การกระทำเพื่อสร้างบาดแผลทั้งทางตรงและทางอ้อมผ่านกำลังหรือการใช้สรีระที่เหนือกว่าเป็นตัวควบคุม โดยมากมักจะเกิดกับผู้นำครอบครัวและสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ ความรุนแรงรูปแบบนี้สามารถเห็นได้ชัดเจน เพราะเหยื่อที่ถูกกระทำมักจะมีบาดแผลหรือร่องรอยทิ้งไว้ชัดเจน

สำหรับประเทศไทย รูปแบบนี้จะเห็นได้มากที่สุดกับสามีและภรรยา เมื่อฝ่ายชายเห็นว่าตนเองเป็นคนทำงานหาเงินและมีพละกำลังเหนือกว่า ก็มักข่มเหงเพศสตรีหรือคู่ชีวิตของตน ไม่ว่าจะด้วยความโกรธหรือความเลวในตัวเองอยู่แล้วก็ตาม

ยกตัวอย่างเช่น การทำร้ายร่างกาย, ข่มขู่ บังคับโดยใช้กำลัง, การบังคับควบคุม, ให้อดนอน, ริดรอนสิทธิรักษาพยาบาล, บังคับให้ใช้สารเสพติดหรือสุรา การข่มเหงใช้ความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายของสมาชิกครอบครัวทุกรูปแบบอยู่ในเงื่อนไขนี้


  • จิตใจ

ความรุนแรงที่เห็นได้ยาก และถูกสับสนมากที่สุด แต่มีอยู่จริงอย่างแน่นอน พฤติกรรมที่แม้ว่าจะจงใจหรือไม่ก็ตาม สร้างความเจ็บปวดให้กับผู้ถูกกระทำอย่างมาก โดยมีรูปแบบง่ายๆคือการทำร้ายจิตใจสมาชิกในครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นความสับสนระหว่างความรักกับความรุนแรงไปเสียอย่างนั้น

สำหรับชาติเรา ผลกระทบทางจิตใจเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่าย เนื่องจากด้วยการเลี้ยงดูบุตรหลานมีความเข้มงวดและต้องการผลักดันให้มีความ “แข็งแกร่ง” โดยไม่ได้คิดถึงคนที่โดนกระทำว่าจะคิดอย่างไร

และแม้ว่าสมาชิกครอบครัวจะไม่ใช่เด็ก แต่ก็ถูกสับสนกับความรักอยู่มาก สุภาษิต “รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” ไม่จำเป็นต้องใช้กับเด็ก และในขณะเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องใช้ตลอดเวลาด้วย

ยกตัวอย่างเช่น การข่มขู่ด้วยวาจา, การคว่ำบาตรสมาชิกครอบครัว (ปฏิเสธที่จะมีปฏิสัมพันธ์ด้วยอย่างจงใจ), วิพากย์วิจารณ์และตัดสินบุคคลตลอดเวลา, สร้างความอับอายในที่สาธารณะอย่างจงใจ, ริดรอนอำนาจของสมาชิกในครอบครัว ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่

แต่การสร้างความรู้เชิงลบต่อจิตใจของผู้อื่น นับเป็นความรุนแรงต่อจิตใจในครอบครัวทั้งสิ้น รวมไปถึงมุกตลกที่ภรรยามีอำนาจเหนือกว่าสามีเช่นกัน ในระยะยาว (หรือต่อเนื่อง) อาจจะทำให้ชีวิตคู่ขาดสมดุลได้


ขอบคุณภาพจาก http://sterzhen.com

  • ทางเพศ

คงเป็นรูปแบบความรุนแรงที่นึกภาพง่ายที่สุด แต่จริงๆแล้วมีความลึกซึ้งมากกว่านั้น ความรุนแรงทางเพศไม่ได้หยุดอยู่ที่การมีเพศสัมพันธ์หรือการบังคับค้าประเวณีเพียงอย่างเดียว

ในหลายๆวัฒนธรรม ความรุนแรงทางเพศอยู่ในรูปแบบของประเพณีและกระแสสังคมด้วย โดยไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในเพศหญิงเท่านั้น เพศชายเองก็สามารถเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศเหมือนกัน และพบเห็นได้บ่อยครั้ง

สำหรับชาวไทย การค้าประเวณีเป็นเรื่องปรกติที่เกิดขึ้นในประเทศของเรา และเพศหญิงเองก็เหมือนจะเป็นสินค้าหลักของชาติไปแล้ว โดยที่จริงๆแล้วในอดีตมีพ่อแม่หลายคนที่เลือกจะขายลูกหลานให้ไปขายบริการทาเพศเพื่อแลกกับเงินเพียงน้อยนิด และข่าวข่มขืนหรือการมีเพศสัมพันธ์ในครอบครัว (Incest) ก็ยังเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบนหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ของเรา

ยกตัวอย่างเช่น การบังคับมีเพศสัมพันธ์ในสมาชิกครอบครัว, การพยายามมีเพศสัมพันธ์กันเองในครอบครัว, การบังคับตามประเพณีหรือวัฒนธรรมโดยไม่ให้ทางเลือกกับสมาชิกในครอบครัว (คลุมถุงชน, การมีภรรยาหลายคน และอื่นๆอีกมายในประเทศทางแอฟริกาใต้หรือตะวันออกกลาง)

รวมไปถึงการละเมิดสิทธิทางเพศอย่างการตรวจสอบเยื่อพรมจรรย์เป็นต้น แม้ความเชื่อทางศาสนาหรือวัฒนธรรมจะเป็นปัจจัยในการใช้ชีวิต แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกกระทำจะยินยอมด้วยแต่อย่างใด


  • การเงิน

ความรุนแรงด้านการเงินในครอบครัวเป็นเรื่องประหลาดที่แปลกแต่จริง แต่สำหรับนานาชาติ นับเป็นความรุนแรงทางครอบครัวเช่นเดียวกัน แต่ไม่ใช่ว่าการไม่ให้เงินใช้คือความรุนแรงรูปแบบหนึ่งนะครับ

ในวัฒนธรรมไทยและทั่วโลกมักมองเรื่องนี้เป็นเรื่องตลก แต่จริงๆแล้วพฤติกรรมชนิดนี้จะเกิดเมื่อ ริดรอนสิทธิรายได้หรือทรัพย์สินที่เป็นสิทธิของบุคคลนั้นๆเสียมากกว่า รวมถึงการบังคับให้ปฏิบัติตามเรื่องการหารายได้หรือใช้รายจ่ายด้วย

สำหรับคนไทย คงไม่พ้นเรื่องค่าใช้จ่ายที่สามี ภรรยาแบ่งสรรปันส่วนกัน แต่ก็ต้องดูด้วยว่าทรัพย์สินส่วนนั้นมีความจำเป็นขนาดไหน หากเพื่อบุตรหรือครอบครัวก็เป็นสิ่งจำเป็น แม้ว่าแต่ละครอบครัวจะมีมุมมองที่แตกต่างกัน แต่การบังคับมาตรการโดยคนคนเดียวในครอบครัวอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดเสมอไป อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่อยากให้ผู้อ่านเข้าใจผิด และคิดไปว่าตัวเองเป็นเหยื่อทั้งๆที่ความรุนแรงนั้นมีเหตุผลซ่อนอยู่

ยกตัวอย่างเช่น การควบคุมการเงินโดยไม่สมเหตุสมผล (ค่าขนม), การสร้างภาระหนี้สินให้กับเหยื่อหรือใช้ทรัพย์สินของเหยื่ออย่างไม่จำเป็น, การบังคับให้เหยื่อเซ็นเอกสาร, การขัดขวางไม่ให้เหยื่อก้าวหน้าในหน้าที่การงาน หรือหารายได้อย่างไม่จำเป็น รวมถึงการศึกษาด้วย


ทุกปัญหา มีทางออก

เหยื่อความรุนแรงในครอบครัวมักจะแก้ปัญหาด้วยการ อดทน จำใจและหวังว่ามันจะผ่านไป ซึ่งกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง ส่งผลต่อทั้งผู้ถูกกระทำและผู้กระทำด้วย แม้ว่าจะมีองค์กร กฎหมาย ที่ปรึกษาและทางออกมากมาย

แต่เหยื่อส่วนมากมักมีความกลัว ความสงสาร ความผูกพันธ์ หรือแม้แต่ความกตัญญูเข้ามาเป็นตัวขัดขวาง ซึ่งทำให้สถาบันครอบครัวเป็นต้นน้ำของปัญหาในสังคม และส่งผลเสียต่อภาพรวมของประเทศอยู่อย่างลับๆ

หากคุณมีความรู้สึก หรือรู้ตัวว่าตัวเองเป็นผู้กระทำ อย่ากลัวที่จะหาคำปรึกษา เพื่อตัวคุณเองและคนทีคุณรัก เพราะทุกคนต้องการชีวิตที่ดี แต่การนั่งเฉยอยู่กับที่ อดทนกัดฟันให้พ้นไปวันต่อวัน แล้วหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นไม่ใช่คำตอบอย่างแน่นอน มีองค์กรมากมายที่พร้อมให้คำปรึกษารวมถึงทางออกของปัญหาอยู่ เปิดใจให้กว้าง มองภาพให้ไกล เพื่ออนาคตของตัวเองนะครับ


ขอบคุณภาพจาก http://www.willslegalservices.co.uk

  • สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ศูนย์ประสานงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว โทร.02-306-8774, 02-306-8983
  • ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันการกระทำความรุนแรงในครอบครัว กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ โทร. 02-659-6287 ติดต่อได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทั่วประเทศ
  • บ้านพักเด็กและครอบครัว กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (กรุงเทพฯ) โทร.02-354-7580, 02-354-7572

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.thaihealth.or.thและ https://en.wikipedia.org


avatar
by Smallville
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon