“อาหารแห้ง” ภัยเงียบก่อโรคมะเร็ง

posted: 1 year ago
1,088 views
“อาหารแห้ง” ภัยเงียบก่อโรคมะเร็ง

comments

“อาหารแห้ง” คือ อาหารที่ผ่านกระบวนการอบแห้งหรือการตากแห้ง เพื่อลดปริมาณน้ำในอาหาร เพราะการลดปริมาณน้ำเป็นการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์

และชะลอการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของการเสื่อมเสียอาหาร และจุลินทรีย์ก่อโรค ทั้งรา ยีสต์ และแบคทีเรีย เช่น ผัก ผลไม้แห้ง เห็ดหอมแห้ง กุ้งแห้ง ถั่วลิสง หอม กระเทียม และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ซื้อมาปรุงเป็นอาหาร

“อาหารแห้งนั้นมีประโยชน์มากมาย ถ้าเราเก็บในที่แห้ง อยู่ในภาชนะที่สะอาด มีฝาปิดมิดชิด

แต่ถ้าเราไม่ได้เก็บในสถานที่ที่เหมาะสมตามที่ได้กล่าวไปข้างต้นล่ะก็ บอกเลยค่ะว่า พัง! เพราะอาหารแห้งเหล่านั้นอาจอับชื้น มีเชื้อราได้”


โรคมะเร็ง

 

“เชื้อรา” ในอาหารแห้งใครว่ามันไม่น่ากลัว

“เชื้อรา” เกิดจากการควบคุมอุณหภูมิของอาหารไม่ดีพอ ทำให้เกิดความชื้นจากการอบหรือตากแห้ง ซึ่งอาหารที่มักจะเกิดเชื้อราได้ง่าย ยกตัวอย่างเช่น หอม กระเทียม เห็ดหูหนู เห็ดหูหนูขาว ดอกไม้จีน เก๋ากี้ กุ้งแห้ง ปลาหมึกแห้ง หมูแดดเดียว ปลาตากแห้ง เป็นต้น

“โดยเชื้อราตัวอันตราย คือ อะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) ซึ่งเป็นเชื้อราที่มีผลต่อการทำงานของตับและทำให้ภูมิคุ้มกันโรคลดลง

ผู้ที่ได้รับสารนี้จะมีอาการคล้ายอาหารเป็นพิษ คือ อาเจียนและท้องเดิน นอกจากนี้เชื้อรา “อะฟลาท็อกซิน” ยังเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อของเซลล์ตับ จนทำให้กลายเป็นโรคมะเร็งตับอีกด้วย”

อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่คุณควรทราบก็คือ อะฟลาทอกซินนั้นไม่สามารถทำลายได้ด้วยความร้อนจากการหุงต้มปกติ และไม่สามารถล้างออกได้ด้วยน้ำ ดังนั้น

หากเจออาหารแห้งมีเชื้อราห้ามรับประทานโดยเด็ดขาด ต้องทิ้งลงถังขยะสถานเดียว!


สารปนเปื้อนในอาหารแห้ง สารก่อมะเร็ง

ไม่เพียงแต่อาหารแห้งจะทำให้คุณเสี่ยงกับเชื้อราได้หากไม่มีการจัดเก็บที่เหมาะสม แต่อาหารแห้งยัง เสี่ยงมีสารปนเปื้อน อยู่ด้วย จะมีสารปนเปื้อนอะไรบ้าง เลื่อนเมาส์ลงไปอ่านกัน

1. สารพิษไดออสคอรีนและไตออสจินัน

พิษของมันทำให้ใจสั่น วิงเวียนศีรษะ คันคอ คลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อออก ตาพร่า ชีพจรเต้นเบา ตัวเย็น เป็นลม ประสาทหลอน กล้ามเนื้อกระตุก ถ้าได้รับสารพิษมากอาจตายได้

2. สารตะกั่ว

ถ้าได้รับในปริมาณสูงจะเกิดอาการเฉียบพลันภายใน 30 นาที คือ ปวดท้อง อุจจาระร่วง อาเจียน ถ่ายดำ หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้  นอกจากนี้ยังส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ระบบการย่อยอาหาร ไต หัวใจ โลหิต (โลหิตจาง) รวมถึงทำให้ร่างกายเกิดความอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร

3. สารปรอท

หากรับประทานอาหารที่มีสารปรอทในปริมาณสูงครั้งละมากๆ จะทำให้ปวดศีรษะ หายใจลำบาก ถ่ายเป็นเลือด แต่ถ้ารับประทานครั้งละน้อยๆ อย่างต่อเนื่องเป็นประจำก็จะเกิดผลเสียต่อร่างกายเช่นกัน เพราะร่างกายไม่สามารถขับสารพิษออกได้หมด

4. สีผสมอาหาร  

ถ้าได้รับในปริมาณมากๆ จะมีโทษต่อร่างกาย คือ เกิดพิษต่อระบบทางเดินอาหาร เยื่อบุกระเพาะอาหารและลำไส้ จนน้ำย่อยออกมาไม่สะดวก ท้องอืดท้องเฟ้อ ขัดขวางระบบการดูดซึมของอาหาร

ทำให้น้ำหนักลด ท้องเดิน ตับอักเสบ หัวใจวาย เวียนศีรษะ  กระหายน้ำ อาเจียน หมดสติ ระบบการทำงานของไตและตับผิดปกติ  เป็น สาเหตุของโรคมะเร็ง ในอนาคตได้



5. สารฟอกขาว  หรือ  sulphur dioxide

สารฟอกขาวหากนำมาใช้ในปริมาณที่พอเหมาะจะไม่มีอันตรายต่อร่างกาย แต่ถ้าใช้มากเกินไป หรือผู้รับประทานไวต่อสารชนิดนี้อาจทำให้เกิดโรคหืด มีอาการแน่นหน้าอก เป็นผื่นคันได้    

6. สารกันราหรือสารกันบูด  

สารที่นิยมใช้เป็นสารกันบูด ได้แก่ กรดบอริก (boric acid) และโซเดียมเบนโซเอท (sodium benzoate) โดยทั่วไปแล้วจะค่อนข้างปลอดภัยหากใช้ในปริมาณที่เหมาะสม

แต่ถ้าร่างกายได้รับสารประเภทนี้เป็นประจำจะทำให้เกิดการสะสม ซึ่งจะทำให้กระเพาะอาหารเกิดการระคายเคือง น้ำหนักลด ท้องเสีย อาเจียน เกิดผื่นแดงบนผิวหนัง และเป็นโรคโลหิตจางได้

7. ดินประสิว (sodium nitrate)  

การรวมตัวของเนื้อสัตว์และดินประสิวที่เกินขนาดจะทำให้เกิดสารไนโตรซามีนซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ หากทานเป็นประจำนอกจากจะเสี่ยงต่อ การเป็นโรคมะเร็ง แล้ว  ยังมีผลเสียอื่นๆ คือ อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดศรีษะ ระบบประสาทและหัวใจถูกทำลาย


โรคมะเร็ง

รับประทานอาหารแห้งอย่างไรให้ปลอดภัย

1. ล้างน้ำหลายๆ ครั้ง โดยแช่น้ำนานๆ หรือลวกน้ำร้อนทิ้งก่อนนำมาปรุงอาหาร เพื่อลดปริมาณสารพิษที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารแห้ง

2. ไม่นำน้ำที่แช่อาหารแห้ง อย่างเช่น น้ำแช่เห็ดหอม มาปรุงอาหาร

3. ไม่ควรรับประทานอาหารแห้งซ้ำๆ กัน เพื่อให้ร่างกายมีเวลาในการกำจัดสารปนเปื้อนตกค้างจากอาหารแห้งประเภทนั้นออกจากร่างกายบ้าง

4. ถ้าสังเกตเห็นว่าอาหารแห้งมีกลิ่น สี เปลี่ยนแปลง ถึงแม้จะมองไม่เห็นว่ามีเชื้อราเราควรทิ้งได้เลยค่ะไม่ต้องเสียดาย

นี่เป็นเพียงมาตรการที่ช่วยทำให้คุณลดโอกาสเสี่ยงการเกิดโรคจากอาหารแห้งได้บางส่วนเท่านั้น ถ้าเลือกได้คุณก็ควรที่จะดูแลสุขภาพให้ดี ทานอาหารที่มีประโยชน์

นอกจากนี้แล้วคุณเองก็ไม่ควรที่จะชะล่าใจ ควร เตรียมความพร้อมด้านสุขภาพ เอาไว้ด้วย เผื่อเกิดกรณีฉุกเฉินเจ็บป่วยขึ้นมาจริงๆ อย่างน้อยก็จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องภาระค่าใช้จ่าย ค่ารักษาพยาบาล อย่างไรล่ะคะ


avatar
by I'm Duck
เป็ดที่เก่งไม่สุดสักทาง ปัจจุบันอยากเขียนบทความดีๆ อ่านแล้วเข้าใจง่าย ไม่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจเยอะ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon