ค่าเสียหายส่วนแรกคืออะไร? ทำไมบางทีจ่าย บางทีไม่ต้อง?

posted: 2 years ago
8,413 views
ค่าเสียหายส่วนแรกคืออะไร? ทำไมบางทีจ่าย บางทีไม่ต้อง?

comments

หลายๆคนที่ทำประกันภัยรถยนต์กันไว้คงจะรู้จักกับ ค่าเสียหายส่วนแรก กันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่รู้ว่าจริงๆแล้วความเสียหายส่วนแรกนั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภทนะครับ โดยถ้าเป็นภาษาอังกฤษจะแบ่งทั้งสองแบบอย่างชัดเจน แต่สำหรับภาษาไทยจะยังใช้คำว่าค่าเสียหายส่วนแรกเหมือนกัน โดยภาษาอังกฤษจะเป็นคำว่า Excess (เอ็กเซส) และ Deductible (ดีดั้คทิเบิ้ล)


 

ขอบคุณภาพจาก http://www.cars-website.co.uk

 

โดยทั้งสองตัวจะต้องจ่ายตอนทำการเคลมประกันภัยรถยนต์เท่านั้น แต่ดันมีที่มาแตกต่างกันอย่างชัดเจน เราจะมาอธิบายให้ฟังว่าสองตัวนี้แตกต่างกันอย่างไร ทำงานอย่างไร หลีกเลี่ยงอย่างไรครับ


Excess หรือ เอ็กเซส

เป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้เอาประกันภัยต้องจ่ายตอนเคลมประกันภัยรถยนต์เมื่อความเสียหายที่เคลมมีที่มาคลุมเครือ ไม่ชัดเจน ซึ่งเป็นค่าเสียหายที่จะพบเจอกับประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ได้บ่อยครั้ง เพราะการเคลมของประกันชั้นหนึ่งสามารถเรียกร้องค่าสินไหมโดยไม่ต้องประสบอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีก็ได้ การเคลมที่ผิดจากเงื่อนไขกรมธรรม์เองก็จะมีค่าเอ็กเซสเช่นเดียวกัน

  • ยกตัวอย่างเช่น เคลมสีถลอกจากการโดนรถยนต์ปาดเมื่อนานมาแล้ว ตอนนั้นเราอาจจะไม่อยู่จึงไม่พบเห็นคู่กรณี จึงไม่สามารถแจ้งคู่กรณีกับบริษัทประกันภัยได้ เมื่อทำการเคลมนั้น ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 จะออกค่าเสียหายให้กับรถยนต์คันเอาประกันอยู่แล้วตามเงื่อนไข แต่เมื่อรูปคดีคลุมเครือ(สำหรับบริษัทประกันภัย) ก็จะมีค่าเอ็กเซส
  • วิธีการหลีกเลี่ยง ควรหาคู่กรณีให้ได้ หรือแจ้งตัวแทนประกันโดยทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ต้องการเรียกร้องค่าสินไหม ในบางกรณีเวลาเราประสบอุบัติเหตุด้วยตัวเองแล้วไม่ยอมแจ้งประกันภัยแต่แรกก็จะเป็นปัญหาให้ต้องจ่ายค่าเอ็กเซส

 


 

ขอบคุณภาพจาก http://www.igenelet.hu

Deductible หรือ ดีดั้คทิเบิ้ล

เป็นค่าใช้จ่ายที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ตอนเริ่มทำกรมธรรม์ประกันภัยอยู่แล้ว โดยจะมีระบุในสัญญากรมธรรม์ไว้ชัดเจนว่ามีค่าดีดั้คทิเบิ้ลเท่าไหร่ หลายๆคนอาจจะสงสัยว่าแล้วจะทำกรมธรรม์ที่มีค่าดีดั้คทิเบิ้ลไปทำไม? คำตอบง่ายๆก็คือ

ค่าดีดั้คทิเบิ้ลนั้นจะลดเบี้ยประกันภัยรายปีของเราได้ เช่นว่า กรมธรรม์ความคุ้มครอง A เบี้ย 30,000 บาทต่อปี แต่อีกข้อเสนอถ้ามีค่าดีดั้คทิเบิ้ล 6,000 บาท เบี้ยอาจจะเหลือเพียง 25,000 บาทต่อปี ในขณะที่มีความคุ้มครอง A เช่นเดียวกัน เป็นต้น แต่ถ้าสินไหมที่ต้องการเรียกร้องมูลค่าต่ำกว่าค่าดีดั้คทิเบิ้ล ผู้ทำประกันก็ต้องรับผิดชอบเอง

  • ยกตัวอย่างเช่น

ประสบอุบัติเหตุและต้องการเรียกร้องค่าสินไหมมูลค่า 9,000 บาท โดยในกรมธรรม์ระบุค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) ไว้ 4,000 บาท เราต้องจ่ายเอง 4,000 บาท ส่วนบริษัทประกันภัยจะรับผิดชอบค่าสินไหมให้อีก 5,000 บาท

  • วิธีการหลีกเลี่ยง

ให้ตัดสินใจตั้งแต่ตอนเลือกกรมธรรม์เลย หากเราประสบอุบัติเหตุบ่อย ก็ไม่ควรเลือกแบบที่มีค่าดีดั้คทิเบิ้ล หากเลือกมาก็ต้องขับรถยนต์ด้วยความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น มิฉะนั้นจะต้องเสียค่าเบี้ยรวมรายปีมากกว่าแบบที่ไม่มีค่าดีดั้คทิเบิ้ลเสียอีก


ขอบคุณภาพจาก http://a2.dealerimages.dealereprocess.com

ค่าเสียหายส่วนแรกทั้งสองแบบอาจจะอ่านแล้วดูแตกต่างกันมาก ทำไมถึงใช้คำเดียวกัน ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่เราก็ตอบไม่ได้เช่นเดียวกัน ปัจจุบันอู่รถยนต์ที่รับเรื่องซ่อมแซม เมื่อออกใบราคาจะบอกชัดเจนว่าเป็นค่าเสียหายส่วนแรกแบบ Excess

และตัวแทนประกันก็มักจะแจ้งให้ทราบชัดเจนว่า กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ของเรามีค่า Deductible อย่างไรก็ตาม ก็ควรถามให้ชัดเจนนะครับว่าค่าเสียหายส่วนแรกที่เราต้องรับผิดชอบเป็นแบบไหน จะได้ไม่เสียผลประโยชน์ฟรีๆไป

 

สนับสนุนข้อมูลโดย : http://auto.sanook.com/

 


avatar
by Smallville

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon