อัปเดตความเสียหาย วิกฤตการณ์น้ำท่วม 2019

posted: 5 days ago
อัปเดตความเสียหาย วิกฤตการณ์น้ำท่วม 2019

comments

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวิกฤตการณ์ของไทยก็ว่าได้ สำหรับ ภัยพิบัติน้ำท่วม จากการเคลื่อนตัวของพายุโพดุล ที่ทำให้เกิดฝนตกหนักไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย มิหนำซ้ำยังส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลาย ๆ จังหวัด สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน วันนี้ rabbit finance จะพาทุกคนไปดูกันว่า ความเสียหายล่าสุด และการแก้ไขวิกฤตการณ์ดังกล่าว เป็นอย่างไรบ้าง

ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ขอบคุณรูปภาพจาก aec-tv-online2.com

พื้นที่ไหนได้รับผลกระทบซ้ำซาก

แม้ปัญหาน้ำท่วม ในบางพื้นที่จะดูเป็นเรื่องใหม่ที่ประชาชนตื่นตระหนก และต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ก็ยังมีอีกหลายพื้นที่ ที่ปัญหาน้ำท่วมเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นประจำ ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจนเป็นเรื่องชินชา อาทิ

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : หนองคาย อุดรธานี ร้อยเอ็ด
  • ภาคกลางตอนบน : สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ เพชรบูรณ์
  • ภาคกลางตอนล่าง : ชัยนาท สิงห์บุรี 

อย่างไรก็ดี ในจังหวัดที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากนี้ ชาวบ้านอาจจะมีการรับมือกับน้ำที่ดี แต่จะดีกว่าไหม หากปัญหานี้จะหายไป เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน ซึ่งในครั้งนี้ปัญหาน้ำท่วม เฉียบพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ สร้างความเสียหายในหลายพื้นที่ ทั้งบ้านเรือน พื้นที่เกษตร รวมทั้งสถานที่สำคัญมากมาย มูลค่าความเสียหายหลักล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งพื้นที่ได้รับความเสียหายจากพายุโพดุล มีทั้งหมดด้วยกัน 32 จังหวัด คือ

” อำนาจเจริญ  กระบี่ ปราจีนบุรี  แพร่ นครพนม เชียงใหม่  ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ระนอง เพชรบูรณ์  มหาสารคาม ขอนแก่น หนองบัวลำภู ยโสธร กาฬสินธุ์  น่าน ตราด มุกดาหาร อุตรดิตถ์ ชัยภูมิ สุรินทร์ พิษณุโลก  พิจิตร แม่ฮ่องสอน ชุมพร อุดรธานี สระแก้ว ลำปาง เลย สุโขทัย  ศรีษะเกษ และสกลนคร”

พื้นที่น้ำท่วม
ขอบคุณรูปภาพจาก www.thairath.co.th

ความเสียหายที่พบล่าสุด

สำหรับความเสียหายที่พบมีหลายส่วนด้วยกัน อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่ามีจังหวัดอะไรบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือ อีสานและภาคใต้บางส่วน ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วง จากข้อมูลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย(ปท.) ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. – 6 ก.ย. 2562 ระบุว่า

  • มีประชานชนที่ได้รับผลกระทบครั้งนี้ถึง 158,028 ครัวเรือน
  • ผู้เสียชีวิต 19 ราย
  • ผู้สูญหาย 2 ราย
  • อพยพประชาชน 3,438 คน

ในส่วนของความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจ ข้อมูลจาก ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ และธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้คาดการณ์ถึงผลกระทบเบื้องต้นจากเหตุการณ์นำท่วมครั้งนี้ ในด้านของ ภาคการเกษตร การค้าขาย และการท่องเที่ยว ว่า จะมีความเสียหายถึง 5 – 8 พันล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งจากข้อมูลนี้ อาจจะต้องกลับมาดูกันอีกทีว่า หลังน้ำลดลงไปแล้ว ค่าความเสียหายที่คาดการณ์ไว้ จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงกว่าเดิม

ช่วยเหลือน้ำท่วม

ความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ

สำหรับการช่วยเหลือเยียวยา ไม่ว่าจะเป็นความช่วยเหลือจากทางหน่วยงานรัฐบาล หรือเอกชนต่าง ๆ ในเบื้องต้นได้มีการนำสิ่งของเครื่องใช้ ถุงยังชีพ ลงไปช่วยเหลือแจกจ่ายผู้ที่ได้รับผลกระทบก่อน อาทิ อาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และของใช้สำหรับเด็ก สตรี คนชรา ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี

ส่วนมาตรการต่อมา เริ่มจากทางธนาคารต่าง ๆ ออกมาตรการออกมาช่วยเหลือลูกหนี้ที่ประสบภัย เพื่อเป็นการลดภาระ และคลายความกังวลบางส่วนลง ตัวอย่างเช่น

ธอส. หรือ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ได้ออกมาตรการ  ที่รวมวงเงินถึง 1 พันล้านบาท ออกนโยบายสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ รวมถึงการลดการผ่อนชำระให้กับผู้กู้เนื่องจากที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้ 

  • ลูกค้าเดิม : ขอลดอัตราดอกเบี้ย และเงินงวดผ่อนชำระ
  • ลูกค้าใหม่/ลูกค้าเดิม : อัตราดอกเบี้ยเงินกู้พิเศษคงที่ 3% ต่อปี นาน 3 ปี
  • หลักประกันได้รับความเสียหาย : ประนอมหนี้ไม่เกิน 1 ปี 4 เดือน คิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 4 เดือนแรก โดยไม่ต้องชำระเงินงวด

ธกศ. หรือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ได้มีการออกมาตรการช่วยเหลือ คือ

  • สินเชื่อฉุกเฉิน รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท อัตราดอกเบี้ย 0% 6 เดือนแรก
  • สินเชื่อฟื้นฟูตามความจำเป็น รายละไม่เกิน 5 แสนบาท คิดอัตราดอกเบี้ย MRR -2 หรือ 4.875% ต่อปี กำหนดชำระคืนไม่เกิน 15 ปี 
  • ขยายเวลาชำระหนี้

SME Bank หรือ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ได้ออกมาตรการช่วยเหลือสำหรับผู้ประสบภัยที่มีธุรกิจ ในเรื่อง

  • พักการชำระหนี้ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน
  • วงเงินสินเชื่อฉุกเฉิน เพื่อฟื้นฟู ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี ต้องจ่ายเงินต้น 1 ปี คิดอัตราดอกเบี้ย 0.415% ต่อเดือน ตลอดอายุสัญญา

ทั้งนี้ ยังมีความช่วยเหลือต่าง ๆ จากธนาคารเอกชนอีกหลายมาตรการที่คอยให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอยู่  หนึ่งข้อดีที่เราค้นพบจากการเกิดพายุครั้งนี้ คือ หลังจากเกิดพายุครั้งนี้ ส่งผลให้เขื่อนต่าง ๆ สามารถกักเก็บน้ำให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ ไม่ต้องกังวลกับภาวะแร้งในช่วงหน้าร้อนอีกต่อไป

ประกันบ้าน

วิธีการดูแลตัวเองเบื้องต้น เมื่อเกิดน้ำท่วม

ในวิกฤตการณ์น้ำท่วมแบบนี้ คงไม่เป็นผลดีหากคุณจะรอคอยความช่วยเหลือจากทางหน่วยงานต่าง ๆ เพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะในเรื่องของการดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อเกิดน้ำท่วม ที่คุณสามารถทำได้เองเพื่อความปลอดภัยในชีวิต ดังนี้

  • ไม่เข้าใกล้ทางน้ำไหลหรือร่องน้ำเพราะอาจเกิดผืนดินถล่ม
  • หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำหรือเข้าใกล้เสาไฟฟ้าทั้งนอกและในบ้านเพราะอาจโดนไฟฟ้าดูด
  • ซื้อประกันบ้าน ติดไว้ ยิ่งหากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมซ้ำซาก หรือเกิดน้ำท่วมทุกปี เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงต่อค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการดูแลบ้าน
  • ในกรณีช่วยเหลือคนตกน้ำ ให้ใช้ห่วงยาง ลูกมะพร้าว หรือเชือก โยนให้คนตกน้ำยึดตัวเองไว้ จะปลอดภัยมากกว่าลงไปช่วยด้วยตนเอง
  • หากประชาชนประสบเหตุอุทกภัย วาตภัย หรือโคลนถล่ม สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางโทรศัพท์ สายด่วน 1784 (รับแจ้งเหตุสาธารณภัยและอุบัติเหตุทางถนนทุกประเภท) ตลอด 24 ชั่วโมง
  • หมั่นติดตามข่าวสารเกี่ยวกับน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินจะได้เตรียมรับมือได้อย่างทันท่วงที

วิกฤตการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นกำลังจะผ่านพ้นไป ความช่วยเหลือต่าง ๆ ไม่ว่าจะจากจากทั้งภาครัฐและเอกชนก็ได้เข้ามาช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ ซึ่งการดูแลตัวเองก่อนเบื้องต้นเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการซื้อประกันบ้าน ที่จะช่วยให้คุณได้รับความคุ้มครองอย่างแน่นอนเมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ  


avatar
by NP. Meaw :)
เป็นลูกอิช่างแซะ รักในการเขียนเหน็บแนม ดำเนินชีวิตด้วยการ ยึดความสุขตัวเองเป็นที่ตั้ง จุบ!
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon