ทุเรียนไทย บินไกลไป ทุเรียนโลก

posted: 4 weeks ago
ทุเรียนไทย บินไกลไป ทุเรียนโลก

comments

ถึงแม้บอลไทยจะไม่ได้ไปบอลโลก

แต่วันนี้ ทุเรียนไทย กำลังจะก้าวไกลไปทั่วโลก

หลายคนที่ยังไม่รู้ และสงสัยว่าทำไมนะ เดี๋ยวนี้ทุเรียนถึงมีราคาสูง กว่าเมื่อก่อนมาก แถมดูจะเป็นที่นิยมมากในประเทศจีน

ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ตอนนี้ ทุเรียนไทย เริ่มเป็นที่นิยมและเป็นผลผลิตที่สร้างเม็ดเงินจำนวนไม่น้อยให้ประเทศและชาวสวนที่ปลูกทุเรียน แต่ด้วยเหตุผลอะไรกันที่ทำให้ทุเรียนไทย กลายเป็นที่ต้องการมากขึ้น วันนี้ rabbit finance จะพาไปดูกันค่ะ

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : ข่าวเช้าไทยรัฐ


ทุเรียนไทย สู่ตลาดโลก

จากกระแสทุเรียนไทยที่อยู่ดีๆก็ตูม!!! ดังระเบิดระเบ้อ ทำให้ทุเรียนเป็นผลผลิตที่ขาดตลาด และเป็นที่ต้องการอย่างมาก ส่งผลให้ชาวสวนมีรายได้เพิ่มมากขึ้นจากแต่ก่อน

ซึ่งสาเหตุมาจากการที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ทำข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง Shanghai Win Chain Supply Management Co., Ltd. หรือ Win- Chain กับสหกรณ์ผู้ผลิตทุเรียน 3 แห่งในภาคตะวันออก ได้แก่ สหกรณ์นิคมวังไทร จำกัด จังหวัดระยอง, สหกรณ์การเกษตรมะขาม จำกัด จังหวัดจันทบุรี และ สหกรณ์การเกษตรเขาสมิง จำกัด จังหวัดตราด

จากที่บริษัทอาลีบาบา กรุ๊ป ได้ให้ความสนใจ สั่งซื้อทุเรียนของสหกรณ์เพื่อนำไปจำหน่ายในประเทศจีน มูลค่า 3,000 ล้านหยวน หรือ 15,000 ล้านบาทเป็นเวลา 3 ปี และยังมี JD.com คู่แข่งรายสำคัญของอาลีบาบา ก็เข้ามาติดต่อซื้อขายทุเรียนกับไทยเช่นกัน โดยขายทุเรียนที่สั่งซื้อจากไทยไปแล้วกว่า 100 ตู้คอนเทนเนอร์ หรือประมาณ 7 แสนลูก นี่จึงเป็นการปลุกกระแสการทานทุเรียน และการส่งออกทุเรียนครั้งใหญ่ของประเทศไทย

ส่งผลให้ทุเรียนไทยโดยเฉพาะ ทุเรียนหมอนทอง มีการปรับขึ้นราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยราคาทุเรียนที่จำหน่ายหน้าสวนตอนนี้อยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ  100 – 120 บาท ราคาขายตามตลาด ตกอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ  150 – 200 บาท  ขึ้นอยู่กับขนาดและรสชาติของทุเรียนแต่ละชนิด ส่วนราคาที่ไทยส่งทุเรียนเกรดเอไปขายจีนอยู่ที่กิโลกรัมละ 200-250 บาท  

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมราคาทุเรียนถึงสูงขึ้นขนาดนี้ แม้แต่ไปรับซื้อหน้าสวนก็ยังแพงถึงกิโลกรัมละ 100-120 บาท นั่นเป็นเพราะการทำสวนทุเรียนในปัจจุบันเน้นไปที่การส่งออกต่างประเทศ จึงมีต้นทุนสูงตั้งแต่เริ่มหาเมล็ดพันธุ์ เพาะพันธุ์ จนไปถึงตอนการดูแลจนทุเรียนแต่ละลูกพร้อมจำหน่าย จะเรียกว่างานนี้ชาวสวนทุเรียนสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำก็ไม่เต็มปากสักเท่าไหร่

ทุเรียนไทย
ขอบคุณรูปภาพจาก www.thairath.co.th

สายพันธุ์ทุเรียนไทยยอดนิยม

ถ้าพูดถึงพันธุ์ทุเรียนไทยที่ได้รับความนิยมสูงสุดในบ้านเรา ต้องบอกเลยว่ามีหลายชนิดทีเดียว แต่สายพันธุ์ที่มาวินและเป็นที่รู้จัก อีกทั้งรสชาติก็ถูกปากคนไทยที่สุด คงหนีไม่พ้น 6 สายพันธุ์นี้

1. พันธุ์หมอนทอง

มาที่สายพันธุ์แรกกับ หมอนทอง นับว่าเป็นทุเรียนพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมาเป็นอันดับหนึ่งในขณะนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งทุเรียนหมอนทองนี้ เป็นทุเรียนที่ใช้ส่งออกไปประเทศจีนนั่นเอง ด้วยรสชาติที่อร่อยหวานมันพอดีๆ กลิ่นไม่แรงมาก ที่สำคัญมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าทุเรียนสายพันธุ์อื่นๆ

นอกจากนี้หากบริโรคในปริมาณที่พอเหมาะ จะช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ และโรคมะเร็งได้ด้วยนะ แหม! ใช่ว่ากินทุเรียนแล้วจะอ้วนเสียอย่างเดียวซะที่ไหน แบบนี้นี่เองทุเรียนไทยอย่างหมอนทองถึงเป็นที่นิยมกันมาก


ทุเรียนไทย
ขอบคุณรูปภาพจาก www.winnews.tv

2. พันธุ์ชะนี

ทุเรียนสายพันธุ์ชะนี เป็นทุเรียนที่มีกลิ่นแรง รสจัด เนื้อละเอียด หวาน ส่วนใหญ่คนจึงนิยมนำมาแปรรูปเป็นอาหารอื่นๆ เช่น ข้าวเหนียวทุเรียน สมูทตี้ทุเรียน มากกว่าการทานสดๆ ที่สำคัญทุเรียนชะนีนี้ มีราคาขายที่ถูกกว่าหมอนทองด้วย


ทุเรียนไทย
ขอบคุณรูปภาพจาก www.amfinegroup.co.th

3. พันธุ์ก้านยาว

ต่อมาอีกหนึ่งพันธุ์ทุเรียนที่เรียกว่าราคาแพงและหากินได้ยาก ลักษณะเด่นที่พบในทุเรียนพันธุ์นี้ คือ ก้านที่ยาวกว่าทุเรียนพันธุ์อื่นๆ รู้แล้วใช่ไหมคะ ว่าทุเรียนนี้ก็คือ ทุเรียนพันธุ์ก้านยาวนั่นเอง ตัวเปลือกจะค่อนข้างหนา เนื้อเนียนละเอียด เมล็ดค่อนข้างใหญ่ นิยมปลูกกันมากในจังหวัดนนทบุรี


ทุเรียนไทย
ขอบคุณรูปภาพจาก travel.trueid.net

4. พันธุ์หลงลับแล

มาที่ทุเรียนพื้นเมืองอย่าง ทุเรียนพันธุ์หลงลับแล ของดีจากจังหวัดอุตรดิตถ์กันบ้าง ทุเรียนสายพันธุ์ดีนี้ เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ ลักษณะที่สำคัญของทุเรียนหลงลับแล คือ มีขนาดเล็ก ทรงกลมรี มีรสชาติหวานมัน เนื้อเหนียวละเอียด เมล็ดเล็กและลีบ กลิ่นไม่แรง ซึ่งนับว่าหลงลับแลเป็นสายพันธุ์ที่คนไทยนิยมทานกันมากอีกพันธุ์หนึ่งเลยล่ะ 


ทุเรียนไทย
ขอบคุณรูปภาพจาก www.wongnai.com

5. พันธุ์พวงมณี

ทุเรียนพันธุ์พวงมณี เป็นทุเรียนจากภาคตะวันออกที่อาจจะไม่ได้รับความนิยมมากเท่าทุเรียนพันธุ์อื่นๆ แต่ช่วงหลังๆ ก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ด้วยขนาดผลที่เล็ก รสชาติหวานจัด เนื้อเหลืองเข้มละเอียด ส่วนข้อเสียที่สำคัญของทุเรียนสายพันธุ์นี้ คือ มีเนื้อค่อนข้างน้อย และหาซื้อได้ยากนั่นเอง


ทุเรียนไทย
ขอบคุณรูปภาพจาก feed.merdeka.com

6. พันธุ์กระดุม

ปิดท้ายกันที่ทุเรียนตามท้องตลาดหาซื้อง่ายมาก อีกทั้งราคาก็ถูกมากเช่นกัน มีลักษณะผลที่ค่อนข้างเล็ก เนื้อละเอียดนุ่ม กลิ่นไม่แรง รสชาติหวานมันไม่เหมือนทุเรียนพันธุ์อื่น ซึ่งหากใครที่ต้องการลองปลูกทุเรียนกินเองเล็กๆน้อยๆที่บ้าน ทุเรียนพันธุ์กระดุมเหมาะกับการเริ่มต้นของคุณค่ะ เพราะสามารถปลูกง่าย ได้ผลผลิตเร็ว


ทุเรียนไทย
ขอบคุณรูปภาพจาก www.posttoday.com

แนวโน้มตลาดทุเรียนไทย

ต้องบอกว่าตอนนี้ การตลาดของทุเรียนไทยเติบโตไปอย่างรวดเร็ว แต่มีหลายอย่างที่ยังต้องกังวล โดยเฉพาะในเรื่องของ การถูกครอบงำของทุเรียนไทยจากต่างชาติ อย่างที่รู้กันว่าตอนนี้ไทย ได้ส่งออกทุเรียนในประเทศ จีน ไต้หวัน ฮ่องกง และเวียดนาม

ซึ่งทั้งจีน และเวียดนาม ได้มีการจ้างล้ง เพื่อคัดเลือกทุเรียนคุณภาพ นำกลับไปขายในประเทศของตนเอง นอกจากนี้ยังมีชาวจีนที่กว้านซื้อที่ดินเพื่อใช้ปลูกทุเรียนเองด้วย เท่านั้นยังไม่พอเริ่มมีการแย่งซื้อทุเรียนไทยกันมากขึ้น ระหว่างจีน และเวียดนาม เพื่อนำทุเรียนไทยไปบริโภคในประเทศแล้วส่งออกอีกที คาดการณ์ว่าในอนาคตทุเรียนไทย อาจจะตกเป็นอุตสหกรรมของต่างชาติได้ หากไม่มีการควบคุมการค้าที่ดีพอ

ทั้งนี้หากวันนี้ การส่งออกทุเรียนไทยเป็นไปได้สวย มีการควบคุมการค้า และดูแลในเรื่องของการซื้อขายที่ดี ตลอดจนสามารถรักษาคุณภาพสินค้าได้ดีอย่างต่อเนื่อง ก็เป็นไปได้ว่าในอนาคต ผลไม้อื่นๆ ของไทย ก็อาจจะสามารถตีตลาดต่างประเทศ และได้รับความนิยมเหมือนกับทุเรียนได้เช่นกัน

ทุเรียนไทย
ขอบคุณรูปภาพจาก www.posttoday.com

คู่แข่งที่น่ากลัว

แม้กระแสทุเรียนไทยในประเทศจีนจะเริ่มติดลมบนแล้ว แต่อย่าเพิ่งวางใจไป เพราะยังมีคู่แข่งทางการตลาดที่น่ากลัวอย่าง มาเลเซีย ที่นับว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีผลผลิตผลไม้อย่าง ทุเรียน และก็ยังได้รับความนิยมมากใน สิงคโปร์ ฮ่องกง และจีน อีกด้วย   

แน่นอนว่า จีน คือตลาดส่งออกผลไม้ที่สำคัญของไทย ซึ่งมาเลเซียได้เล็งเห็นและพยายามจะตีตลาดทุเรียนของไทย โดยส่งเจ้าทุเรียน สายพันธุ์มูซังคิงส์ ซึ่งเป็นทุเรียนที่มีผลไม่ใหญ่มาก น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5-2.5 กิโลกรัม เนื้อสีเหลืองเข้ม เนียน รสชาติติดหวานมัน อีกทั้งมีกลิ่นเฉพาะตัว มาเป็นคู่ชกกับทุเรียนหมอนทองของไทย 

หากไม่อยากให้มาเลเซียยึดตลาดนี้ได้ สิ่งที่ชาวสวนไทยควรทำ คือ ควรรักษามาตรฐานทุเรียนหมอนทองไว้ ไม่ตัดทุเรียนก่อนเวลา ควรเก็บทุเรียนในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อส่งต่อทุเรียนคุณภาพดีให้กับผู้บริโภค ซึ่งเมื่อลูกค้าได้รับสินค้าที่มีคุณคุณภาพดี ก็จะทำให้สินค้าได้รับการยอมรับ และเป็นที่ต้องการต่อไปเรื่อยๆ เป็นการสร้างรายได้ให้กับประเทศ และชาวสวนไทยอย่างต่อเนื่อง

การที่ผลไม้ไทยอย่าง ‘ทุเรียน’ เป็นที่นิยมในต่างประเทศมากขึ้น แน่นอนว่าส่งผลให้ธุรกิจการค้าผลไม้มีความคึกคักมากขึ้น และเชื่อได้เลยว่าอีกไม่นาน กล้วย มังคุด ละมุด ลำไย หรือผลไม้อื่นๆ ในไทย ก็จะเป็นผลผลิตส่งออกที่ได้รับการสนับสนุนเช่นกัน เพราะผลไม้ไทย คือ สุดยอดผลไม้ของโลก และสุดท้ายหากใครต้องการที่จะลงทุนปลูกทุเรียนขายตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไปนะคะ อย่างไรก็ขายได้แน่นอน ซึ่งหากคุณติดปัญหาเรื่องเงินทุนใดๆ rabbit finance ยินดีให้คำปรึกษา เพื่อช่วยเหลือทุกคนค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ   BBC ไทย


avatar
by NP. Meaw :)
เป็นลูกอิช่างแซะ รักในการเขียนเหน็บแนม ดำเนินชีวิตด้วยการ ยึดความสุขตัวเองเป็นที่ตั้ง จุบ!

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon