ไขข้อข้องใจ การกลั้นตด ทำให้เป็นมะเร็งจริงหรือ?

posted: 1 year ago
ไขข้อข้องใจ การกลั้นตด ทำให้เป็นมะเร็งจริงหรือ?

comments

“ ปู๊ดดด…. ป๊าดดด… ” เสียงนี้เป็นเสียงที่เราคุ้นเคยกันดี คือ “ตด” คำเดียว ง่ายๆ สั้นๆ ได้ใจความ รู้กันหรือเปล่าว่า การกลั้นตดเป็นการกระทำที่ผิด แต่จริงหรือเปล่าที่ว่ากลั้นตดแล้วจะทำให้เป็นมะเร็ง หรือมีปัญหาสุขภาพ

เพราะแน่นอนหากใครที่อยู่ในที่สาธารณะคงไม่มีใครที่จะกล้าตดขึ้นมาดังปู๊ด ป๊าดแน่นอน แล้วจะทำยังไงหล่ะ ถ้าไม่ใช่การกลั้นตด  วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ “ตด” กันให้มากขึ้น


กลั้นตด

กลั้นตดแล้วจะเป็นมะเร็ง?

กลั้นตดแล้วจะเป็นมะเร็ง โอ้ว โนวว ไปเอาความคิดนี้มาจากไหนกันคะ หยุดความเข้าใจผิดๆข้อนี้ไปเลยค่ะ เพราะการกลั้นตดไม่ได้เป็นสาเหตุของการเป็นมะเร็งแต่อย่างใด แต่การกลั้นตดจะทำให้คุณๆ มีปัญหากับระบบลำไส้หรือปัญหาสุขภาพต่างหาก

ภาวะหรือโรคที่เกี่ยวข้องกับการตด เช่น

  • โรคมะเร็งลำไส้
  • โรคลำไส้แปรปรวน
  • ระบบดูดซึมอาหารทำงานผิดปกติ
  • การแพ้อาหารที่มีส่วนประกอบของแลคโตส (lactose) เช่น นมวัวและโยเกิร์ต
  • ภาวะที่เกี่ยวของกับกระเพาอาหาร เช่น การที่อาหารเป็นพิษ

ดังนั้น ตัดทิ้งไปได้เลยกับความเชื่อที่ว่า หากกลั้นตดแล้วจะเป็นมะเร็งหรืออีกอย่าง กลั้นตดแล้วจะเป็นกรดไหลย้อน มันไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน


กลั้นตดเสี่ยงมะเร็ง
ขอบคุณภาพจาก ไทยรัฐออนไลน์

เหตุผลที่ไม่ควรกลั้นตด ปู๊ดดดด

  • ช่วยลดอาการท้องอืด  ท้องเฟ้อ

การท้ออืด ท้องเฟ้อ แม้จะไม่ใช่เรื่องใหญ่นัก แต่ก็ไม่เป็นที่สบายตัวของผู้เป็นแน่นอน สาเหตุที่ทำให้เรารู้สึกอืดท้อง ก็เพราะมีกรดในกระเพาะมากเกินไป หากกลั้นตด ไม่ได้รับการปลดปล่อยก็คงจะอึดอัดแน่นอน

  • ช่วยลดอาการปวดท้อง

การปวดท้องคงเป็นลักษณะอาการที่ไม่ได้ส่งผลเต็มที่จากการตด  แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เกี่ยวข้อง เพราะ หากกลั้นตด จะต้องเกิดการเกร็งท้องไม่ยอมตดก็อาจทำให้ปวดท้องขึ้นได้

  • กลั้นตด ส่งผลเสียต่อลำไส้

แน่นอนว่าการตดเป็นกลไกลตามธรรมชาติของมนุษย์ เพื่อกำจัดแก๊สของเสีย แต่หากเรากลั้นไว้ที่เท่ากับว่าเป็นการฝืนระบบการทำงานของร่างกายตัวเอง ซึ่งหากในระยะยาวอาจส่งผลเสียต่อปัญหาลำไส้ได้

  • การดมตดเป็นสิ่งที่ดี

แหม่ ใครกันจะชอบดมตด แต่จาก งานวิจัยของมหาวิทยาลัย Exeter ประเทศอังกฤษ ได้ค้นพบว่า ในลมตดของเราจะมีแก๊สไฮโดรเจนซัลไฟด์อยู่ ซึ่งสามารถช่วยให้ไมโทคอนเดรียไม่ส่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อเซลล์ในร่างกาย ถ้าใครสนใจก็ลองดมตดดูนะคะ เพื่อร่างกายที่แข็งแรง

  • ตดช่วยบอกสุขภาพ

จากลักษณะการตดของแต่ละคนสามารถบ่งบอกความเสี่ยงของโรคที่อาจเกิดขึ้นได้ของแต่ละคน ฉะนั้นควรที่จะสังเกตอาการตดของตัวเอง เช่น ตดบ่อยเกินไปไหม ตดเหม็น เกินไปหรือเปล่า  ซึ่งจะสามารถชี้วัดสุขภาพเราได้

  • วินิจฉัยการแพ้อาหาร

อาการแพ้อาหารบางชนิด อาจจะไม่ได้มาในรูปแบบของผื่นคัน แต่มาในรูปแบบของกลิ่นตด ซึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะว่าหลังทานอาหารเสร็จแล้ว ถ้าคุณรู้สึกว่าร่างกายต้องการจะผายลมทันที นั่นอาจบอกถึงการแพ้อาหารอยู่ก็ได้นะ


วิธีการหลีกเลี่ยงการตดแบบมีมารยาท

ก็นะ ต้องยอมรับว่า ตด  หรือ เรอ หากอยู่ในที่สาธารณะคนเยอะๆ แล้วจะให้ไปตดเสียงดัง
ปู๊ด ..  ป๊าด หรือ เรอ เอิ๊ก.. อ๊าก ก็คงไม่ใช่ แต่มันก็มีอีกหลายวิธีในการหลีกเลี่ยง

วิธีเลี่ยงการตดแบบมีมารยาท

  • เดินออกห่างจากกลุ่มคน หรือแอบไปตด หรือ เรอ ในที่ไกลคน
  • ทำเสียงดัง กลบเสียงตด
  • หากกลั้นไม่ไหว ก็ยอมอายสักนิด แล้วก็กล่าว ขอโทษ ออกไป
  • หากรู้ว่าจะ ตด หรือ เรอ ก็ไปเข้าห้องทำเพื่อธุระให้เสร็จ เพราะอย่างน้อยก็อยู่ในที่ลับตา
  • หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีแก๊สมากๆ เช่น โซดา น้ำอัดลม รวมถึง พืชผัก ที่มีสารกำมะถัน จำพวก ถั่ว เนื้อ ไข่ เป็นต้น


ประกันมะเร็ง
ขอบคุณภาพจาก  https://www.greenery.org/articles/about-fart/

เทคนิคป้องกันการตด

1. ไม่กินอาหาร หรือ ดื่มน้ำเร็วเกินไป 

เพราะระหว่างการกินเราจะกลืนอากาศเข้าไปด้วย และยิ่งกินอาหารเร็วเท่าไหร่ก็จะกลืนลมมากตามไปด้วย

2. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแก๊ส

จำพวก เบียร์ โซดา  น้ำอัดลม

3. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มปรุงสำเร็จ 

หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของน้ำเชื่อมฟรัคโทสอเช่น เครื่องดื่มกระป๋อง น้ำผลไม้กระป๋อง  เพราะบางคนอาจดูดซึมน้ำตาลชนิดนี้ได้น้อย จึงอาจทำให้ท้องอืดหรือผายลมได้มากขึ้น

ไม่สูบบุหรี่

4. หยุดสูบบุหรี่

เพราะการสูบบุหรี่คือการดูดอากาศเข้าไปนั่นเอง

5. ลดอาหารที่มีกำมะถัน

สาอาหารที่มีกำมะถัน ก็คือ อาหารที่มีส่วนประกอบจำพวก เนื้อสัตว์ ไข่ กระหล่ำปลี ซึ่งจะทำให้เกิดแก๊สที่มีกลิ่นเหม็น

6. ลดการรับประทานถั่วสดและผักสด 

เพราะในอาหารจำพวกนี้อาจมีน้ำตาลที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้ แบคทีเรียในลำไส้จึงทำหน้าที่ย่อยน้ำตาลพวกนี้แทน และทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะ ฉะนั้นจึงควรกินถั่วและผักที่ปรุงสุก

เพราะการตด และเรอ เป็นเรื่องธรรมชาติของร่างกาย ที่เป็นกระบวนการ การขับแก๊สส่วนเกินออกมา ดังนั้น ก็คงห้ามไม่ได้เพียงแต่ได้แต่หลีกเลี่ยงทำได้อย่างสุภาพ ไม่ให้เป็นที่น่ารังเกียจจนเกินไป  ระบบของร่างกายเป็นกลไกลที่เป็นธรรมชาติ

 แน่นอนเมื่อเรากลั้นตด ไม่ทำตามกลไกลร่างกายก็ย่อมจะส่งผลต่อสุขภาพร่างกายแน่นอน เราก็คงได้แต่ดูแลร่างกาย และอีกหนึ่งการป้องกันคือ การทำประกันสุขภาพ ที่จะทำให้เกิดความอุ่นใจต่อผู้ทำไม่ว่าจะค่ารักษาพยาบาลที่จะได้ไม่ต้องกังวล


avatar
by NP. Meaw :)
เป็นลูกอิช่างแซะ รักในการเขียนเหน็บแนม ดำเนินชีวิตด้วยการ ยึดความสุขตัวเองเป็นที่ตั้ง จุบ!
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon