7 หนังภาพยนตร์ตัวเต็งเทศกาลเมืองคานส์ที่คอหนังห้ามพลาด!

posted: 2 years ago
1,101 views
7 หนังภาพยนตร์ตัวเต็งเทศกาลเมืองคานส์ที่คอหนังห้ามพลาด!

comments

สำหรับเหล่า Movie Mania หรือคอหนังตัวกลั่นนั้น เชื่อเหลือเกินว่าการติดตามรับชมภาพยนตร์ระดับคุณภาพจากเทศกาลต่างๆ อาจจะถือได้ว่าเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ชนิดห้ามพลาด และถ้าเวทีหลักใหญ่มี Academy Awards หรือออสการ์เป็นตัวชูโรงแล้ว สายหนังที่ Mass น้อยลงกว่าก็คงจะไม่พลาด Festival de Cannes หรือเทศกาลหนังเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส ที่เริ่มต้นในวันนี้ (11 พฤษภาคม) ไปจนถึงวันที่ 22 พฤษภาคม ที่เหล่าหนังสายล่ารางวัล จะมาประชันกันเพื่อเป็นการอุ่นเครื่องก่อนเทศกาลใหญ่อื่นๆ จะตามมาในช่วงครึ่งหลังของปี

Cannes_001

และแม้จะมีชิ้นงานนับร้อยที่ตบเท้าเข้าพรมแดง แต่เราขอคัดเลือก 7 เรื่องที่น่าสนใจ ที่เชื่อว่าน่าจะหาดูได้โดยไม่ต้องลำบากกายใจมากจนเกินไปนัก

Neon Demon โดย Nicolas Winding Refn

Cannes_002

หนังเสียดสีสังคมจิตหลุดสาดฟุ้งด้วยแสงสีและงานภาพอันสุดสวิงจากผู้กำกับหน้านิ่งแต่บรรเจิดสุดๆ อย่าง Nicolas Winding Refn ที่คอหนังน่าจะคุ้นเคยกันดีกับสองผลงานใหญ่ Drive และ Only God Forgives ที่คราวนี้ กลับมาพร้อมกับผลงานสะท้อนชีวิตของแวดวงบันเทิงและนครคนบาป ที่มี Elle Fanning ดาราสาวเจ้าบทบาทมาร่วมแสดงนำ แน่นอนว่าถ้าเป็นงานในการปรุงของ Refn ก็รับประกันได้ว่านี่ไม่ใช่ทริปแบบ American Dream เสริมสร้างแรงบันดาลใจ แต่ตีแผ่ความฉ้อฉลและบดขยี้ชีวิตตัวละครในเรื่องไปสู่สถานะใหม่ที่ต่ำตมเกินคำบรรยาย ใครชอบหนังสายดาร์คกลิ่นอายฟุ้งๆ ห้ามพลาด

Café Society โดย Woody Allen

Cannes_003

แม้จะยังคงประสบปัญหาในด้านข่าวฉาวของชีวิตการแต่งงานและคดีความเก่าแก่ที่สาดสีให้กับชีวิตของนักแสดงและผู้กำกับอาวุโสอย่าง Woody Allen แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคให้กับความสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้นในผลงานหนังสาย Rom-Com กลิ่นอายย้อนยุคเรื่องล่าสุด Café Society ที่ได้เหล่านักแสดงรุ่นใหม่ชื่อใหญ่มาร่วมด้วยช่วยกันอย่างคับคั่ง อาทิ Kristen Stuart, Jesse Eisenberg, Steve Carell และ Jeannie Berlin ที่ยังคงกลิ่นอายของความตลกร้าย การเสียดสีสังคมอเมริกัน และรักซ้อนซ่อนเงื่อนที่เป็นลายเซ็นของปู่ Allen ครบถ้วน

The Transfiguration โดย Michael O’Shea

Cannes_004

เมื่อปีที่แล้ว ภาพยนตร์สยองขวัญที่ครองเวทีคานส์อย่าง It Follows สร้างกระแสความตื่นตัวให้กับเทศกาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน (สดใหม่ได้ใจทั้งเนื้อหาและประเด็นแฝง) มาในปีนี้ มันน่าลุ้นอยู่ไม่น้อย ว่าหนัง ‘แวมไพร์’ จากผู้กำกับสายอินดี้ Michael O’Shea อย่าง The Transfiguration ที่ว่าด้วยชีวิตของเด็กหนุ่มผิวสีที่กำลังจะกลายสภาพเป็นอมนุษย์แห่งรัตติกาล กับความสัมพันธ์กับหญิงสาวผู้มอบความเอื้ออาทรให้นั้น จะสร้างปรากฎการณ์ครั้งใหม่ได้หรือไม่ และถ้าคุณคิดว่านี่จะเป็นหนังแวมไพร์ ‘เรืองแสง’ แบบ Twilight Saga แล้วล่ะก็ ขอให้คิดใหม่ เพราะสื่อที่ได้รับชมเองก็ยืนยันว่า หนังยังคงความเข้มในแบบ Indie-Drama ครบถ้วน ถ้ายังนึกภาพไม่ออก ลองย้อนระลึกถึง Let the right one In ดู น่าจะช่วยได้

Elle โดย Paul Verhoeven

Cannes_005

ชื่อของ Paul Verhoeven ผู้กำกับสายเลือดกังหันลมดัทช์นั้น อาจจะไม่ใช่ของที่น่าจะมาปรากฏอยู่ในเทศกาลเมืองคานส์มากนัก เมื่อพิจารณาจากผลงานสาย ‘Blockbuster’ ทั้งหลายของเขา (Total Recall, RoboCop, Starship Troopers, Hollow Man) แต่สำหรับ Elle หนังระทึกขวัญเรื่องล่าสุดนั้น ได้รับเสียงวิจารณ์ในทางบวกว่า เป็นการคืนฟอร์มที่สมศักดิ์ศรี ในเรื่องราวของผู้บริหารหญิง (รับบทโดย Isabelle Huppert) ที่ถูกทำร้ายทางเพศ และเลือกที่จะ ‘เอาคืน’ ตัวการดังกล่าวในเกมล่าแบบศาลเตี้ยและจิตวิทยา ซึ่งถ้าวัดจากผลงานระดับสุ่มเสี่ยงและตัวละครแบบ Femme Fatale (หญิงร้าย) ของผู้กำกับอย่าง Showgirls และ Basic Instinct แล้วนั้น ก็อาจจะไม่น่าแปลกใจที่คุณปู่ท่านจะจัดหนักในแบบที่คานส์น่าจะชื่นชอบ

Money Monster โดย Jodie Foster

Cannes_006

เรื่องปากท้องและเศรษฐกิจกำลังเป็นปัญหาสำคัญระดับสากล และการที่มันจะถูกนำมาแปลงสารเป็นภาพยนตร์ ก็คงเป็นสิ่งที่เข้าใจกันได้ ซึ่ง Money Monster เองนั้นก็ดำเนินมาในสูตรของ ‘สถานการณ์คับขันในห้องปิดตาย’ เมื่อ George Clooney และ Julia Roberts สองนักแสดงรุ่นใหญ่ ในบทบาทรายการโทรทัศน์เศรษฐกิจชื่อเดียวกับเรื่อง ที่ต้องเผชิญหน้ากับการจับตัวประกันโดยผู้ชมที่สิ้นเนื้อประดาตัวจากคำแนะนำแบบส่งๆ ของพิธีกร พล็อตเรื่องดูธรรมดา แต่เราก็เชื่อว่า ในการกำกับของ Jodie Foster นักแสดงสาวมากดีกรีที่ผันตัวเป็นผู้กำกับนั้น น่าจะให้ผลลัพธ์ที่ไม่ธรรมดา (แต่จะไปถึงระดับเรื่อง Phone Booth ของเจ้าป้า Schumacher ได้หรือไม่ก็ต้องมาลุ้นกัน)

Blood Father โดย Jean-Francois Richet

Cannes_007

Mel Gibson เป็นนักแสดงรุ่นใหญ่คนหนึ่งที่ผ่านช่วงเวลาแห่งความลำบากในรอบหลายปีที่ผ่านมา จากนานาประเด็นที่ประดังเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย (ตั้งแต่ความเห็นทางศาสนาที่รุนแรง, ภาพยนตร์ที่กำกับไม่เข้าตามเป้า และคดีความรุนแรงอื่นๆ) นี่จึงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ที่เขากลับมารับบทนำ ในภาพยนตร์ระทึกขวัญสายฝรั่งเศสของ Jean-Francois Richet ที่เขาจะรับบทเป็นอดีตนักโทษ ที่ต้องช่วยเหลือลูกสาววัยรุ่นจากแก๊งส์ค้ายานรก แน่นอนว่านี่อาจจะเป็นตัวชี้วัดอนาคตทางการแสดงของ Gibson ในถัดจากนั้นเลยก็เป็นได้

Paterson โดย Jim Jarmusch

Cannes_008

ชื่อของ Jim Jarmusch ผู้กำกับอินดี้มากดีกรีนี้ แทบจะกลายเป็นขาประจำและสถาบันหนึ่งประจำเทศกาลเมืองคานส์ที่เหล่าแฟนๆ ต่างปักธงเอาไว้ว่าต้องไปดู กลับมาปีนี้ เขายังคงเล่นกับประเด็นความรักของคนชายขอบ ด้วย Setting ที่เรียบง่ายขึ้นอย่าง Paterson ในเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง Paterson (นำแสดงโดย Adam Driver ที่รับบทเด็กหัวร้อน Kylo Ren ใน Star Wars Ep7 มาหมาดๆ) คนขับรถเมล์ กับ Laura ภรรยาสาวนักกวี แน่นอนว่า ธีมที่เรียบง่ายจนเกือบไม่น่าสนใจ เมื่ออยู่ในมือของ Jarmusch แล้ว มันชวนให้ลุ้นไม่น้อยว่าเขาจะนำเสนอสิ่งใดออกมาให้ตะลึงกันอีก (หลังจากที่เล่นใหญ่ไปแล้วกับหนังรักแวมไพร์ดราม่า Only Lover Left Alive…)

ข้างต้นทั้ง 7 นี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพยนตร์คุณภาพที่น่าสนใจ และมีแนวโน้มที่เหล่าคนรักหนังเมืองไทยจะได้รับชมกันได้ไม่ยาก แต่สำหรับใครที่สนใจรายละเอียดของหนังสายอื่นๆ ในเทศกาล สามารถเข้าไปติดตามรับชม พร้อมลุ้นการประกาศรางวัลได้ที่ Official Website ของเทศกาล และเชื่อเถอะว่า ถ้าได้ลองรับชมสักครั้ง โลกแห่งการดูหนังของคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ~


avatar
by Sukrit Buranasun

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon