รถยนต์ถูกน้ำท่วมมีเฮ คปภ.เดินหน้ามาตรการช่วยเหลือ

posted: 1 year ago
รถยนต์ถูกน้ำท่วมมีเฮ คปภ.เดินหน้ามาตรการช่วยเหลือ

comments

อุบัติเหตุ หรือภัยที่มาจากตัวเรา คงเป็นเรื่องที่ง่ายต่อการหลีกเลี่ยงที่จะไม่ทำให้เกิดขึ้น เพราะเป็นสิ่งที่ตัวเราเป็นต้นเหตุของเหตุการณ์นั้นๆ ไม่ว่าจะเพราะความประมาท ความเมา ซึ่งสิ่งทีหลีกเลี่ยงได้ยากที่สุดคงหนีไม่พ้นภัยจากธรรมชาติที่เราทำได้เพียงแค่เตรียมความพร้อมเพื่อที่จะตั้งรับ และรับมือกับภัยที่จะมาถึง

และจากเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพที่ผ่านมา คงแสดงให้เห็นแล้วว่าเรายังเตรียมการรับมือได้ไม่ดีพอ ส่งผลให้ได้รับความเสียหายต่อทรัพย์สินจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำท่วมรถ ที่มีผู้ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก

แล้วก็ไม่รู้ว่า น้ำท่วมแบบนี้ ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ที่เราทำไว้จะจ่ายเบี้ยประกันให้หรือเปล่า ซึ่งตอนนี้ คปภ.ก็ได้เดินหน้าออกมาตรการมาช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว


 

คปภ.เดินหน้ามาตรการช่วยเหลือรถยนต์ถูกน้ำท่วม

 

แน่นอนว่าจากการเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาส่งผลให้ชาวกรุงเทพได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ รถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมเป็นจำนวนมากถึงจำนวน 3,184 คัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 45,598,009 บาท

ซึ่งทำประกันภัยไว้กับบริษัทประกันวินาศภัย 41 บริษัท ทางสำนักงาน คปภ.จึงได้ติดตามและให้ความช่วยเหลือ พร้อมทั้งเร่งรัดให้มีการ จ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีรถยนต์ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยให้ยึดถือแนวปฏิบัติตามมาตรฐานการซ่อมรถยนต์ถูกน้ำท่วม ซึ่งแบ่งเป็น 5 ระดับ คือ

1. ระดับ A น้ำท่วมถึงพื้นรถยนต์

ประเมินค่าซ่อม 8,000-10,000 บาท มีรายการที่ต้องดำเนินการ 15 รายการ เช่น

  • ตรวจสอบแบตเตอรี่ (ถอดขั้ว/ตรวจสอบน้ำกลั่น/ไฟ-ชาร์ท)
  • ทำความสะอาดตัวรถ ล้าง-อัด-ฉีด ขัดสี ถอดเบาะนั่ง หน้า-หลัง
  • ถอดคอนโซลกลาง (คันเกียร์)
  • ถอดพรมในเก๋ง-ซักล้าง-ตาก-อบแห้ง
  • ถอดคันเร่ง  (รถที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าและเซ็นเซอร์)
  • ถอดลูกยางอุดรูพื้นรถและทำความสะอาด
  • ล้างทำความสะอาดห้องเครื่อง-เป่าแห้ง
  • ตรวจสอบทำความสะอาดระบบเบรก 4 ล้อ/ผ้าเบรก
  • ทำความสะอาดสายไฟ-ปลั๊กไฟด้วยน้ำยาเคมีภัณฑ์
  • ตรวจสอบชุดท่อพักไอเสีย (แคทธาเรติค)

2. ระดับ B น้ำท่วมถึงเบาะนั่ง

ประเมินค่าซ่อม 15,000 -20,000 บาท มีรายการที่ต้องดำเนินการ 26 รายการ โดยเพิ่มเติมจาก 15 รายการในระดับ A คือ

  • การถ่ายน้ำมันเครื่อง-เกียร์-เฟืองท้าย
  • กรองน้ำมันเครื่อง-กรองอากาศ-กรองเบนซิน-กรองโซล่า
  • ตรวจระบบจุดระเบิด หัวเทียน จานจ่าย หัวฉีด
  • ตรวจสอบชุดเพลาขับ ถอดทำความสะอาดแผงประตูทั้ง 4 บาน
  • ตรวจชุดสวิทซ์สตาร์ท-กล่องควบคุมไฟ- กล่องฟิวส์
  • ถอดทำความสะอาดไล่ความชื้นระบบเข็มขัดนิรภัย
  • ถอดทำความสะอาดชุดมอเตอร์ยกกระจกไฟฟ้า
  • ตรวจสอบทำความสะอาดเบาะ
  • ถอดทำความสะอาด (ไดร์สตาร์ทและไดร์ชาร์จ) เพื่อไล่ความชื้น

 


 

น้ำท่วมรถยนต์
ขอบคุณรูปภาพจาก กรุงเทพธุรกิจ

 

3. ระดับ C น้ำท่วมถึงส่วนล่างของคอนโซลหน้า

ประเมินค่าซ่อม 25,000-30,000 บาท มีรายการที่ต้องดำเนินการ 39 รายการ โดยเพิ่มเติมจาก ระดับ A และ B คือ

  • ตรวจสอบชุดอีโมไรท์เซอร์/ระบบ GPS (ที่ติดมากับรุ่นรถ)
  • ตรวจสอบไล่น้ำออกจากเครื่องยนต์ ท่อไอดี ห้องเผาไหม้
  • ตรวจสอบลูกปืนไดชาร์ท ลูกรอก
  • ตรวจสอบทำความสะอาดระบบไฟส่องสว่าง (ไฟหน้า-ท้าย-เลี้ยว)
  • ตรวจเช็คระบบขับเลี้ยวไฟฟ้า
  • ถอดตรวจเช็คตู้แอร์ มอเตอร์ โบวเวอร์ เซ็นเซอร์
  • ถอดหน้าปัดเรือนไมล์ เกจ์
  • ถอดตรวจเช็คระบบไฟฟ้าและสายไฟขั้วต่างๆ
  • ตรวจเช็คระบบเครื่องเสียง-วิทยุ-แอมป์-ลำโพง
  • ตรวจเช็คระบบเบรก (ABS)
  • ตรวจชุดหม้อลมเบรก/ แม่ปั้มบน-ล่าง
  • ตรวจสอบลูกปืนล้อ-ลูกหมาก-ลูกยางต่างๆ ผ้าหลังคา/แมกกะไลท์

4. ระดับ D น้ำท่วมถึงส่วนบนของคอนโซลหน้า  

ประเมินค่าซ่อมเริ่มต้นที่ 30,000 บาทขึ้นไป มีรายการที่ต้องดำเนินการ 40 รายการ โดยเพิ่มเติมจาก ระดับ A – C มา 1 รายการ คือ การทำสี

ซึ่งในกรณีระดับ D นี้ทางบริษัทผู้รับประกันภัยอาจพิจารณาคืนทุนประกันภัยให้กับผู้เอาประกันภัยก็ได้หากรถยนต์มีมูลค่าเสียหายเกิน ร้อยละ 70 ของมูลค่ารถ

5. ระดับ E รถยนต์จมน้ำทั้งคัน

กรณีนี้บริษัทผู้รับประกันภัยจะคืนทุนประกันภัยให้กับผู้รับประกันภัยสถานเดียว

ดังนั้น สำหรับใครที่รถยนต์ถูกน้ำท่วม จากข่าวที่ออกมาให้ได้เห็นกันคงไม่ต้องเป็นกังวลไปหากทำประกัน เพราะอย่างไรบริษัทประกันก็จะดูแลคุณแน่นอน

 


 

รถยนต์ถูกน้ำท่วม
ขอบคุณรูปภาพจาก Youtube

ใครบ้างที่จะใช่มาตรการช่วยเหลือนี้ได้

แน่นอนว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการที่รถยนต์ถูกน้ำท่วม มีอยู่หลายรูปแบบ ทั้งผู้ที่ทำประกัน และไม่ได้ทำประกัน เอาเป็นว่าเรามาดูกันว่ามารคชตรการที่ออกมาจะครอบคุมใครบ้าง

  • ผู้ทำประกันรถยนต์

ความเสียหายต่อตัวรถยนต์ที่จะได้รับความคุ้มครองกรณีภัยจากน้ำท่วมต้องเป็นรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2 หรือ ประเภท 3 หรือ ประเภท 2+ หรือ ประเภท 3+ ที่ซื้อความคุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติ (ภัยน้ำท่วม) เพิ่มเติม ก็จะได้รับความคุ้มครองเช่นกัน

  • ผู้ที่ไม่ได้ทำประกันหรือประกันไม่ครอบคุม

ซึ่งรถยนต์ที่เสียหายไม่ได้ทำประกันหรือประกันภัยไม่ครอบคลุมก็สามารถใช้แนวปฎิบัติตามมาตรฐานการซ่อมรถยนต์ข้างต้นที่กล่าวมาได้เช่นกัน ในเรื่องการป้องกันมิให้อู่ซ่อมรถยนต์เรียกค่าซ่อมเกินความเป็นจริง

 


 

น้ำท่วมรถ
ขอบคุณภาพจาก fangrio.com

ขั้นตอนเคลมรถหลังน้ำท่วม

แน่นอนว่าเมื่อรู้แล้วว่าความเสียหายของรถตัวเองอยู่ในระดับไหนต่อไปก็ไปสู่ขั้นตอนการเคลม ซึ่งสรุปง่ายๆ ดังนี้

1.ตรวจสอบระดับความเสียหายของรถ

2.ถ่ายเอกสารเกี่ยวกับรถยนต์และประกันเก็บไว้

3.แจ้งเคลมกับบริษัทประกันทันที

4.ถ่ายภาพรถยนต์และความเสียหายเพื่อชี้แจง

5.มีบุคคลอื่นเป็นพยานหากถ่ายภาพไม่ได้

6.บันทึกรายละเอียดความเสียหาย

7.แจ้งความลงบันทึกประจำวันเพื่อยืนยัน

ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากภัยทางธรรมชาติ คงทำให้หลายคนได้ตระหนักเห็นความสำคัญของการทำประกันรถยนต์บ้างแล้ว เพราะอย่างไรเสียเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเช่นนี้ อย่างน้อยก็ยังมีบริษัทประกันคอยดูและให้ความคุ้มครอง ไม่ว่าจะทำ ประกันชั้น1  ประกันชั้น2 ประกันชั้น3 หรือชั้นไหนๆก็ตาม

หากไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยแบบนี้ขึ้นอีกทำประกันรถยนต์เพื่อรถคุณเถอะค่ะ และหากต้องการเปรียบเที่ยบราคาประกันที่ถูกที่สุด rabbit finance โบรกเกอร์มือดีที่จะช่วยให้คุณ

ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงาน คปภ.

 


avatar
by NP. Meaw :)
เป็นลูกอิช่างแซะ รักในการเขียนเหน็บแนม ดำเนินชีวิตด้วยการ ยึดความสุขตัวเองเป็นที่ตั้ง จุบ!
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon