เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ตัวช่วยดีๆ จากกองทุนผู้สูงอายุ

posted: 1 year ago
1,940 views
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ตัวช่วยดีๆ จากกองทุนผู้สูงอายุ

comments

คนทุกวัยก็อยากได้สวัสดิการที่ดีให้กับตัวเองทั้งนั้น ยิ่งเป็นคนแก่ หากมีสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ก็น่าจะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นจากเดิมได้ คนแก่ที่มีลูกหลานดูแล คอยแชร์ความสุข ย่อมดีกว่าถูกทิ้งไว้กับโซเชียล เพราะหมายความว่าพวกเขาได้รับความรัก

แต่คนแก่บางคนก็โชคร้ายถูกทิ้งเอาไว้คนเดียว ไหนจะร่างกายที่ไม่แข็งแรงเหมือนเดิม เลยหมดปัญญาทำงานเลี้ยงตัวเอง ถึงคนแก่จะทำงานได้ ก็ไม่คล่องแคล่วเหมือนเมื่อก่อน ถ้าสมัยหนุ่มสาว ออมเงินด้วยวิธีหลายรูปแบบ ตอนแก่ตัวหรือเข้าสู่วัยเกษียณ ก็น่าจะมีเงินไว้ใช้ตอนจำเป็น แต่ถ้าไม่ได้ทำประกันบำนาญ หรือออมเงินไว้ จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย?​


เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ฟื้นฟูคุณภาพชีวิต

ถึงสังคมไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มที แต่มองย้อนไปในปี 2496 รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาเป็นเวลานานแล้ว เพราะได้จัดตั้งสถานสงเคราะห์ผู้สูงอายุขึ้นแห่งแรกในประเทศไทยในปีนั้น จุดประสงค์หลักก็เพื่อใช้อุปการะผู้สูงอายุที่ไร้ญาติ หรือไม่มีที่พึงพิง จากนั้นก็มีสถานสงเคราะห์ผู้สูงอายุก่อตั้งขึ้นเรื่อยๆ

และเบี้ยยังชีพเป็นสวัสดิการสังคมที่รัฐบาลจัดให้กับผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ผ่านการร่วมมือจากทุกภาคส่วน คือ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

รวมถึงองค์กรท้องถิ่นที่มีบทบาทในการจ่ายเบี้ยให้กับผู้สูงอายุ ซึ่งเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเกิดจากแนวคิดของกรมประชาสงเคราะห์ หรือรัฐบาลสมัยนายชวน หลีกภัย

เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมคนชรา ปัญหาคนแก่เพิ่มขึ้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร  แถมเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจะมาช่วยลดค่าใช้จ่ายที่บานปลายให้น้อยลง ซึ่งผู้ที่จะได้รับเบี้ยยังชีพต้องเป็นบุคคลที่มีฐานะยากจน และมีความเดือดร้อนจริงๆ คนแก่ที่จะได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ต้องมีเกณฑ์ ดังนี้

  • ต้องมีสัญชาติไทย
  • ขอรับเบี้ยผู้สูงอายุตามทะเบียนบ้าน

 


เกณฑ์การจ่าย เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ตามขั้นบันได

ถึงจะเป็นวัยเกษียณอายุแต่ก็ยังมีคนแก่หลายคนยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในชนบทและทำงานในภาคเกษตรกรรม ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็จะทำงานจนกว่าสู้สังขารตัวเองไม่ไหว การเห็นผู้สูงอายุที่ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง อย่างการถีบจักรยาน ทอเสื่อ ปลูกผัก เลี้ยงปลา ทำนาไร่จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

ต่อให้การปลูกผักจับปลาจะยังไม่หายไปไหน ก็ยังมีค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ หรือมีค่ารักษาพยาบาลจากความเจ็บป่วย ถ้าเจ็บป่วยแล้วมีลูกหลานดูแล มีคนออกค่าหยูกยา หรือใช้ประกันชีวิตคุ้มครองความเสี่ยงก็น่าจะเบาเรื่องเงินไปได้เยอะ ดังนั้น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเลยสำคัญ ซึ่งการจ่ายเบี้ยคนชราจะเป็นไปตามขั้นบันได ดังนี้

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ กองทุนผู้สูงอายุ

  • อายุ 60 – 69 ปี ให้ได้รับเงินคนละ 600 บาทต่อเดือน
  • อายุ 70 – 79 ปี ให้ได้รับเงินคนละ 700 บาทต่อเดือน
  • อายุ 80 – 89 ปี ให้ได้รับเงินคนละ 800 บาทต่อเดือน
  • อายุ 90 ปีขึ้นไป ให้ได้รับเงินคนละ 1,000 บาทต่อเดือน

แต่ยังมีผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่ถึง 100,000 บาทต่อปีในประเทศอีกจำนวนมากที่ยังต้องการความช่วยเหลือจากรัฐ กระทรวงการคลังจึงปรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้เป็นรายละ 1,200 – 1,500 บาท

โดยเงินที่นำมาปรับเบี้ยให้มากขึ้นมาจากเงินบำรุงกองทุนผู้สูงอายุอัตราร้อยละ 2 ของการเก็บภาษีจากสินค้าสุราและยาสูบ ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีกรมสรรพาสามิต หรือผู้สูงอายุที่มีฐานะอยู่แล้ว สละเบี้ยยังชีพตัวเองเข้าสู่กองทุนผู้สูงอายุตามโครงการสละสิทธิรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เรียกได้ว่าเป็นการนำเงินมาแบ่งปันให้กับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย


กองทุนผู้สูงอายุ เงินกู้ไม่มีดอกเบี้ยเพื่อสูงวัย

พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 มาตรา 13 กำหนดให้มีการจัดตั้ง “กองทุนผู้สูงอายุ” เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายเกี่ยวกับการคุ้มครอง ส่งเสริม และสนับสนุนผู้สูงอายุให้มีศักยภาพ ความมั่นคง และคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งกองทุนผู้สูงอายุที่จัดตั้งขึ้นมาก็มีจุดประสงค์คล้ายๆกับ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่รัฐบาลจัดให้เลย

ถึงจะเป็นคนแก่แต่ใช่ว่าหัวใจจะแก่ตาม ผู้สูงอายุบางคนยังมีไฟหนุ่มสาวลุกโชนในหัวใจ ครั้นอยู่บ้านเฉยๆ แล้วรอบรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุก็แสนน่าเบื่อ หรืออยู่กับโซเชียลมีเดียมากเกินก็เสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า ดังนั้น การทำอาชีพหลังเกษียณ หรือนำเงินไปทำกิจกรรมอื่นๆ ก็น่าจะดีกว่า

แหล่งเงินกู้ไม่มีดอกเบี้ยสำหรับกองทุนผู้สูงอายุ เป็นหน่วยงานของรัฐที่อยู่ในความดูแลของสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ กระทรวงพัฒนาสังคม หรือ กรมกิจการผู้สูงอายุ และความมั่นคงของมนุษย์โดยไม่เสียดอกเบี้ย เงินจากกองทุนผู้สูงอายุสามารถนำไปทำกิจกรรมต่อไปนี้

เบี้ยประกันสุขภาพ กองทุนผู้สูงอายุ

  • ส่งเสริมหรือสนับสนุน กิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุ

การจัดการที่เป็นส่วนรวมเพื่อผู้สูงอายุแต่ไม่ได้รับการสนับสนุนเงินทุน หรือได้รับเงินทุนจากราชการแต่ไม่เพียงพอ สามารถยื่นขอกู้กองทุนผู้สูงอายุได้ แต่กิจกรรมต้องชัดเจน เช่น การมีส่วนร่วมจากบุคคลทั้งภาครัฐและเอกชน วงเงินที่สามารถขอกู้ได้อยู่ที่ 5,000 – 30,000 บาท ต้องชำระคืนภายใน 3 ปี

  • เพื่อการประกอบอาชีพ

สำหรับผู้ที่ต้องการเงินทุนในการประกอบอาชีพ หรือกิจการของตัวเอง แต่หมดสิทธิ์ในการกู้เงินจากธนาคาร หรือหน่วยงานรัฐ สามารถกู้เงินจากกองทุนผู้สูงอายุได้ ถ้าเป็นบุคคลทั่วไปกู้ได้ไม่เกิน 15,000 บาทต่อคน แต่ถ้ารวมกลุ่มกัน 5 คนขึ้นไปสามารถเพิ่มวงเงินไม่น้อยกว่า 100,000 บาท แต่ต้องชำระภายใน 3 ปี

  • เพื่อความช่วยเหลือ

นอกจากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ได้รับการปรับเงินเพิ่มขึ้นแล้ว ถ้ายังมีความเดือดร้อน หรือประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย ผู้สูงอายุขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนผู้สูงอายุได้ไม่เกิน 10,000 บาท เงินกู้สำหรับอาหารและเครื่องนุ่มห่มรายละไม่เกิน 2,000 บาท

จะเห็นได้ว่า เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นประโยชน์แก่พวกเขามาก หากผู้สูงอายุคนไหนมีลูกหลานดูแล หรือมีเงินเยอะอยู่แล้วก็คงไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ แต่ผู้สูงอายุบางคนก็ไม่เคยหาวิธีออมเงินแบบอื่นๆ

เช่น  ประกันชีวิต เพราะคิดว่าตัวเองจ่ายเบี้ยประกันไม่ไหว เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเลยสำคัญ ถ้าผู้สูงอายุมีฐานะก็อาจปฎิเสธเงินเบี้ยเพื่อนำเงินเข้ากองทุนผู้สูงอายุ ให้ผู้สูงวัยคนอื่นได้มากู้เงินไปใช้ได้


avatar
by 9 Tails
เนกอยา กอเนกอ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon