โทรศัพท์มือถือ อวัยวะที่ 33 เพื่อนคู่ใจที่ร้ายที่สุด

posted: 1 year ago
โทรศัพท์มือถือ อวัยวะที่ 33 เพื่อนคู่ใจที่ร้ายที่สุด

comments

โทรศัพท์มือถือ คงเป็นอุปกรณ์สื่อสารที่ไม่มีใครไม่รู้จัก และก็คงไม่มีใคร ไม่มีไว้ในครอบครอง ไม่ว่าจะกิน นอน เดิน หรือนั่ง ในมือทุกคนคงต้องมีโทรศัพท์มือถือเป็นเรื่องปกติ  เพราะเจ้ามือถือพวกนี้มันช่างพร้อมไปด้วยความบันเทิงหลากหลายมากมาย ทั้งแชท ดูหนัง ฟังเพลง ฯลฯ

หรือแม้แต่หาเงินผ่านเน็ต ก็ยังต้องพึ่งโทรศัพท์มือถือเป็นตัวเชื่อม หรือสร้างผลประโยชน์ให้ตัวเอง แต่รู้อะไรไหมคะ ว่าผลข้างเคียงจากการใช้โทรศัพท์มือถือก็มีเช่นกัน และมีมากด้วย ถ้ายังไม่รู้ วันนี้เราจะได้รู้กันค่ะว่า โทรศัพท์มือถือ มันร้ายกาจแค่ไหน


สัญญาณโทรศัพท์มือถือ ตัวอันตราย สุดร้ายกาจ!

สัญญาณโทรศัพท์มือถือ อยู่ในกลุ่มของไอโอไนท์ ซึ่งก็คือ กลุ่มความร้อน การที่คุณใช้โทรศัพท์มือถือนานๆ ด้วยการแนบหู ทำให้ ระบบสมอง กำลังได้รับอันตรายอยู่นะคะ

โดยอาการที่จะเกิดขึ้นคือ ความเครียด หงุดหงิด ซึมเศร้า หรือคลื่นไส้  ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการแนบหูกับโทรศัพท์เป็นเวลานานๆ แต่ถ้ามีความจำเป็นในการคุยโทรศัพท์ ก็อาจจะใช้อุปกรณ์เสริมที่มีมาให้อย่างหูฟังน่าจะเป็นทางเลี่ยงที่ดีกว่าค่ะ 


โทรศัพท์มือถือ
ขอบคุณรูปภาพจาก www.egyptwindow.net

สัญญาณ โทรศัพท์มือถือ ก่อมะเร็งและสมองเสื่อม 

คำถามนี้คงเป็นเรื่องที่น่าสงสัยของใครหลายคนมานานแล้ว  สัญญาณโทรศัพท์มือถือเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงคลื่นไมโครเวฟ  มีความเสี่ยงใน การก่อเป็นโรคมะเร็ง อยู่ในระดับ 2B เท่านั้น ซึ่งก็หมายความว่า มีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดโรคมะเร็งแต่อยู่ในระดับที่ต่ำมาก

แบตโทรศัพท์มือถือ น่ากลัวกว่าสัญญาณมือถือเป็นไหนๆ

คงเคยเห็น ข่าวการระเบิดของแบตมือถือ กันไปบ้างแล้ว เพราะแบตมือถือบางยี่ห้อ ผลิตมาไม่ได้มาตรฐาน เมื่อใช้นานเข้าก็เสื่อมสภาพ ระหว่างที่ชาร์จอาจทำให้เกิดการบวม ชำรุดเสียหาย ไหม้ หรือระเบิดได้

หากชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือไว้ข้างๆ ตอนนอน อาจจะไม่ก่อมะเร็ง หรือ สมองเสื่อม แต่จะเป็นการระเบิดตัวเองจากแบตมือถือเสียมากกว่า 

ดังนั้น ควรนำมือถือไปชาร์จไว้ไกลๆ เวลานอนของคุณจะดีกว่า นอกจากจะป้องกันอันตรายจากการระเบิดแล้ว ยังเป็นการป้องกันการรบกวนการนอนได้ดีอีกด้วย


โทรศัพท์มือถือ
ขอบคุณรูปภาพจาก sites.google.com

5 โรคฮิต ของคนติดจอ

โทรศัพท์มือถือ ไม่เพียงแต่มีอันตรายเพียงการระเบิดเท่านั้น อันตรายต่อสุขภาพก็มีอยู่มากเช่นกัน ดังนั้น เราลองมาดูกันว่า 5 โรคฮิตของคนติดโทรศัพท์มือถือ จะมีอะไรบ้าง

1.  โรคซึมเศร้าจากเฟซบุ๊ก

คงไม่ค่อยคุ้นชินกันนักกับโรคชื่อนี้ โรคซึมเศร้าจากเฟซบุ๊ก ส่วนใหญ่จะเกิดในคนที่ติดอยู่แต่กับหน้าจอ คุยกับคนในโลกออนไลน์ จนกลายเป็นว่าเพิกเฉยต่อคนในชีวิตจริง

อีกทั้งยังใช้พื้นที่ในเฟซบุ๊กเป็นพื้นที่ระบายความรู้สึกต่างๆ จากการศึกษาพบว่า คนที่ถูกเพื่อนปฏิเสธหรือเป็นที่ไม่ชอบใจในโลกของเฟซบุ๊ก ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นอันตรายมากกว่าการถูกปฏิเสธในโลกแห่งความจริง เพราะมันส่งผลทำให้เกิด โรคซึมเศร้า

2. ละเมอแชท

อาการของโรคนี้ก็คือ แม้คุณจะนอนอยู่แต่ก็ยังลุกขึ้นมาพิมพ์เหมือนกับว่าคนละเมอนั่นเอง สาเหตุก็มาจากการติดโทรศัพท์มือถือมากเกินไป ส่งผลให้สมองยึดติดอยู่แต่กับมือถือ แม้กระทั่งเวลานอน หากมีข้อความส่งมา สมองก็จะสั่งให้ปลุกร่างกายขณะที่หลับอยู่ให้อยู่ในภาวะละเมอ แล้วกดส่งข้อความไปโดยอัตโนมัติ ซึ่งแน่นอนว่าคุณก็ไม่สามารถรู้สึกตัวได้ว่าพิมพ์อะไรไปบ้าง

การละเมอแชทส่งผลต่อสุขภาพร่างกายอย่างยิ่ง เมื่อสมองปลุกให้คุณตื่น ร่างกายจึงนอนหลับไม่สนิท เป็นเหตุให้ พักผ่อนไม่เพียงพอ กระทบถึงระบบการทำงานของร่างกายและอาจจะเกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ ตามมา

3. โรควุ้นในตาเสื่อม

โดยปกติแล้ว คนเราก็ใช้อวัยวะร่างกายอย่างดวงตากันหนักอยู่แล้ว โดยเฉพาะพนักงานบริษัท ที่ต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน  แต่จะเป็นการใช้งานที่หนักขึ้นไปใหญ่เมื่อต้องเพ่งข้อความในจอสี่เหลี่ยมเล็กๆ ถ้าใช้เป็นเวลานานๆ จนมองเห็นหยากไย่ ตาข่าย หรือเส้นอะไรวนไปมา คุณต้องรีบพบแพทย์โดยด่วนนะคะ เพราะนี่คือสัญญาณเตือนของ โรควุ้นในตาเสื่อม

ส่วนใหญ่แล้ว โรควุ้นในตามเสื่อมมักพบในผู้สูงอายุ เพราะเป็นการใช้งานดวงตามานานจนเสื่อมไปตามวัย แต่ในปัจจุบันเริ่มพบมากในคนที่อายุน้อย และเป็นโรคนี้มากขึ้นเรื่อยๆ


โทรศัพท์มือถือ
ขอบคุณรูปภาพจาก www.visarzz.com

4. โนโมโฟเบีย

แปลได้ตามตรงว่านี้คือ โรคกลัวไม่มีมือถือใช้ ถือว่าเป็น โรคทางจิตเวช ประเภทหนึ่ง ที่จัดอยู่ในกลุ่มวิตกกังวล ซึ่งอาการของคนที่เป็นโรคนี้คือ เมื่อไม่มีโทรศัพท์มือถือใช้ ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีอินเทอร์เน็ต จะรู้สึกหงุดหงิด กระวนกระวาย หรือในบางคนอาจจะตัวสั่น เครียด  เหงื่อออก หรือคลื่นไส้

ดังนั้น ลองสำรวจดูหน่อยว่า คุณมีอาการหมกมุ่นกับมือถือหรือเปล่า เพราะนอกจากอาการข้างต้นที่กล่าวมาแล้ว อาจจะส่งผลต่อ ปัญหาสุขภาพ อื่นๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นนิ้วล็อค ปวดตา ปวดเมื้อยคอ บ่า ไหล่ เป็นต้น

5. โรคสมาร์ทโฟนเฟซ

มาถึงโรคสุดท้ายกับโรค โรคสมาร์ทโฟนเฟซ หรือโรคใบหน้าสมาร์ทโฟน เกิดจากการที่คุณก้มมองหน้าจอ หรือจ้องโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานเกินไป ทำให้กล้ามเนื้อคอ เกิดอาการเกร็งและเพิ่มแรงกดบริเวณแก้ม

เมื่อแก้มถูกแรงกดนานๆ เข้า ก็จะทำให้เส้นใยอิลาสติกบนใบหน้ายืด จนแก้มบริเวณกรามย้อยลงมา แถมกล้ามเนื้อบริเวณมุมปากก็จะตกไปทางคางด้วย จนใบหน้าอาจดูผิดแปลกไปจากเดิม หากเป็นมากๆ เข้าอาจถึงขั้นต้องทำศัลยกรรมกันเลยทีเดียว

เห็นไหมคะว่าโทรศัพท์มือถือในมือคุณมันร้ายกาจแค่ไหน ของอะไรที่ใช้ไม่พอดี ใช้มากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อผู้ใช้ได้ ดังนั้น หากคุณรักในสุขภาพของตัวเอง ก็ต้องรู้จักใช้มือถืออย่างเหมาะสมและถูกเวลา เพื่อจะได้ไม่เป็นการสร้างปัญหาให้สุขภาพตัวเองนะคะ

 


avatar
by NP. Meaw :)
เป็นลูกอิช่างแซะ รักในการเขียนเหน็บแนม ดำเนินชีวิตด้วยการ ยึดความสุขตัวเองเป็นที่ตั้ง จุบ!
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon