ขับรถชนสัตว์บนถนน…เราหรือสัตว์ที่ผิด?

posted: 1 year ago
6,027 views
ขับรถชนสัตว์บนถนน…เราหรือสัตว์ที่ผิด?

comments

ในเวลาขับรถไปต่างจังหวัดไกลๆสิ่งที่ผู้ขับรถหลายคนกังวลคืออุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อโดยเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับสัตว์ เพราะจะเห็นได้จากข่าวตามสื่อต่างๆว่ามี รถชนสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น วัว ควาย สุนัข อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งทุกครั้งก็จะมีการตกลงเจรจาการระหว่างผู้เสียหายของทั้งสองฝั่งแล้วก็จบเรื่องกันไป

แต่สุดท้ายแล้วในกรณีที่เราขับชนสัตว์บนถนนนั้นใครคือคนที่ผิดกันแน่ ผู้ขับรถที่ไม่เห็นสัตว์ หรือ คนเลี้ยงสัตว์ที่ไม่ระวังมากพอ แล้ว อุบัติเหตุแบบนี้ประกันที่ทำไว้จะจ่ายให้เราหรือไม่ ทั้งหมดนี้สามารถหาคำตอบได้ในบทความนี้

 

 


 

เปิดข้อกฏหมายที่เกี่ยวข้อง

ในกรณีที่ผู้ขับขี่ประสบเหตุขับรถชน วัว-ควาย ของชาวบ้านขณะขับรถอยู่บนถนนนั้นถ้าดูตามข้อกฏหมายประกอบ 2 ฉบับ จะสามารถจำแนกมาตราที่เกี่ยวข้องได้ดังต่อไปนี้

พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522

  • มาตรา 111 ห้ามมิให้ผู้ใด จูง ไล่ต้อน หรือปล่อยสัตว์ไปบนทางในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจรและไม่มีผู้ควบคุมเพียงพอ
  • มาตรา 112 การขี่ จูง หรือไล่ต้อนสัตว์ไปบนทางให้ผู้ขี่หรือควบคุมสัตว์ ปฏิบัติตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ว่าด้วยรถโดยอนุโลม

ถ้าดูตามกฏหมายของ พรบ.จราจรทางบก แล้วเทียบกับเคสการขับรถชน วัว-ควาย บนท้องถนนนั้น ผู้ที่ผิดไม่ใช่ผู้ขับขี่แต่เป็นเจ้าของ วัว-ควาย ที่ไม่สามารถควบคุมและดูแลสัตว์ของตนเองไม่ให้ลงมากีดขวางจราจรได้


ประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ (ปพพ.)

  • มาตรา 223

ถ้าฝ่ายผู้เสียหายได้มีส่วนทําความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งก่อให้เกิดความเสียหายด้วย จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ฝ่ายผู้เสียหายมากน้อยเพียงใดนั้นต้องอาศัยพฤติการณ์เป็นประมาณ ข้อสําคัญก็คือว่าความเสียหายนั้นได้เกิดขึ้นเพราะฝ่ายไหนเป็นผู้ก่อยิ่งหย่อนกว่ากันเพียงไร

  • มาตรา 433

ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ เจ้าของสัตว์หรือบุคคลผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของจําต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ฝ่ายที่ต้องเสียหาย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์ หรือตามพฤติการณ์อย่างอื่นหรือพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นย่อมจะต้องเกิดมีขึ้นทั้งที่ได้ใช้ความระมัดระวังถึงเพียงนั้น

  • มาตรา 442

ถ้าความเสียหายได้เกิดขึ้นเพราะความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดของผู้ต้อง
เสียหายประกอบ ให้นําบทบัญญัติแห่งมาตรา 223 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

เมื่ออ่านในส่วนของข้อกฏหมายของประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ (ปพพ.) แล้วจะพบว่าผู้เลี้ยง วัว-ควาย นั้นจำเป็นต้องชดใช้ค่าสินไหมให้แก่ผู้ขับขี่รถยนต์ แต่ทั้งนี้สามารถให้เจ้าหน้าที่และผู้เสียหายอนุโลมและลดหย่อนค่าเสียหายตามแต่สมควร

หรือเอาง่ายๆคือ สามารถตกลงกันได้ซึ่งถ้าเป็นที่น่าพอใจของทั้งสองฝ่ายเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจก็สามารถสั่งปิดคดีเรื่องนี้โดยไม่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลฟ้องให้เสียเวลา

 


 

เคสตัวอย่าง…ขับรถชนสัตว์ที่มีเจ้าของ

เมื่อเกิดอุบัติเหตุกับรถแล้วผู้ขับขี่จะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ประกันของรถตนเองเพื่อตรวจสอบความเสียหายของตัวรถว่าจะต้องซ่อมในส่วนไหนบ้างซึ่งในกรณีขับรถชนสัตว์แบบนี้ ถ้ารถของผู้ขับขี่ทำ ประกันชั้น 1 เอาไว้ก็สบายใจ หายห่วงได้เลยเพราะจะสามารถเคลมประกันกับทางบริษัทประกันได้อย่างแน่นอน 

ถึงแม้คู่กรณีจะเป็นสัตว์ก็ตามซึ่งทางด้านบริษัทประกันจะไปดำเนินเรื่องค่าเสียหายจากคู่กรณีคือผู้เลี้ยง วัว-ควายอีกต่อหนึ่งเองโดยที่ตัวผู้ขับขี่รถไม่ต้องทำอะไรอีก

แต่ในบางครั้งศีลธรรมกับจริยธรรมก็สำคัญกว่าเงินทอง บริษัทประกันแม้จะดูเป็นบริษัทที่มุ่งหวังแต่กำไรในสายตาใครหลายคนแต่ก็ยังมีเคสดีๆที่บริษัทประกันนั้นเรียกเสียงชื่นชมแก่ประชาชนทั่วไปได้บ้างจาก คดีรถชนควาย ปี 2558  ซึ่งเจ้าของรถนั้นทำประชั้น 1 ไว้จึงทำให้ได้รับการเคลมโดยไม่มีเงื่อนไข

 

แต่เรื่องมาเกิดปัญหาขึ้นเมื่อ วิริยะประกันภัย ได้ทำการฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายคู่กรณีของรถยนต์คันที่ชนควายเป็นจำนวนเงิน 200,000 บาทตามหน้าที่ของบริษัทประกันที่จะเรียกร้องเอาค่าเสียหายจากคู่กรณี

แต่เมื่อลงพื้นที่สำรวจสถานที่เกิดเหตุพร้อมดูความเป็นอยู่ของคู่กรณีแล้วทราบว่าเป็น ตา-ยาย ที่อายุมากและไม่มีเงิน ทางบริษัทประกันในฐานะโจทก์ก็ได้ถอนฟ้องคดีนี้ทันทีซึ่งสร้างความดีใจให้แก่สองตายายและเรียกเสียงชื่นชมจากประชาชนที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก


 

ขับรถชนสัตว์ที่ไม่มีเจ้าของ…ประกันคุ้มครองไหม

สำหรับกรณีถ้าผู้ขับขี่ทำประกันชั้นอื่นที่ไม่ใช่ชั้น 1 ไว้แล้วเกิดไปชนเข้ากับสัตว์ไม่ว่าจะชนิดใดก็ตามแต่ไม่สามารถตามหาเจ้าของได้นั้น

ผู้ขับขี่รถจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว ยกเว้นกรณีเดียวคือ รถของคุณทำ ประกันชั้น 1 เอาไว้ซึ่งทำให้สามารถเคลมประกันในส่วนนี้ได้ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรมม์

นอกจากนี้ ถ้ามีผู้ขับขี่มีหลักฐาน เช่น ภาพจากกล้องหน้ารถ หรือกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุ มายืนยันว่าก่อนการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ผู้ขับขี่ไม่ได้ขับขี่รถยนต์ด้วยความประมาทจนทำให้เกิดอุบัติเหตุก็จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีประวัติเสียในการขับรถซึ่งจะส่งผลต่อเบี้ยในปีต่อไป

เมื่อลองไล่อ่านดูมาถึงบรรทัดนี้แล้วหลายคนคงจะเริ่มเห็นข้อดีของการทำประกันชั้น 1 ให้กัยรถยนต์ของตัวเองกันแล้วใช่ไหมเพราะอุบัติเหตุแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่ขับรถซึ่งถ้ามีแต่ ประกันชั้น 2  ประกันภัยชั้น 3 หรือแค่ พรบ. เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นทีก็ต้องเจ็บเนื้อหนักกันเลยทีเดียว

เพราะฉะนั้นแล้วทางที่ดีถ้าคุณเป็นคนที่ใช้รถยนต์เป็นประจำ ประกันชั้น 1 คือทางออกที่ดีที่สุด สำหรับคุณถึงแม้เบี้ยอาจจะแพงไปสักหน่อยแต่ถ้าเทียบกับโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุแล้วก็คุ้มค่าพอที่จะเสียเงินส่วนนี้

ซึ่งถ้าหากคุณสนใจประกันชั้น 1 เพื่อรถยนต์ของคุณแล้วยังไม่รู้จะเลือกของบริษัทไหน สามารถติดต่อเราเพื่อส่งข้อเสนอที่ดีที่สุดให้แก่คุณเพียงแค่คลิก rabbit finance


avatar
by Suma9mek

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon