บุหรี่ไฟฟ้า ทางเลือกเพื่อการเลิกบุหรี่ หนีมะเร็งปอด (จริงเหรอ?)

posted: 1 year ago
1,751 views
บุหรี่ไฟฟ้า ทางเลือกเพื่อการเลิกบุหรี่ หนีมะเร็งปอด (จริงเหรอ?)

comments

แม้รู้ทั้งรู้ว่าบุหรี่เป็นอันตรายต่อชีวิต ต่อสุขภาพ นักสูบทั้งหลายก็ยังเมินเฉยกับการเลิกบุหรี่ให้ได้สักที ยิ่งพูดก็ยิ่งทำ ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ บ้างก็ว่าช่วงนี้เครียดๆ ขอสูบบุหรี่หน่อยแล้วกัน หรือเที่ยวกลางคืนแล้วบรรยากาศมันได้ ขอสักมวน โอเคไม่ว่าแล้วก็ได้

แต่การเลิกบุหรี่ถือเป็นกำไรชีวิต นอกจากจะเลิกทำร้ายปอดตัวเองที่เสี่ยงโรคมะเร็งปอด ยังเลิกทำให้คนรอบข้างไม่ต้องซวยเพราะสูดควันบุหรี่เข้าไป แสดงว่ารูปน่ากลัวที่แปะบนซองบุหรี่ ไม่ได้โน้มน้าวใจเท่าไหร่เลย ว่าก็ว่าเถอะ เลิกบุหรี่ มันดีตรงไหนกัน


ประโยชน์ที่ได้รับหลังจาก เลิกบุหรี่

ทุกคนคงเบื่อแล้วกับการถกเถียงว่าบุหรี่คือสิ่งไม่ได้รู้แล้วไม่ต้องบอก!” อะไรทำนองนี้ (ถึงแม้ตอนนี้จะมีประกันมะเร็งคุ้มครองก็เถอะ ก็ยังไม่สายที่จะเลิกบุหรี่นะ) อย่างนั้นลองเปลี่ยนเป็นคำถามว่า เลิกบุหรี่แล้วคุ้มค่ากับความพยายามจริงเหรอ แทนที่จะบอกว่าบุหรี่ไม่ดี แต่มาหาประโยชน์จากการเลิกบุหรี่ดีกว่า

การสูบบุหรี่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ยิ่งสูบมวนสุดท้ายไปได้ 20 นาที อัตราการเต้นของหัวใจจะลดลงมาในระดับเกือบปกติ แต่สองชั่วโมงให้หลัง ความดันโลหิต และอัตราการเต้นของหัวใจจะกลับสู่ภาวะปกติ หมายความว่า 20 นาทีที่สูบบุหรี่เสร็จใหม่ๆ นิโคตินที่สูบเข้าไปกำลังถอนออกจากร่างกาย

ซึ่งประโยชน์ในการเลิกบุหรี่ มีดังนี้

 

  • ทุกครั้งที่สูบบุหรี่

จะต้องสูดก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ หรือ CO เข้าไป แต่เมื่อหยุดสูบบุหรี่ ก๊าซพิซ CO จะออกจากร่างกายเป็นชนิดแรก หมายความว่าหยุดสูบก็ถือว่าหยุดรับสารพิษ

  • หลังเลิกบุหรี่ได้ 12 ชั่วโมง

ระดับก๊าซออกซิเจนนะกลับมาคงที่ และก๊าซ CO จะลดต่ำอย่างเร็ว เพราะในขณะที่สูดก๊าซ CO เข้าสู่กระแสือดผ่านทางปอด (เสี่ยงเป็นมะเร็งปอดไปอีก) มันจะไปขวางไม่ให้ออกซิเจนจับกับเม็ดเลือดแดง ส่งผลให้เกิดโรคหัวใจที่ร้ายแรง หรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ ได้

  • หากเลิกบุหรี่ได้ 1 วัน

ความเสี่ยงต่อ โรคหลอดเลือดหัวใจ (CAD) จะลดลง หรืออาการหัวใจวายจะลดลง

  • เลิกบุหรี่ได้ 2 วัน

การรับรสและรับกลิ่นก็จะดีขึ้น เพราะปลายประสาทจะเริ่มฟื้นตัวอีกครั้ง แต่ตอนนี้จะหงุดหงิดบ้าง เพราะเริ่มอยากสูบบุหรี่อีกแล้ว

 

เลิกบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า มะเร็งปอด

 

  • หากเลิกบุหรี่ได้ 3 วัน

สารนิโคตินแทบไม่เหลือในร่างกายแล้ว ส่งผลให้ร่างกายคลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว กระวายกระวาย เพราะอยากสูบบุหรี่มากกว่าเดิม แต่ 1 สัปดาห์ไปจะเริ่มทุเลาลง

  • หากเลิกบุหรี่ได้ 10 วัน

อาการเหล่านี้จะลดลงหรือหมดไปอย่างเห็นได้ชัด การไหลเวียนของเลือดบริเวณเหงือกและฟันจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ร้อนในจะหายไป โรคอื่นๆ ในช่องปากก็จะไม่เกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นน้อย เรียกได้ว่าสุขภาพช่องปากดีขึ้น 

  • หากเลิกบุหรี่ได้ 5 ปี

ความเสี่ยงในการมีภาวะสมองขาดเลือด ไปเลี้ยง เพราะว่าหลอดเลือดตีบ อุดตัน หรือหลอดเหลือในสมองแตก จะลดลง เหมือนกับว่าไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อน

  • หากเลิกบุหรี่ได้ 10 ปี

โอกาสโรคมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งช่องปาก มะเร็งลำคอ มะเร็งปอดจะลดลง

จะเห็นได้ว่า การเลิกสูบบุหรี่ส่งผลดีต่อร่างกายมากๆ เพราะทำให้ร่างกายห่างไหลจากโรคร้ายต่างๆ หรือโรคมะเร็งปอดที่มักเกิดขึ้นกับสิงห์อมควัน ว่าแต่ว่า สารพิษในบุหรี่ มีอะไรบ้างนะ?


รู้จักสารพิษในบุหรี่ เพื่อหนีมะเร็งปอด

ในควันบุหรี่มีสารก่อมะเร็งทั้งหมด 42 ชนิด เป็นศูนย์รวมของการก่อมะเร็งมากที่สุด (แต่อย่ามองข้ามหมูปิ้งไหม้เกรียมเลยเชียว กินมากๆ ก็ก่อมะเร็งได้เหมือนกัน) โดยมากแล้วจะเจอสารพิษในควันบุหรี่อยู่ 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

  • ทาร์หรือน้ำมันดิน

เป็น สารก่อมะเร็งที่น่ากลัวที่สุด เพราะเป็นตัวร้ายที่รุกรานแบบเงียบๆ ตามแบบฉบับโรคมะเร็ง สารที่เป็นส่วนประกอบของทาร์ หรือน้ำมันดิน คือกลุ่มไฮโดรคาร์บอน มีการรวมตัวกันเป็นสารที่มีความเหนียวติดอยู่กับเนื้อปอด เป็นสารก่อมะเร็งดีๆ นี่เอง

  • นิโคติน

เป็นสารพวกอัลคาลอยด์ สามารถสกัดได้จากพืช สามารถดูดซึมทางผิวหนัง และเยื่อเมือกที่บุผิวเช่นในปากและจมูก หรือการสูดดมทางปอด ปริมาณของนิโคตินจะส่งผลต่อสมองและร่างกายของผู้เสพ ยิ่งอยู่ในบุหรี่จะพบนิโคตินมาก ยิ่งคนท้องที่สูบบุหรี่จะส่งผลต่อทารกในครรภ์ให้ผิดปกติได้

 

  • ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์

ซึ่งเป็นก๊าซชนิดเดียวกับที่พ่นออกจากท่อไอเสียรถยนต์ ก๊าซนี้จะขัดขวางการลำเลียงออกซินเจนของเม็ดเลือดแดง คิดดูว่าท่อไอเสียดำขนาดนั้นยังเรายังไม่อยากสูดเข้าไป แต่ถ้าไปอยู่ในร่างกาย สิ่งแรกที่ต้องรับมือกับคาร์บอนมอนอกไซด์ก็คือปอด

สำหรับความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งปอดนั้น โดยเฉลี่ยแล้วผู้สูบบุหรี่เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งปอดมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ถึง 12 เท่า หากสูบนานถึง 40 ปี โอกาสเสี่ยงมากกว่าไม่สูบถึง 30 เท่า การเลิกบุหรี่จึงเป็นการช่วยปอดตัวเอง และช่วยปอดคนรอบข้างอีกด้วย

ในประเทศไทย มะเร็งปอด เป็นโรคที่พบมาก และเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ทั้งในเพศชายและเพศหญิง ซึ่งธรรมชาติของชีววิทยาของมะเร็งปอดจะพบผู้ป่วยเมื่อเป็นมะเร็งปอดในระยะลุกลาม หรือแพร่กระจายไปมากแล้ว ส่งผลให้มีผู้ป่วยประมาณ 90% เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ซึ่ง มะเร็งปอด พบได้ใน

เลิกบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า มะเร็งปอด
(cc) : https://shkolazhizni.ru

 

  • คนอายุ 50-75 ปี

ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่สูบบุหรี่ และอีก 5% เป็นคนสูดควันบุหรี่เข้าไปไม่ได้สูบบุหรี่เอง รู้ไหมว่า คนที่สูดควันบุหรี่เข้าไป เสี่ยงเป็นมะเร็งปอดเหมือนกัน  จำนวนมวนของบุหรี่ที่สูบต่อวันและชนิดของบุหรี่ที่สูบจะสัมพันธ์กับอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอด  

  • ผู้ที่สูบบุหรี่ 10-30%

จะเกิดมะเร็งปอดภายใน 30-40 ปี ถ้าเลิกบุหรี่ได้ ก็จะลดอัตราการเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดเหลืออัตราเสี่ยงที่จะเกิดโรคเท่าผู้ไม่สูบบุหรี่ได้ภายในเวลา 10-15 ปี

อาการไอเรื้อรังเพียงเล็กน้อย ต่อมาอาการไอมีมากขึ้นและมีเสมหะหรือไอเป็นเลือด เมื่อเป็นมากขึ้นจะมีอาการเจ็บหน้าอก ผอมลงอย่างรวดเร็ว เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย

บางรายอาจมีอาการบวมตามใบหน้า ต่อมน้ำเหลืองที่คอบวม แน่นหน้าอก และมีเส้นเลือดขอดฝอยสีแดงคล้ำ ขึ้นบริเวณหน้าอก อาจมีอาการเจ็บปวด

นักสูบบุหรี่ ลองเช็กดูว่ามีอาการแปลกๆ เหล่านี้ไหม ถ้ามีก็อยากเพิ่งเสิร์ชกูเกิ้ลเพราะอาจจะเป็นโรคแปลกๆ ที่วินิจฉัยเอาเอง ทางที่ดีควรเข้าพบแพทย์ดีกว่า ถ้าคิดว่าสูบบุหรี่เป็นมวนเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งปอด อยากเลิกบุหรี่แล้ว บุหรี่ไฟฟ้าเป็นตัวเลือกที่ดีในการเลิกบุหรี่มั้ยนะ?


บุหรี่ไฟฟ้า ทางเลือกในการ เลิกบุหรี่

 

แม้ว่าไอระเหยจาก บุหรี่ไฟฟ้า จะไม่มีสี ไม่มีกลิ่น แต่ยังมีนิโคตินเป็นส่วนผสม ถึงสารนิโคตินจะระบุปริมาณเอาไว้ในบนฉลากของบุหรี่ไฟฟ้า แต่ก็มักคลาดเคลื่อนอยู่มาก หมายถึงว่า สารนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้า กับปริมาณที่เขียนไว้ไม่ตรงปกกัน ปริมาณจริงๆ อาจมากกว่าที่เขียนไวก็ได้

ในประเทศอังกฤษส่งเสริมให้ประชาชนใช้บุหรี่ไฟฟ้ากันมากขึ้น แถมรัฐบาลอังกฤษยังรณรงค์ให้สิงห์อมควันในประเทศที่อยากเลิกบุหรี่หันมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าแทน แถมยังบอกอีกว่า บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่จริงถึง 95%

คนส่วนใหญ่จึงใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อเลิกบุหรี่ ไม่ใช่คนรุ่นใหม่หันไปสูบบุหรี่ที่อยากลอง ซึ่งในบุหรี่ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ  มีสารสองตัวที่มีความปลอดภัยจนสามารถนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอางได้ ประกอบไปด้วย

เลิกบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า มะเร็งปอด

แต่ .นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่  (ASH Thailand) กล่าวว่า ในการประชุม Cardiovascular Aging New Frontiers and Old Friends ว่า ผลการวิจัยจากการศึกษาทดลองการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในหนูทดลองของคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวสต์ เวอร์จีเนีย รัฐเวอร์จีเนีย สหรัฐอเมริกา พบว่า

  • ขณะที่ได้รับไอจากบุหรี่ไฟฟ้าระยะสั้น 5 นาทีเพียงครั้งเดียว ขนาดเส้นเลือดจะหดตัวเล็กลง 31% ทำให้ความสามารถในการขยายตัวของหลอดเลือดลดลง 9%
  • ขณะที่ได้รับไอบุหรี่ไฟฟ้าระยะยาว ดัชนีการแข็งตัวของหลอดเลือดใหญ่ในทรวงอกมีค่าสูงขึ้น 2 เท่าครึ่งกว่าการได้รับไอบุหรี่ไฟฟ้าในระยะสั้นๆ ทำให้ภาวะหลอดเหลือมีความยืดหยุ่น ระบบไหลเวียนของเลือดเปลี่ยนแปลง เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคหัวใจ โรคมะเร็งปอด ได้

 

บุหรี่คือยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้าก็ถือเป็นสิ่งที่ทำให้เสพติดได้ เรียกได้ว่าเป็นผลเสียต่อร่างกายอย่างมาก ไม่ใช่แค่คนสูบเท่านั้น คนรอบข้างก็หนีไม่รอด ถ้าอยากเลิกบุหรี่ก็ไม่ยากเลย ในปัจจุบันมีหนทางมากมาย ไม่ว่าจะเป็น 1660 สายด่วนเลิกบุหรี่ อย่าคิดว่ามีมะเร็งประกันแล้วจะรอด เพราะถ้าเป็นมะเร็งก่อนถือประกัน ก็ตัวใครตัวมันแล้วกันนะ


avatar
by 9 Tails
เนกอยา กอเนกอ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon