Final Tax ผลประโยชน์ทางภาษีที่ไม่ควรมองข้าม

posted: 2 years ago
Final Tax ผลประโยชน์ทางภาษีที่ไม่ควรมองข้าม

comments

เคยสังเกตกันหรือไม่ว่า เวลาที่เรานำเงินไปฝากธนาคารก็ดี หรือแม้แต่เวลาที่เราลงทุนในหุ้น แล้วได้รับเงินปันผลก็ดี ทำไมเราถึงไม่ได้รับเงินเต็มจำนวน ตัวอย่างเช่น เราฝากเงินธนาคาร 100,000 บาท ดอกเบี้ย 1% ฝากเงินครบ 1 ปีเราก็ควรที่จะได้ดอกเบี้ยเข้าบัญชี 1,000 บาท แต่ทำไมกลับบางธนาคารเราถึงได้แค่ 850 บาทล่ะ? 150 บาทเราหายไปไหน? ไม่ต้องตกใจไปเพราะส่วนเงินที่หายไปเรียกว่า หัก ‘ภาษี ณ ที่จ่าย’

ก่อนอื่นเลยต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า ‘ภาษี หัก ณ ที่จ่าย’ ไม่ใช่การ ‘เสียภาษีเงินได้’ การที่เราถูกหัก ณ ที่จ่ายจะช่วยสรรพากรจัดการในเรื่องระบบจัดเก็บภาษีมากกว่า แต่เรายังมีภาระที่ต้องชำระภาษีกับเงินได้ก้อนดังดล่าวอยู่ ตามตัวอย่างด้านบนเมื่อเราได้รับดอกเบี้ยมาแล้ว 1,000 บาทถึงแม้จะโดนหักภาษี ณ ที่จ่ายไป 150 บาท เรียบร้อยแล้วก็ตาม เรายังต้องมีหน้าที่ ที่จะต้องนำเงิน 1,000 บาทดังกล่าวไปรวมรายได้ปลายปีเพื่อนำมาคิดภาษีอยู่ดี (ในกรณีที่ไม่มีกฎหมายอื่นมายกเว้น)

Final tax

แต่ในปัจจุบันก็มีกฎหมายที่กำหนดให้เงินได้บางประเภทสามารถเอาภาษีหัก ณ ที่จ่ายใช้เป็น ‘Final Tax’ ได้เลยคือ จากตัวอย่างเราสามารถนำภาษีหัก ณ ที่จ่ายไว้ 150 บาทเป็นภาษีที่เราต้องจ่ายได้เลย ไม่จำเป็นต้องนำเงินจำนวน 1,000 บาทไปรวมรายได้เพื่อเสียภาษีอีกรอบ
โดยเงินได้ที่ได้รับสิทธิ Final Tax มีดังต่อไปนี้

1. ดอกเบี้ยทั้งหลาย ทั้งจากเงินฝาก พันธบัตร หุ้นกู้ต่างๆจะถูกหัก ณ ที่จ่าย 15% ตามเงินได้มาตรา 40(4)

2. เงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไร เช่น ปันผลจากการลงทุนในหุ้น เป็นต้น จะถูกหัก ณ ที่จ่าย 10% ตามเงินได้มาตรา 40(4) แต่ถ้าเป็นเงินปันผลจากกองทุนรวม ถูกหัก ณ ที่จ่าย 10% เช่นกัน แต่ตามเงินได้มาตรา 40(8)

3. ผลต่างหรือส่วนลดระหว่างราคาไถ่ถอนของตราสารหนี้และกำไรจากการขายตราสารหนี้ จะถูกหัก ณ ที่จ่าย 15% ตามเงินได้มาตรา 40(4)

4. รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ จะถูกหักตามมาตราตา 40(4) วิธีคำนวณสามารถดูได้จากกรมที่ดินเพราะวิธีคำนวณจะมีเรื่องจำนวนปีที่ถือครองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

หากเรามีรายได้ตาม 4 ข้อด้านบนแล้วเราสามารถใช้สิทธิ ‘Final Tax’ ได้ ซึ่งสิทธินี้เราจะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ ไม่ได้เป็นการบังคับแต่อย่างใด แต่รู้หรือไม่ว่าเนื่องจาก Final Tax เป็นสิทธิทำให้เราสามารถบริหารภาษีได้ เราก็อาจจะได้ภาษีคืนเพิ่มเติม โดยการดูว่า ‘ฐานภาษีเงินได้’ ปัจจุบันเราอยู่ที่ฐานอะไร โดยปัจจุบันฐานภาษีก็มีเริ่มตั้งแต่ 0% ไปจนถึง 35%

ถ้าภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายตาม 4 ข้อด้านบน ‘สูงกว่า’ ฐานภาษีที่เราเสียอยู่ในปีนั้นๆ เราสามารถไม่ใช้สิทธิ Final Tax แล้วนำไปรวมรายได้แล้วเสียภาษีตามปกติได้เช่นกัน สมมติตามตัวอย่างเราฝากเงิน 100,000 บาท ดอกเบี้ย 1% ต่อปี แปลว่าเราจะได้ดอกเบี้ย 1,000 บาท และจะถูกหัก ณ ที่จ่ายไป 150 บาท (15%)

แต่ถ้าเราเสียภาษีอยู่ที่ฐาน 10% เราสามารถนำเงิน 1,000 บาทไปรวมรายได้ปลายปีแล้วขอภาษีคืนได้เพราะเราเสียภาษีอยู่ที่ฐาน 10% แต่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ 15% เราก็จะขอคืนได้ในส่วน 5% ที่ถูกหักเกินไว้นั้นเอง

แต่วิธีการคำนวณแบบนี้จะเป็นข้อยกเว้น ถ้าเป็น ‘เงินปันผล’ การลงทุนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ก็จะมีเรื่องเครดิตภาษีเงินปันผลเพิ่มเติมเข้ามาด้วย ซึ่งเราจำเป็นต้องไปศึกษาเรื่องอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทนั้นเพิ่มเติม ไว้ในโอกาสหน้าเราจะมาขยายเรื่อง ‘เครดิตภาษีเงินปันผล’ กัน

Final Tax

ท้ายนี้ภาษีเป็นเรื่องที่ประชาชนทุกคนควรจะรู้ เวลาเราจ่ายภาษีไม่ครบแล้วโดนค่าปรับไม่มีสิทธิอ้างว่าเราไม่รู้ และที่สำคัญภาษีเป็นเรื่องที่ไม่ว่าใครก็หนีไม่พ้น ถึงกับมีคำว่ากล่าวไว้ว่า 2 สิ่งในชีวิตที่ยังไงก็หนีไม่พ้นก็คือ ‘ความตายและภาษี’ ดังนั้นทางที่ดีควรศึกษาเรื่องภาษีให้ดี เพราะภาษีเป็นรายจ่ายที่เราสามารถบริหารได้ คนที่รู้เรื่องภาษีมากกว่าก็จะสามารถบริหารเงินได้ดีกว่า แล้วเมื่อเราบริหารได้ดีกว่าเราก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จทางด้านการเงินสูงกว่า แต่ก่อนยื่นภาษีอย่าลืมเตรียมเอกสารในพร้อมก่อนไปยื่นทุกครั้งเพื่อความรวดเร็วในการขอภาษีคืนและยิ่งยื่นเร็วเท่าไหร่ยิ่งได้เร็วมากเท่านั้น ถ้าเราไปยื่นช่วงใกล้ๆ 31 มีนาคม อาจจะได้เช็คคืนภาษีตอนเดือนมิถุนายน-สิงหาคมเลยก็เป็นไปได้


avatar
by JK, CFP®

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon