Facebook กับโลกแห่งการสื่อสารที่จะเปลี่ยนไป (อีกครั้ง)

posted: 2 years ago
1,554 views
Facebook กับโลกแห่งการสื่อสารที่จะเปลี่ยนไป (อีกครั้ง)

comments

นับย้อนกลับไปยังปี 2004 เมื่อ Mark Zuckerberg เด็กหนุ่มชั้นปีสองของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้เขียนโปรแกรมเพื่อเป็นฐานข้อมูลเฉพาะสำหรับกลุ่มนักศึกษาของมหาวิทยาลัย เพราะเห็นว่าระบบเดิมนั้นมันช่างเชยและใช้งานไม่สะดวกเอามากๆ เขาคงไม่ได้คิดไปไกลว่าความสนุกและระห่ำแบบเกรียนๆ ของตนเอง จะกลายเป็นทิศทางใหม่ของโลกออนไลน์ จะได้เข้าสู่ตลาด NASDAQ และกลายเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงโลกแห่งการสื่อสาร การตลาด และการข่าวได้ในอีก 12 ปีถัดมา

ในปัจจุบัน ‘Facebook’ กลายเป็นสิ่งที่โลกแทบขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะในเชิงสร้างสรรค์ ไร้สาระ หรือทำลายล้างก็ตาม รวมถึงถูกใช้งานในด้านต่างๆ อย่างแพร่หลาย ตั้งแต่ระดับเล็กๆ SME จนถึงองค์กรขนาดใหญ่ที่เรียกใช้ผู้ชำนาญการเพื่อให้สินค้าและบริการของตนเอง สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้แบบเกาะติดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต (เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเองก็แทบจะขาดการคงอยู่ของ Facebook ไม่ได้ อย่างน้อยๆ ขอให้ได้เข้ามาเช็คอิน กดไลค์ หรือตบตีในโลกออนไลน์บ้างก็พอ…)

Facebook_006

แต่เราคงไม่ไปถามไถ่ถึงจุดประสงค์ตั้งต้นและผลลัพธ์ของ Facebook ว่ามันได้ก่อให้เกิดสิ่งใดในปัจจุบัน (จะเรียกว่าป่วยการก็แรงไป เรียกว่ามันก็เป็นไปอย่างที่ควรจะดีกว่า…) แต่เราคงเลี่ยงไม่ได้ที่จะจับตามอง เมื่อความเคลื่อนไหวในงาน F8 Conference หรือ ‘Facebook F8’ งานสัมมนาประจำปี ที่จะเปิดเผยนวัตกรรมใหม่ๆ จากผู้นำด้าน Social Media ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2007 โดยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา ก็อาจจะเป็นอีกครั้ง ที่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ อาจจะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้โลกแห่งการสื่อสารได้พลิกโฉมหน้าไป อีกครั้ง…

เป็นมากกว่ากล่องข้อความ

Facebook_001

ยอดผู้ใช้งานกว่า 900 ล้านคน และจำนวนข้อความกว่า 60,000 ล้านข้อความต่อวัน คือตัวเลขทางสถิติที่ Facebook ได้รวบรวมจากโปรแกรม Messenger ซึ่งตัวเลขดังกล่าวนี้ เป็นสิ่งที่ทาง Facebook เองไม่ได้นิ่งนอนใจ ทั้งยังมองว่าเป็นศักยภาพสำคัญ ที่จะยกระดับโปรแกรม Messenger ของตนเองให้ขึ้นไปอีกขั้น กับการเปลี่ยนสถานะจากโปรแกรม สู่ความเป็น ‘แพลทฟอร์ม’ เฉพาะ ที่ผู้ใช้งานสามารถนำมาปรับปรุงเพื่อให้เข้ากับการใช้งานและกิจการของตนเอง ระบบ AI ที่สามารถตอบสนองและเรียนรู้การสนทนาแบบมี Pattern ได้ จนถึงการสอดแทรกสื่อชนิดอื่นๆ จนเรียกได้ว่าครอบคลุมครบถ้วนในทุกความต้องการ

 

ดึงเข้าสู่โลกแห่งความเสมือนจริง

Facebook_002

ข่าวการซื้อ Occulus Rift ของ Facebook เมื่อสามปีก่อนด้วยมูลค่า 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในความเคลื่อนไหวที่สำคัญจนเป็นที่จับตามอง แน่นอนว่าระบบ VR และโลกเสมือนจริง (Virtual Reality) ยังคงมีระยะเพื่อพิสูจน์ตนเองอยู่ไม่น้อย (ในขณะที่ค่ายยักษ์ใหญ่อื่นๆ อย่างเช่น Sony, Microsoft, Samsung ก็เริ่มเดินหน้าไปแล้วหลายส่วน) แต่การเปิดตัว ‘Surround 360’ ระบบกล้องความละเอียดสูงที่จะมาพร้อมกับ Oculus Rift นั้น น่าจะเป็นอีกความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ทั้งในแง่ของประสบการณ์การรับสื่อ จนถึงด้านการตลาดและการขาย เพราะความละเอียดภาพแบบ 8K ความต่อเนื่อง 60 เฟรมต่อวินาที ปฏิเสธไม่ได้ว่านักการตลาดคงมองสิ่งเหล่านี้เป็นโอกาสใหม่ๆ ที่จะเปิดความเป็นไปได้อันไม่สิ้นสุด บวกรวมกับระบบวิเคราะห์ตลาด (Analytic) แบบใหม่ที่จะเพิ่มเข้ามา นั่นทำให้การตลาดแบบ Personal Marketing นั้น มีความชัดเจน จับต้องได้ และเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ ทาง Facebook เองก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะเข้ามากินส่วนแบ่งของตลาดกล้องแบบปกติแต่อย่างใด (แต่ในอนาคตจะเป็นเช่นไร ก็ต้องเป็นผู้ใช้งานที่เป็นคนตัดสิน…)

 

สวัสดีชาว Live Broadcast…

Facebook_003

อีกหนึ่งฟีเจอร์หลักที่เข้ามา และสร้างความตื่นตัวให้กับผู้ใช้งาน Facebook มากเป็นลำดับต้นๆ คือระบบ ‘Live Broadcast’ ที่ช่วยให้ผู้ใช้งาน สามารถถ่ายทอดสดผ่านระบบ Mobile บนแพลทฟอร์ม Facebook และเอาขึ้นในระบบเพื่อฉายและแบ่งปันได้ในทันที ซึ่งจากปากคำของผู้ลองใช้งานจริงบนระบบ iOS นั้นพบว่า ใช้ได้ง่ายกว่าระบบของ Youtube ซึ่งนี่อาจจะถือได้ว่าเป็นหมัดเด็ดชวนช็อคระบบ Killer Feature ที่ยากจะมองข้าม โดยเฉพาะกับสังคมปัจจุบันที่การแชร์ภาพ วิดีโอ และเรื่องราวต่างๆ นั้น เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ระบบ Broadcast ก็ถือได้ว่ามาเสริมเพิ่มจุดนี้ได้อย่างพอดิบพอดี ซึ่งไม่ได้บอกแค่ปากเปล่า แต่ยังสาธิตตัวอย่างด้วยการใช้หุ่นโดรนเพื่อการถ่ายทอดสดจากระบบ Live Broadcast ในตลอดระยะเวลาของงานสัมมนา

 

อินเตอร์เนทฟรีเพื่อประชาชน

Facebook_004

ครั้งแรกที่ Mark Zuckerberg ประกาศว่าจะทำให้อินเตอร์เนทเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานที่ทุกคนสามารถใช้งานได้ ‘ฟรี’ นั้น หลายคนคิดว่าเขาคงเสียสติจนเพี้ยนไปแล้ว แต่เรื่องเพี้ยนๆ ที่เกิดจากมันสมองของคนที่สร้างแพลทฟอร์มให้คนที่เพี้ยนกว่าได้ใช้งานทั่วโลก อะไรก็เกิดขึ้นได้ รวมถึงอินเตอร์เนทฟรีนี้ ซึ่งทาง Facebook ก็ได้เดินหน้าในโครงการ Free Basics Simulator ที่จะจับมือกับผู้ให้บริการอินเตอร์เนท 37 รายจากทั่วโลก เพื่อกระจายสัญญาณ Wireless และสร้างแพลทฟอร์มอินเตอร์เนทฟรีแต่จำกัดการใช้งาน (Free but Limited Usage Internet) กล่าวคือ การใช้งานพื้นฐานอย่างเปิดเว็บไซต์ หาข้อมูลข่าวสาร สามารถทำได้ฟรี แต่กับบางบริการ จะต้องเสียเงินเพิ่มเติม อีกทั้งทางบริษัทยังเตรียมที่จะปล่อยหุ่นโดรน Aquila เพื่อเป็นตัวกระจายสัญญาณให้กับประเทศที่อินเตอร์เนทยากจะเข้าถึงอีกด้วย

 

บทส่งท้าย: เมื่อ Facebook ‘ก่อการเกรียน’ โลกออนไลน์อีกครั้ง…

ไม่ว่าคุณจะชอบหรือชัง รักหรือเกลียด เบื่อหรือหลงใหลในระบบออนไลน์และแพลทฟอร์ม Social Media เช่น Facebook นี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่า ทุกสิ่งในตลอดระยะเวลา 12 ปีนั้น สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง ซึ่งการวิเคราะห์หลักๆ ของสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังงาน F8 2016 มีสาระสำคัญที่พอสรุปได้ดังต่อไปนี้

Facebook_005

-ช่องทางการติดต่อสื่อสารแบบ Messenger จะถูกใช้เพื่อการพาณิชย์ ผสานกับการตลาดมากยิ่งขึ้น จากความสะดวกและการปรับแต่ง (Customize) ที่มากกว่าเดิม

-เทคโนโลยีโลกเสมือน (Virtual Reality) เมื่อถูกใช้ในเชิงพาณิชย์ จะส่งผลต่อราคาของฮาร์ดแวร์ที่ถูกลง ด้วยความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น เช่นเดียวกับการมาถึงของเทคโนโลยีโดรนเมื่อหลายปีก่อน

Live Broadcast จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อแวดวงสื่อสารมวลชนอย่างใหญ่หลวง การข่าวภาคประชาชน (Citizen News) จะถูกให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นไปอีกระดับ เพราะสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ง่ายกว่า ทันต่อเหตุการณ์มากกว่า

-การเข้าถึงอินเตอร์เนทในประเทศที่ขาดแคลน จะก่อให้เกิดการเชื่อมต่ออย่างใหญ่หลวง และก่อให้เกิดตลาดใหม่ทางการซื้อขาย ผ่านแพลทฟอร์มที่มีความเป็นกลาง เช่นเดียวกับระบบเงินออนไลน์อย่าง Bitcoin เป็นศักยภาพทางบวกที่ได้ประโยชน์ทั้งในและนอกประเทศ

จะว่าไปแล้ว อินเตอร์เนทเองก็เริ่มต้นจากห้องทดลองเล็กๆ ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อหลายสิบปีก่อน จนกลายมาเป็นเส้นเลือดหลักสำคัญของโลกยุคดิจิตอล ซึ่งรูปแบบการกวนและ ‘เกรียน’ อินเตอร์เนทของ Facebook ในครั้งนี้ อาจจะเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการจดจำ ในภายหลังที่โลกแห่งการออนไลน์เปลี่ยนแปลงไป ตามวิสัยทัศน์ของ Mark Zuckerberg ที่เคยเกิดขึ้นในห้องพักเล็กๆ ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดก็เป็นได้


avatar
by Sukrit Buranasun

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon