รถยนต์พลังงานไฟฟ้า…อนาคตที่ใกล้แค่เอื้อม

posted: 2 years ago
9,598 views
รถยนต์พลังงานไฟฟ้า…อนาคตที่ใกล้แค่เอื้อม

comments

รถยนต์ไฟฟ้า หรือรถพลังงานไฟฟ้า คือชื่อที่เราได้ยินจากข่าวสารตามหน้าสื่อมาสักพักใหญ่แล้วซึ่งในหลายประเทศก็ได้มีการพัฒนาและวิจัยเทคโนโลยีและความเป็นไปได้ต่างๆ ในการนำรถพลังงานไฟฟ้าที่ปราศจากการใช้เชื้อเพลิงออกมาใช้งานจริงบนท้องถนน ซึ่งจากเทคโนโลยีการพัฒนาที่ก้าวหน้านั้นทำให้ความเป็นไปได้ในการที่สักวันหนึ่งประเทศไทยจะได้ใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบจริงๆ ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมสักเท่าไร

บทความนี้จึงจะพาทุกคนไปเจาะลึกวิวัฒนาการ เทคโนโลยีของรถยนต์ไฟฟ้าและพาไปทำความรู้จักกับผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า รวมไปถึงโอกาสของบ้านเรากับการที่จะได้ใช้รถยนต์พลังงานสะอาดนี้นั้นจะมีมากแค่ไหนสามารถติดตามทั้งหมดได้ในบทความนี้

ภาพโดย: www.cvsltd.co.uk

รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเรื่องเก่าที่เล่าใหม่

รถยนต์พลังงานไฟฟ้านั้นไม่ใช่พึ่งจะถูกผลิตหรือคิดค้นขึ้นมาในยุคนี้แต่อย่างใด เพราะในอดีตหลายประเทศทั่วโลกได้มีการนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามาใช้งานจริงกันแล้วหลายครั้ง โดยจุดสูงสุดของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอยู่ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ต่อเนื่องศตวรรษที่ 20

ซึ่งขณะนั้นพลังงานเชื้อเพลิงแบบอื่นมีราคาที่สูงและมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นจำนวนมากจึงทำให้รถยนต์พลังงานไฟฟ้ากลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจต่อผู้ใช้งานในหลายประเทศ แต่สุดท้ายด้วยข้อจำกัดของทางด้านเทคโนโลยีทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นดาวรุ่งที่พุ่งไม่สุดเมื่อเจอสกัดขาด้วยเครื่องยนต์สันดาป ที่ภายในมีประสิทธิภาพที่สูงกว่า หลังจากนั้นรถยนต์พลังงานไฟฟ้ากลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งในช่วงสั้นๆระหว่าง ค.ศ. 1970 – 1980 เนื่องจากปัญหาเดิมๆ คือ การเกิดวิกฤตพลังงาน

ภาพโดย: www.timeline.com

ในช่วงศตวรรษที่ 21 รถยนต์พลังงานไฟฟ้ากลับมาได้รับความสนใจและพัฒนาอย่างจริงจังอีกครั้งเพราะแบตเตอรี่ที่มีคุณภาพมากขึ้น ระบบพลังงานการจัดการที่ดีขึ้นรวมไปถึงพลังงานเชื้อเพลิงในโลกที่ดีดราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการตื่นตัวของประชากรโลกต่อสภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจึงทำให้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเริ่มกลับเข้ามายังกระแสอีกครั้งพร้อมการพัฒนาที่จริงจังเพื่อหวังให้นำมาเป็นพลังงานทางเลือกของทุกคนในอนาคตอันใกล้นี้


Tesla ผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

ภาพโดย: www.motortrend.com

หากพูดถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแล้วไม่กล่าวถึงแบรนด์ Tesla ผู้นำและผู้พลิกหน้าประวัติศาสตร์รถยนต์พลังงานสะอาดนี้ให้กลับมาเป็นที่น่าสนใจอีกครั้งก็คงจะยังไงอยู่ เพราะเทรสล่าได้เริ่มผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าออกมาครั้งแรกในปี 2008 ในชื่อ Tesla Roadster ซึ่งมีราคาสูงถึง 100,000 ดอลลาห์สหรัฐ แต่ทั้งนี้ก็ยังได้รับการตอบรับจากผู้ใช้รถที่ดีพอสมควรเมื่อสามารถทำยอดขายได้ถึง 2000 คันในปีนั้น

สำหรับ Tesla Roadster นั้นเป็นรถสปอร์ตไฟฟ้าที่มีพละกำลังจากการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเต็มระบบสูงสุด 288 แรงม้า ที่ 500-600 รอบต่อนาที ให้แรงบิด 370 นิวตันเมตร ที่ส่งกำลังแบบ Single Ratio เก็บพลังงานด้วย แบตเตอร์รี่ลิเธียมไอออน สำหรับการชาร์จไฟ 1 ครั้ง สามารถวิ่งได้มากสุดถึง 394 กิโลเมตรและใช้เวลาในการชาร์จไฟอยู่ที่ 7.5 ชั่วโมง

ถึงแม้ Tesla Roadster จะถูกถอดออกจากสายพานการผลิตไปเมื่อปี 2011 แต่ Tesla ก็ยังส่งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า รุ่นอื่นออกมาอีก 3 รุ่น คือ  

 

  • Tesla Model S จุดเด่นของรุ่นนี้คือระบบช่วยในการขับขี่หรือ Autopilot โดยสนนราคาจับจองเป็นเจ้าของอยู่ที่ประมาณ 60,000 – 100,000 ดอลลาห์สหรัฐ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเหมือนเช่นเคยเมื่อสามารถทำยอดขาไยด้ถึง 100,000 คัน ในปี 2015

 

  • Tesla Model X หลังจากประสบความเร็จจากการโฉมสปอร์ตซุปเปอร์คาร์แล้ว ทาง Tesla จึงได้ท้าทายความสามารถของตนเองอีกครั้งโดยการส่งรถทรงครอสโลเวอร์ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำๆอย่างบานประตูคู่หลังที่สามารถเปิดได้แบบปีกนกออกมาสู่ตลาดภายในปีเดียวกันหลังประสบความสำเร็จจาก Model S ซึ่งก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากไม่แพ้รุ่นก่อนหน้า

 

  • Tesla Model 3 รุ่นล่าสุดที่เลือกปล่อยออกมาสู่ตลาด ณ ขณะนี้โดยรอบนี้กลับมาทำในรูปโฉมซีดาน 5 ที่นั่งเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้รถที่มีครอบครัว สำหรับรูปลักษณ์ของรุ่นนี้นั้นเป็นการผสมที่ลงตัวระหว่าง Model S กับ X มาพร้อมขุมพลังไฟฟ้าที่มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ด้วยเวลาต่ำกว่า 6 วินาที วิ่งได้ไกล 340 กิโลเมตรด้วยแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน

 

  • นอกจากนี้ในปี 2019 ทางเทสล่ามีการวางแผนจะนำ Tesla Roadster กลับมาทวงบัลลังค์เจ้าแห่งความเร็วและแรงที่สุดของโลกอีกครั้ง ซึ่งเบื้องต้นมีการเคลมว่าจะสามารถทำความเร็ว 0 – 100 กม./ชม. ได้ในเวลาแค่ 3-4 วินาทีเท่านั้น


 โอกาสของรถยนต์พลังงานไฟฟ้ากับประเทศไทย

สำหรับประเทศไทย ณ ตอนนี้คงต้องบอกว่ายังคงเป็นเรื่องยากที่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบจะแจ้งเกิดแบบเต็มตัวในบ้านเราด้วยเหตุหลายปัจจัย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถเป็นไปได้เลยเมื่อในตอนนี้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนได้หันมาให้ความสนใจและพัฒนาพร้อมเปิดช่องให้รถยนต์ไฟฟ้ามีโอกาสเกิดในบ้านเรามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่และ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ในอนาคตรวมไปถึงการผลักดันจากทางรัฐบาลที่สนับสนุนให้คนไทยหันมาใช้รถพลังงานไฟฟ้า

ภาพโดย: www.motortrivia.com

แต่ทั้งนี้คงต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ที่เราจะได้มีโอกาสได้ลองใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในบ้านเราเพราะด้วยข้อจำกัดและการเปลี่ยนแปลงที่ต้องยกเครื่องในหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็น 


ถึงแม้จะต้องใช้เวลาในการปรับตัวพักใหญ่แต่ตัวแทนภาครัฐอย่างการไฟฟ้านครหลวงก็ได้   มีการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า MEA-EV ออกมาวิ่งบนท้องถนนเพื่อแสดงออกถึงการสนับสนุนในการใช้พลังงานสะอาดชนิดนี้โดยการไฟฟ้ายืนยันว่าในอนาคตจะมีการเพิ่มสถานีชาร์จไฟไปยังทั่วประเทศเพื่อรองรับต่อการใช้งาน

นอกจากนี้ทางด้าน ปตท. ปั๊มน้ำมันยักษ์ใหญ่ก็ได้มีการเข้าร่วมวงด้วยการขยายสถานีชาร์จไฟ 6 แห่งในปัจจุบันและจะเพิ่มขึ้นอีก 20 แห่งในอนาคตเพื่อรองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่จะมีมากขึ้นในอนาคต


จากราคาน้ำมันที่ดีดตัวสูงขึ้นเรื่อยๆทำให้ทั่วประเทศรวมไปถึงประเทศไทยตื่นตัวและหันมาให้ความสนใจในการใช้รถยนต์พลังงานสะอาดเพื่อลดปัญหามลพิษอย่างรถยนต์ไฟฟ้าทำให้ในอนาคตอีกไม่นานเชื่อได้เลยว่าวงการรถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นที่หน้าจับตาอย่างมาก

ซึ่งต้องมาติดตามกันต่อไปว่าสุดท้ายแล้วรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะสามารถแจ้งเกิดและถูกเลือกให้เป็นยานพหานะที่คนทั้งโลกเลือกใช้งานเป็นอันดับแรกได้หรือไม่หรือจะถูกพับเก็บลงกล่องเหมือนอย่างหลายครั้งในอดีตที่ผ่านมา

อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจคือ เมื่อรถยนต์ไฟฟ้านี้พัฒนาจนสามารถขับขี่บนท้องถนนได้แล้วนั้น ประกันภัยรถยนต์ที่สามารถใช้กับเจ้ารถยนต์ไฟฟ้าได้ จะต้องเปลี่ยนรูปแบบกรมธรรม์และความคุ้มครองใหม่ หรือ สามารถใช้ความคุ้มครองแบบเดียวกับรถยนต์ในปัจจุบันได้ ก็เป็นเรื่องที่เราต้องติดตามกันต่อไป


avatar
by Suma9mek
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon