กฎหมายเมาแล้วขับฉบับใหม่ ที่นักดื่มต้องรู้!

posted: 1 year ago
33,861 views
กฎหมายเมาแล้วขับฉบับใหม่ ที่นักดื่มต้องรู้!

comments

หากจะพูดถึงเรื่องที่หลายฝ่ายดำเนินการรณรงค์มาอย่างต่อเนื่อง คงหนีไม่พ้น โครงการรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็น การรณรงค์เมาไม่ขับ ของ มูลนิธิเมาไม่ขับ (www.ddd.or.th ) หรือ โครงการรณรงค์ลดอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงเทศกาลต่างๆ และไม่ว่าการรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนนั้นจะมาจากหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน ก็เหมือนว่าจะไม่ได้ผลเท่าที่หลายฝ่ายอยากให้เป็นซักเท่าไหร่นัก

เห็นได้จากทุกช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ เรามักจะเห็นข่าวคราวการเกิดอุบัติเหตุในปริมาณที่มากขึ้นทุกๆปี และสาเหตุหลักใหญ่ๆ ก็คงหนีไม่พ้นความประมาทที่เกิดขึ้นจากการ เมาแล้วขับ”


กฎหมายเมาแล้วขับใหม่

กฎหมายกับการดื่มแล้วขับ

หากอ้างอิงจาก พรบ.จราจรฉบับใหม่ ที่ได้รับการอนุมัติจาก คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2560 จะเห็นได้ชัดว่ามีการเพิ่มโทษสำหรับกรณีเมาแล้วขับจากเดิม จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับขั้นต่ำ 5,000 – 20,000 บาท

อัตราการลงโทษใหม่ จะแบ่งออกเป็น 4 กรณี ได้แก่

  • ความผิดฐานขับรถขณะเมาสุรา : จะมีโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับขั้นต่ำ 10,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลมีอำนาจในการ สั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือ เพิกถอนใบอนุญาต อีกทั้งยังเพิ่มมาตรการยึดรถในชั้นศาล ไม่เกิน 7 วัน
  • ความผิดฐานเมาแล้วขับ ทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกาย หรือจิตใจ : ให้มีโทษคงเดิม คือ จำคุก 1 – 5 ปี ปรับ 20,000 – 100,000 บาท พักใช้ใบอนุญาตการขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือ เพิกถอนในอนุญาตขับขี่
  • ความผิดฐานเมาแล้วขับ เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส : มีโทษจำคุก 2 – 6 ปี ปรับ 40,000 – 120,000 บาท พักใช้ใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือ เพิกถอนในอนุญาตขับขี่
  • ความผิดฐานเมาแล้วขับ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย :  มีโทษจำคุก 3 – 10 ปี ปรับ 60,000 – 200,000 บาท รวมทั้งให้ เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

 


 

ปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายเท่าไหร่ ถึงเข้าข่ายเมาแล้วขับ

 

กฎหมายพรบ.จราจร ฉบับเดิมได้กำหนดปริมาณแอลกอฮอล์ที่ เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ให้ถือว่าเมาสุรา แต่ พรบ.จราจรฉบับใหม่ได้มีการปรับแก้ใหม่ ให้เป็น

  • กรณีที่ผู้ขับขี่มีอายุไม่เกิน 20 ปี หากมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ให้ถือว่าเมาสุรา
  • กรณีที่ผู้ขับขี่ไม่มีใบอนุญาตขับรถ หรือ ผู้ขับขี่ที่ได้รับใบอนุญาตขับรถชั่วคราว หากมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ให้ถือว่าเมาสุรา
  • บุคคลอื่นๆมีข้อกำหนดตามกฎหมายเดิม คือ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์จึงถือว่าเมาสุรา

สำหรับ ปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย ถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจไม่แพ้บทลงโทษจากกรณีเมาแล้วขับ เพราะนอกจากกฎหมายฉบับใหม่จะเพิ่มโทษแล้ว ยังมีการเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถสั่งตรวจสอบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดได้ จากเดิม เจ้าหน้าที่สามารถสั่งตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดแต่ไม่ได้กำหนดวิธีการตรวจสอบไว้ แก้เป็น

เจ้าหน้าที่สามารถใช้ตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายได้ เช่น การทดสอบลมหายใจ ปัสสาวะ เลือด หรือวิธีการอื่นๆตามสมควร

แม้กฎหมายจะระบุไว้ว่า เจ้าหน้าที่สามารถใช้วิธีการดังกล่าวเพื่อตรวจหาปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายได้ แต่ต้องเป็นไปตามสมควร และต้องดำเนินการโดยที่เจ้าตัวเจ็บปวดน้อยที่สุด



คำสั่งอื่นๆเพิ่มเติม

นอกจากนี้ยังมีคำสั่งจาก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ฉบับที่ 46/2558 ที่ระบุไว้ในกฎหมายฉบับนี้ว่า เจ้าหน้าที่สามารถยึดรถคนที่เมาแล้วขับ คนที่ขับขี่อันตราย หรือแข่งรถในทาง โดยกำหนดให้เจ้าของรถหรือผู้ขับขี่ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าเก็บรักษารถเอง รู้แบบนี้แล้วก็อย่าเพิ่งตกใจกันไปค่ะ เพราะคำสั่งคสช.ฉบับที่อนุญาตให้มีการยึดรถนั้น เบื้องต้นจะถูกนำมาใช้ในวันหยุดยาว หรือเทศกาลต่างๆ เช่นเทศกาลปีใหม่ หรือสงกรานต์เท่านั้น

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราอาจจะต้องจับตาดูกฎหมายฉบับนี้กันต่อไป ว่ากฎหมายฉบับนี้จะผ่านการพิจารณาของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) และมีผลบังคับใช้เฉพาะช่วงระยะเวลา หรือ เป็นกฎหมายถาวร


 

เมาแล้วขับ ประกันไม่จ่ายนะ!

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนน่าจะรู้ถึงผลเสียจากพฤติกรรมเมาแล้วขับกันบ้างแล้ว สิ่งหนึ่งที่เราอยากเตือนเพื่อนๆที่รักการดื่ม หรือสายเมาทั้งหลายไว้คือ อย่าคิดว่าประกันภัยรถยนต์ที่คุณทำไว้จะรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นทุกกรณี เพราะ ประกันภัยรถยนต์ก็มีข้อยกเว้นในการให้ความคุ้มครองเช่นกัน 

หากว่าตาม พรบ.จราจรฉบับเก่า หากผู้ขับขี่มี ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดไม่เกิน 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ประกันภัยรถยนต์ยังรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นอยู่ แต่สำหรับกฎหมายพรบ.จราจรฉบับใหม่นั้น ทาง  คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.ได้เตรียมกำหนดเงื่อนไขใหม่ในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ กรณีเกิดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ ไว้ว่า 

หากพบว่า ผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ ประกันจะไม่จ่ายสินไหมทดแทนให้ผู้เอาประกันภัย เริ่ม  1 มิ.ย. 2560 นี้  

สาเหตุที่ทำให้คปภ.ออกมากำหนดเงื่อนไขสำหรับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ใหม่ นอกจากเพื่อให้สอดคล้องกับ พรบ.จราจรฉบับใหม่แล้ว คปภ.ยังเล็งเห็นว่า เงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ฉบับเก่าที่ระบุไว้ว่า ประกันภัยรถยนต์จะไม่จ่าย หากอุบัติเหตุครั้งนั้นมีสาเหตุมาจากการเมาแล้วขับ หากผู้ทำประกันภัยหรือผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ นั้น ทำให้ผู้ขับขี่หลายคนยังมีพฤติกรรมการดื่มแล้วขับอยู่ และส่งผลให้สถิติใน การเกิดอุบัติเหตุสูงขึ้นเรื่อยๆ (แน่นอนว่าสาเหตุหลักมาจากการเมาแล้วขับ)

คปภ. จึงเล็งเห็นว่าการปรับลดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดลงนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่า  อีกทั้งยังเป็นมาตรการที่ช่วยรณรงค์ โครงการดื่มไม่ขับ ของหลายภาคส่วน และยังช่วยลดอุบัติเหตุที่เกิดจากการเมาแล้วขับอย่างยั่งยืนอีกด้วย

รู้แบบนี้แล้วนักดื่ม หรือ จอมปาร์ตี้ทั้งหลาย อาจจะต้องปรับตัวและปรับนิสัยการดื่มให้มากขึ้น อย่าคิดว่าทำ ประกันภัยรถยนต์ แล้วจะขับรถโดยไม่ระวังแบบไหนก็ได้ เพราะในบางครั้งประกันภัยรถยนต์ที่คุณทำไว้ ก็ไม่ได้ให้ความคุ้มครองไปหมดทุกกรณีนั่นเองค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: www.news.thaipbs.or.th และ www.thaipost.net

 

 

 


avatar
by HamsterB

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon