คนสวยรักษ์โลก เลือกเมคอัพอย่างไร ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

posted: 2 months ago
คนสวยรักษ์โลก เลือกเมคอัพอย่างไร ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

comments

สำหรับสาวๆ บางคน เครื่องสำอางเป็นเหมือนอวัยวะส่วนที่ 33 ที่ขาดไม่ได้ใน ชีวิตประจำวัน ประมาณว่า ถ้าต้องหน้าสดออกจากบ้าน ฉันขอยอมตายลงตรงนี้เลยดีกว่า แล้วทุกครั้งที่เห็นเมคอัพสีใหม่ๆ บรรจุภัณฑ์น่ารักตะมุตะมิ วางขายในร้านเมื่อไหร่ หัวใจมันก็พองโต จนอดไม่ได้ที่จะไปสอยมาเป็นเจ้าของ ตามวลีของพี่สู่ขวัญที่ว่า “ของมันต้องมี” ถึงแม้ว่าที่บ้านจะมี ลิปสติก สีเดียวกันนอนรออยู่เป็นสิบแท่งแล้วก็ตาม

ถึงแม้ว่าฟิลลิ่งของการได้แกะลองเมคอัพใหม่ๆ มันจะน่าพึ่งพอใจขนาดไหน แต่รู้มั้ยคะ ว่าเครื่องสำอางบรรจุภัณฑ์สวยๆ ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ มันเป็นสาเหตุสำคัญที่จะทำให้โลกของเราตายลงอย่างช้าๆ ด้วยเช่นกัน


เครื่องสำอาง 1

ขยะเครื่องสำอาง ตัวการทำร้ายและทำลาย สิ่งแวดล้อม

งานวิจัยจาก Poshly and Stowaway Cosmetics ระบุว่า ผู้หญิงหนึ่งคน จะมีเครื่องสำอางโดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 40 ชิ้น!!!

เครื่องสำอางในที่นี้ ไม่ได้มีแค่เมคอัพนะคะ แต่หมายความรวมถึง ผลิตภัณฑ์ความสวยงาม อย่าง สกินแคร์ สบู่ แชมพู แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ทิชชู่ และอื่นๆ ด้วย

เครื่องสำอาง 1 ชิ้น มันไม่ได้มีแค่เนื้อผลิตภัณฑ์ที่เราใช้กันเท่านั้น แต่มันยังแถมมาด้วยบรรจุภัณฑ์ต่างๆ นานา ทั้งกล่องกระดาษ พลาสติกห่อ โบว์ตกแต่ง สติกเกอร์ ตัวกล่อง ขวด หรือปลอกของผลิตภัณฑ์ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นขยะที่ย่อยสลายได้ยาก และเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมากเลยทีเดียว

ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ผลิตเมคอัพและบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอาง มากถึง 120 พันล้านชิ้นต่อปี ซึ่งถ้าเอามากองรวมๆกัน ก็จะกินพื้นที่ป่าถึง 45,540,000 ล้านไร่ด้วยกัน

เครื่องสำอาง เป็น ขยะจากบ้านเรือน ที่มีปริมาณสูงถึง ร้อยละ 11.7 ของปริมาณขยะทั้งหมดภายในบ้าน และเมื่อเทียบถึงผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ขยะประเภทเครื่องสำอาง จะส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมถึง ร้อยละ 26 เนื่องจากมีการใช้พลาสติกและสารเคมีในการผลิตบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์นั่นเอง

ซึ่งถ้าเรายังบริโภคสินค้ากันเช่นนี้ต่อไป ภายในปี 2050 โลกของเราจะมีขยะพลาสติกมากถึง 12 พันล้านตัน หรือเท่ากับ ตึก Empire State 35,000 ตึกเลยทีเดียว!!!!

เครื่องสำอาง 2

ไม่เพียงแค่ตัวผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ในขั้นตอนการผลิตเครื่องสำอางบางชนิดหรือบางยี่ห้อ ก็ส่งผลกกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเช่นกัน

ยกตัวอย่างเช่น ครีมกันแดดบางยี่ห้อ จะมีส่วนผสมของ Oxybenzone หรือ Benzophenone-3 ซึ่งเป็นสารเคมี ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้อย่างดีเยี่ยม แต่สารเคมีที่ว่านี้ ก็ส่งผลกระทบ ต่อระบบนิเวศทางทะเล อย่าง แนวปะการัง อย่างใหญ่หลวงเหมือนกันค่ะ

โดยทุกๆ ปี แนวปะการัง จะได้รับผลกระทบจาก สาร Oxybenzone ที่ถูกชำระล้างโดยน้ำทะเล เวลาคนเล่นน้ำ มากถึง 14,000 ตัน ซึ่งส่งผลให้ปะการังไม่สามารถเติบโตได้ และเสี่ยงที่จะตายลงในที่สุด

ไม่ใช่แค่สารเคมีตัวนี้เท่านั้น แต่ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางยังมีการใช้ สารเคมีอันตราย อีกหลายตัว ที่ถึงแม้จะให้ผลลัพธ์ที่ดีในการใช้งาน แต่มันก็ต้องแลกมาด้วยอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราเช่นกัน

เราทุกคน ในฐานะผู้บริโภค สามารถมีส่วนช่วยในการรักษาสิ่งแวดล้อมได้ เพียงรู้จักเลือกบริโภคสินค้าอย่างระมัดระวัง และแค่หันมาใส่ใจเลือกเมคอัพให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่ง rabbit finance จะมาแนะนำ 4 วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้สาวๆ สามารถสวยและรักษ์โลกไปพร้อมๆ กันได้ มาฝากด้วยค่ะ


เครื่องสำอาง 3
(cr.) www.vanityfair.com

4 วิธี เลือกเครื่องสำอางอย่างไร ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

1.เลือกซื้อเครื่องสำอางที่เป็น Green Product , Organic และ Biotic

Green Product หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่สร้างขึ้นมา เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Eco-friendly ในทุกช่วงวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต ไปจนถึงวันที่ของชิ้นนั้นหมดอายุขัยลงไป ซึ่งการเลือกใช้เมคอัพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ นอกจากจะดีต่อสุขภาพของเรามากกว่าแล้ว มันยังช่วยลดผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อมได้ด้วยค่ะ

สำหรับเครื่องสำอางที่เป็น Green Product นั้น ต้องเป็นเครื่องสำอางที่ ปราศจากสารพิษที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และ สัตว์ ผลิตจากวัตถุดิบในธรรมชาติ มีการบรรจุหีบห่อน้อยที่สุดและ สามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ได้

หรือถ้าง่ายกว่านั้น การเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์บางอย่าง ที่มีกระบวนการผลิตน้อยกว่าหรือบรรจุภัณฑ์น้อยชิ้นกว่า เช่น จากสบู่เหลว เป็น สบู่ก่อน หรือ หันมาใช้มีดโกนเหล็กแทนพลาสติก ก็สามารถช่วยลดปริมาณขยะและรักษาสภาพแวดล้อมของโลกเราได้มากขึ้นเช่นกัน ฉะนั้น ก่อนจะตัดสินใจซื้ออะไร อย่าลืมอ่านส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ให้ดีก่อน และเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายง่ายหรือสามารถนำไปรีไซเคิลได้ด้วยก็จะดีมากเลยค่ะ


เครื่องสำอาง 4
(cr.) uk.fashionnetwork.com

2.เลือกใช้ Zero-Waste Makeup

Zero-Waste Makeup คือ เครื่องสำอางที่ผลิตจากวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสามารถย่อยสลายได้แบบ 100% ทั้งตัวเนื้อผลิตภัณฑ์และตัวหีบห่อต่างๆ ด้วยค่ะ

โดยเครื่องสำอางแบบนี้ ก็มีสรรพคุณเหมือนเมคอัพปกติ เพียงแต่บรรจุภัณฑ์ของมันจะมินิมอลแบบสุดๆ และมันจะผลิตมาจากวัสดุธรรมชาติ ที่สามารถนำไปรีไซเคิลหรือย่อยสลายได้แบบ 100% เช่น ไม้ไผ่ ซังข้าวโพด ทำให้ไม่เป็นการสร้างขยะเพิ่มให้โลกของเรานั่นเอง

เครื่องสำอางประเภทนี้ จะมีราคาที่สูงกว่าปกติเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับประโยชน์ของมันแล้ว ถือว่าคุ้มค่ามากๆ เลยล่ะค่ะ ในบ้านเรา อาจจะยังไม่มีผลิตภัณฑ์แนวนี้มากนัก แต่ในต่างประเทศเครื่องสำอางแบบ Zero-Waste ถือว่ากำลังได้รับความนิยมอย่างมากเลย อย่างแบรนด์ Lush ก็ถือเป็นแบรนด์แรกๆ ที่ มีผลิตภัณฑ์ Zero-Waste ออกมาวางตลาดและก็โด่งดังไปทั่วโลกเลยทีเดียว


เครื่องสำอาง 5

3.มองหาเครื่องสำอางที่มี Carbon Footprint

Carbon Footprint คือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์แต่ละหน่วย ตลอดวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ เริ่มตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ การขนส่ง การประกอบชิ้นส่วน การใช้งาน จนกระทั่งถึงการจัดการซากผลิตภัณฑ์หลังการใช้งาน โดยจะคำนวณออกมาในรูปของคาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่าต่อหน่วยผลิตภัณฑ์

โดยเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ที่มี Carbon Footprint บนฉลากนั้น หมายความว่า เครื่องสำอางชนิดนั้น มีกระบวนการผลิตที่ใส่ใจผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์พลังงานธรรมชาติ และผู้ผลิตได้จ่ายเงินในการจำกัดขยะแบบถูกต้องกับหน่วยงานที่รับผิดชอบแล้ว หรือถ้าหาไม่เจอ อย่างน้อยให้ลองมองหาเมคอัพที่มีการการันตีว่าดีต่อสิ่งแวดล้อมแทนก็ยังดีค่ะ

เราในฐานะผู้บริโภค ก็ควรจะสนับสนุน และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ จากแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น เผื่อว่าวันนึง อุตสาหกรรมเครื่องสำอางจะหันมาให้ความสนใจ ปรับตัว และพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้แบบ 100% บ้างเช่นกันค่ะ


เครื่องสำอาง 6
(cr.) www.saubhaya.com

4.อย่าลืมที่จะ Recycle และ Refill เท่าที่ทำได้

ถึงแม้ว่าบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางส่วนใหญ่ จะย่อยสลายหรือ รีไซเคิลไม่ค่อยได้ แต่มันก็ยังมีบางส่วนที่สามารถทำได้อยู่ค่ะ และเราในฐานะผู้ใช้ก็ควรที่จะหันมาใส่ใจ แยกขยะและรีไซเคิลของให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเครื่องสำอางที่รีไซเคิลได้ เช่น

  • พลาสติก PCR (Post Consumer Recyclate)
  • ขวดแก้ว
  • ตลับพลาสติก
  • ถาดเครื่องสำอางที่เป็นโลหะ
  • กระดาษแข็ง
  • หลอดโฟมล้างหน้า

นอกจากนั้น แบรนด์เครื่องสำอางหลายๆ แบรนด์ยังมี แคมเปญขยะแลกแต้ม มาให้ช่วยสนับสนุนให้ลูกค้าหันมารีไซเคิลกันมากขึ้นด้วย อย่างแบรนด์เกาหลี Innisfree ก็เปิดให้นำขวดผลิตภัณฑ์มาแลกคะแนนสะสมได้ 1 ขวด 750 คะแนน หรือ ถ้านำบรรจุภัณฑ์เมคอัพหรือสกินแคร์ของ แบรนด์หรูอย่าง M.A.C มารีไซเคิลที่เคาน์เตอร์ 6 ชิ้น ก็รับลิปสติกฟรีๆ ไปเลย 1 แท่ง เรียกว่า รักษ์โลกด้วยได้ของฟรีด้วย คุ้มสุดๆ ไปเลยค่ะ

น่าเสียดายนะคะ ที่อุตสาหกรรมเครื่องสำอางในประเทศไทย ยังไม่ค่อยให้ความสนใจกับเรื่องสิ่งแวดล้อมเท่าที่ควร ซึ่งเราก็ได้แต่หวังว่า ผู้ผลิตต่างๆ จะหันมาพัฒนาแบรนด์ของตัวเองให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และคนไทยอย่างเราคงจะมีตัวเลือกในการใช้ผลิตภัณฑ์ Green Product มากขึ้นในอนาคตด้วยค่ะ

ช้อปปิ้งคราวหน้า อย่าลืมหันมาใส่ใจและศึกษาข้อมูลในการเลือกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางให้มากขึ้นนะคะ แล้วคุณจะกลายเป็น สาวสวยผู้รักษ์โลก ได้ไม่ยากเลยค่ะ


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon