มนุษย์เงินเดือนอยากมี รถคันแรก ขอยื่นไฟแนนซ์ ยังไงให้ผ่านฉลุย

posted: 1 week ago
มนุษย์เงินเดือนอยากมี รถคันแรก ขอยื่นไฟแนนซ์ ยังไงให้ผ่านฉลุย

comments

หนุ่มสาวที่เพิ่งเริ่มก้าวเข้าสู่วัยทำงาน เงินเดือนยังไม่มากนัก แต่อยากจะมี รถคันแรก กับเขาสักคัน อย่างนี้แล้วจะต้องมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เพื่อให้การยื่นขอไฟแนนซ์ เป็นไปอย่างฉลุย วันนี้ rabbit finance หาข้อมูลมาให้แล้วค่ะ

7 ข้อที่ต้องรู้ก่อนขอ ไฟแนนซ์รถยนต์

ไฟแนนซ์

1.งบประมาณในกระเป๋า

ถ้าเงินได้ งบถึง จะซื้อ รถคันแรก เป็นรุ่นไหนก็ไม่ต้องกังวล แต่ถ้ามีงบน้อยก็ให้พิจารณาถึงความสำคัญต่อการใช้งานเป็นหลัก ก็จะทำให้ช่วยตัดตัวเลือกออกไปได้หลายรุ่น หลายยี่ห้อเลย

2.รายได้ต้องเหมาะกับยอดผ่อนชำระ

ถ้าอยากจะขอยื่นไฟแนนซ์ให้ผ่านไปแบบง่าย ๆ จะต้องเตรียมค่างวดชำระไว้ประมาณ 2 เท่า จะทำให้มีโอกาสผ่านได้มาก แต่ถ้ารายได้ไม่ถึงก็สามารถทำด้วยการเพิ่มเงินดาวน์รถยนต์ เพื่อให้ค่างวดที่ต้องชำระนั้นน้อยลงนั่นเอง

3.รายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ

ถ้าเป็นพนักงานบริษัททั่วไปที่ได้รับเงินเดือนเป็นประจำทุกเดือน ต้องบอกว่าจะง่ายกว่าคนที่เป็นเจ้าของบริษัทเอง เนื่องจากรายได้ที่เข้ามานั้น มีมาอย่างสม่ำเสมอ

โดยทางบริษัทไฟแนนซ์จะนำค่าโอที, โบนัส และค่าคอมมิชชั่นต่างๆ มาคิดรวมด้วย

ซึ่งจะทำให้ผ่านไฟแนนซ์ได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าเป็นเจ้าของธุรกิจแล้วมีรายได้หมุนเวียนเป็นประจำ มีหนังสือรับรองบริษัทที่ชัดเจน ก็ไม่ต้องกังวลอะไร เพราะทางไฟแนนซ์อนุมัติผ่านฉลุยอยู่แล้ว

4.เครดิตต้องดี

บริษัทไฟแนนซ์ส่วนใหญ่จะเช็กประวัติการชำระเงินของเรา กับเครดิตบูโร ถ้าเรามีประวัติการชำระเงินล่าช้า จะทำให้มีผลต่อการพิจารณาของทางบริษัทไฟแนนซ์ ฉะนั้นแล้วควรที่จะจ่ายค่าบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อต่างๆ ให้ตรงเวลา สร้างเครดิตที่ดี เพื่อให้ไฟแนนซ์พิจารณาผ่านได้ง่ายขึ้น

5.เช็กโปรโมชั่นรถในแต่ละเดือน

ก่อนซื้อรถยนต์สักคันต้องหารายละเอียดให้มาก ไม่แนะนำให้ดูแค่โฆษณาผ่านหูผ่านตา ถ้าสนใจจริงๆ ควรสอบถามตัวแทนจำหน่าย หรือไปลองชม ลองสัมผัสที่โชว์รูมดูก่อน เพราะการค้าขายในตลาดรถยนต์มีความดุเดือด และมีข้อเสนอดีๆ เพื่อเรียกลูกค้ากันเพียบ ลองเช็กดูดีๆ จะได้เจอของดีพร้อมกับเงื่อนไขที่ถูกใจยังไงล่ะ

6.เหมาะกับบุคลิกและการใช้งาน

โปรดจงพิถีพิถันกับการศึกษารายละเอียดให้ดีก่อนตัดสินใจ เช่น ถ้าเป็นผู้หญิงตัวเล็กที่อยากใช้งานอยู่ในเมืองใหญ่ อาจจะเลือกเป็นรถอีโคคาร์ เป็นต้น ลองเลือกให้เหมาะกับบุคลิกและการใช้งาน อย่าเชื่อแต่โฆษณา หรือส่วนลด ของแถมที่ได้รับ

7.ซื้อมือสอง ต้องพึ่งกูรู

เรื่องนี้ห้ามมองข้ามเด็ดขาด ก่อนออกรถมือสองโปรดหาผู้เชี่ยวชาญไปด้วยสักคน ให้ช่วยตรวจเช็กพิจารณาให้รอบคอบถ้วนถี่ เพียงเท่านี้ก็หมดปัญหาโดนหลอกลวง ได้รถถูกใจในราคาไม่โหดร้ายอย่างแน่นอน

เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมให้พร้อม

  • สำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรข้าราชการ
  • หนังสือรับรองเงินเดือน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • Statement จากธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน
  • สำเนาหนังสือรับรองบริษัท และวัตุประสงค์
  • เอกสารบุคคลค้ำประกัน 1 ชุด (ถ้าไฟแนนซ์ต้องการ)

ไฟแนนซ์

ก่อนมี รถคันแรก ต้องเสียค่าอะไรบ้าง?

1.ค่า พ.ร.บ. รายปี

ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย ปีละ 600 – 1,200 บาท บางครั้งก็เป็นค่าใช้จ่ายที่พ่วงมากับประกันภัยรถยนต์ หรือบางครั้งก็ต้องซื้อแยกต่างหาก โดยพ.ร.บ ดังกล่าวเป็นการประกันรถยนต์แบบภาคบังคับ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ที่ต้องมี

2.ค่าต่อทะเบียน

ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 1,500 – 3,000 บาทต่อปี ยิ่งรถที่มีขนาดใหญ่ เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ก็ยิ่งเสียภาษีส่วนนี้แพงขึ้น สำหรับรถยนต์ที่มีอายุเกิน 7 ปี ต้องนำรถไปตรวจสภาพด้วย

3.ค่าประกันภัย

เป็นตัวช่วยให้ความคุ้มครองที่เกิดจากภัยจากรถยนต์ ซึ่งโดยทั่วไป มีให้เลือกประกันชั้น 1-3 หรือแล้วแต่ข้อเสนอของแต่ละบริษัท ซึ่งเบี้ยประกันที่สูงขึ้น ก็จะคุ้มครองรถเราได้มากขึ้น โดยเฉลี่ยจะเริ่มต้นที่ประมาณ 6,500 บาท ถ้าประกันชั้น 1 สำหรับรถยนต์บ้านๆ เฉลี่ยอยู่ที่ ปีละ 12,000 – 20,000 บาท ยิ่งรถแพงเท่าไหร่ ค่าเบี้ยประกันก็ยิ่งแพงขึ้นตามไปด้วย

4.ค่าบำรุงรักษารถยนต์ย่อมมีการสึกหรอ

ดังนั้นจึงต้องมีการบำรุงรักษา โดยเฉลี่ยทุก 6-12 เดือน หรือ 10,000 กิโลเมตร ซึ่งค่าดูแลรักษาจะอยู่ที่ประมาณปีละ 5,000 – 10,000 บาท

5.ค่ายางรถยนต์

ถือเป็นอีกชิ้นส่วนที่สำคัญมากๆ เพราะยางที่หมดสภาพแล้ว อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ โดยทั่วไปควรเปลี่ยนทุก 2 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร ซึ่งราคายางรถยนต์ มีตั้งแต่ ชุดละไม่เกิน 10,000 บาท จนถึงหลายหมื่นบาทเลยทีเดียว

ไฟแนนซ์

6.ค่าน้ำมัน

สำหรับคนที่ใช้รถทุกวัน ค่าเชื้อเพลิงมักเกิน 3,000 – 5,000 บาท สำหรับรถคันเล็ก ยิ่งเป็นรถคันใหญ่ หรือรถที่มีอัตราบริโภคน้ำมันสูง ค่าเชื้อเพลิงจะสูงกว่านี้ และอาจถึง 10,000 บาทต่อเดือน

7.ค่าทางด่วน

อัตราค่าทางด่วนในปัจจุบัน เฉลี่ยอยู่ที่ 50 – 100 บาทต่อการขึ้น 1 ครั้ง สำหรับคนที่ขึ้นทางด่วนทุกวัน ค่าทางด่วนแต่ละเดือน อาจสูงถึง 3,000 – 4,000 บาท

8.ค่าที่จอดรถ

สำหรับคนที่อยู่หอพัก คอนโดมิเนียม ทาวน์โฮม ที่มีความแออัดสูง หรือคนที่ขับรถไปทำงานในย่านธุรกิจ การเช่าที่จอดรถประจำ ในราคา 1,500 – 5,000 บาทต่อเดือน กลายเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้

9.ค่าล้างรถ

ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้อาจตกอยู่ที่เดือนละหลายพันบาทก็เป็นได้ วิธีช่วยลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ คือ การหันมาล้างรถด้วยตัวเอง ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากแล้ว ยังสามารถเลือกอุปกรณ์และน้ำยาที่ใช้ทำความสะอาดรถได้ตามต้องการอีกด้วย

10.ค่าใช้จ่ายอื่นๆ

นอกจากค่าใช่จ่ายในข้างต้นแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจตามมาโดยไม่ได้คาดหมายอีก เช่น ค่าปรับจากการขับรถผิดกฎจราจร ค่าใช้จ่ายในการแต่งรถ ค่าอุปกรณ์ติดรถต่างๆ ซึ่งไม่ได้ถูกคิดรวมไว้ในรายการ

ก่อนจะมีรถคันแรก ก็ต้องพิจารณาให้ดีเสียก่อนเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่จะตามมา นอกเหนือจากค่างวดผ่อนรถในแต่ละเดือน และค่าใช้จ่ายอีกมากมาย ว่าสามารถซื้อรถได้หรือไม่ ถ้าเราเริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้ให้ดีๆ รับรองว่า จะไม่โดนยึดรถอย่างแน่นอนค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก thairath , masii , motorexpo


avatar
by ทานตะวัน
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon