ทำอาชีพอิสระแต่ก็อยากมีเงินก้อน ทำอย่างไรดี?

posted: 4 months ago
ทำอาชีพอิสระแต่ก็อยากมีเงินก้อน ทำอย่างไรดี?

comments

เป็นมนุษย์เงินเดือนว่าเก็บเงินยาก มีเงินก้อนยากแล้ว หลายๆ คนที่ประกอบอาชีพอิสระก็คงรู้สึกไม่แตกต่างกันโดยเฉพาะเรื่องเก็บเงินก้อนโตไว้กับตัวเอง อ้าว แบบนี้เราจะเก็บเงินก้อนกันได้ยังไงละ? ยิ่งมีปัญหารายได้ไม่แน่นอนเหมือนคนทำงานประจำแล้ว จะมีเทคนิคเก็บออมเงินที่แตกต่างกันไหม หรือมีเทคนิคอะไรบ้างที่ทำใหม่เราหาเงินก้อนได้?

ฟรีแลนซ์ เก็บเงิน

ทำอาชีพอิสระแต่ก็อยากมีเงินก้อน ทำอย่างไรดี?

เข้าใจกันให้มากขึ้น กับ อาชีพอิสระ ที่เป็นนายของตัวเอง

อาชีพอิสระ หรือที่ทุกคนรู้จักชื่อทั่วไป ก็คือ อาชีพ ฟรีแลนซ์ (Freelance หรือ Feelancer) นั่นแหละ อธิบายกันง่ายๆ พวกเขาคือ กลุ่มคนที่มีอาชีพรับจ้างอิสระ ที่ไม่ขึ้นตรงต่อหน่วยงานองค์กร หรือบริษัทใดๆ ปกติแล้วฟรีแลนซ์จะต้องจัดตารางเวลาการทำงานของตนเอง ตกลง และรับเงินจากนายจ้างด้วยตนเอง เช่น อาชีพนักเขียน, สายกราฟิกดีไซน์, พ่อค้าแม่ค้า ทั้งออนไลน์และออฟไลน์, คนขับรถแท็กซี่, วินมอเตอร์ไซค์ หรือกระทั่งเจ้าของร้านค้า ก็ถูกนับอยู่ในสายอาชีพฟรีแลนซ์เช่นกัน

แน่นอนว่า ข้อดีของฟรีแลนซ์ หรืออาชีพอิสระ คือการเลือกงาน องค์กร หรือลูกค้าที่ต้องการจะทำงานด้วยได้ แถมยังเป็นนายของตัวเอง สามารถปรับเปลี่ยนตารางวันเวลาทำงานได้ตามที่ต้องการ มีอิสระ รับงานได้หลากหลาย หรือในปริมาณที่ตนทำไหวได้

ยิ่งถ้าคุณมีชื่อเสียง คอนเนคชั่นดี อาชีพฟรีแลนซ์นับเป็นแนวทางอาชีพที่น่าสนใจมากๆ

แต่ในทางกลับกัน ฟรีแลนซ์เองก็มีข้อเสียในเรื่องความมั่นคงทางรายได้ เพราะแต่ละเดือน ได้เงินที่ไม่แน่นอนตามปริมาณการจ้างงาน บางคนเจอปัญหาลูกค้าเบี้ยว ธุรกิจมีปัญหา ที่สำคัญ การเป็นฟรีแลนซ์จะไม่มีสวัสดิการต่างๆ มารองรับ ทั้งประกัน ทั้งกองทุนต่างๆ คุณต้องจัดการด้วยตัวเอง เนื่องจากต้องเป็นนายของตัวเอง และไม่ได้รับเงินเดือนจากองค์กรใดเป็นพิเศษนั่นเอง

หากเทียบกับพนักงานประจำแล้วก็เรียกได้ว่า มีข้อดีข้อเสียคนละแบบ แน่นอนว่าการจัดการเรื่องเงิน หรือการเก็บเงินก้อนโตๆ ให้ได้ก่อนถึงช่วงวัยเกษียณก็จะมีปัญหาที่แตกต่างกันด้วย

ฟรีแลนซ์ ออมเงิน

เจาะลึกกับปัญหา ทำไมฟรีแลนซ์ถึงเก็บเงินก้อนได้ยาก?

นั่นสิ ทั้งที่พูดกันตามหลักแล้ว ฟรีแลนซ์หรือเหล่าผู้มีอาชีพอิสระ มีเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น ไม่ยึดติด ทำให้รับงานได้ตามชอบ และสามารถสร้างรายได้ต่างๆ ให้ตัวเองในแต่ละเดือนได้ไม่น้อยหากจัดตารางการทำงานดีๆ นอกจากจะไม่ต้องตื่นเช้า ฝ่ารถติดไปทำงานแล้ว ยังมีเงินเฉลี่ยทั้งเดือนแล้วไม่น้อยหน้าพนักงานออฟฟิศหลายๆ คนเสียด้วยซ้ำ แล้วอะไรคือปัญหาล่ะ?

ปัญหาของการเก็บเงินของฟรีแลนซ์ ก็คือความมั่นคงทางรายได้ของอาชีพอิสระนั่นแหละ

บางเดือนคุณอาจจะได้งานเยอะ เงินเยอะ แต่เดือนถัดมาอาจจะไม่มีงานเลย หรือบริษัทที่รับงานมา เบิกจ่ายเงินล่าช้า กว่าจะได้เงินอีกทีอาจจะเป็นเดือน สองเดือน บางคนต้องรอไปครึ่งปี หรือเป็นปีๆ เลย นี่แหละปัญหาหลักเหล่าชาวฟรีแลนซ์!

พอมีเงินในแต่ละเดือนที่ไม่สม่ำเสมอ ทำให้เราต้องคอยสำรองทุนต่างๆ ไว้ตลอดเวลา เผื่อว่าเดือนหน้าไม่มีใช้ก็จะได้ไม่ลำบากมากนัก และนี่ก็เป็นปัญหาส่งผลกระทบไปถึงเรื่องการเก็บออมเงินก้อนโตของคุณ บางคนต้องสร้างสวัสดิการให้ตัวเองด้วยการทำประกันชีวิต บางเดือนอาจจะมีเบี้ยเงินไม่พอจ่ายในเดือนนั้นๆ ทำให้ขาดการส่งประกันได้

นอกจากนี้ การจะลงทุนในรูปแบบกองทุนต่างๆ ก็มีข้อจำกัด ทำให้เราลงทุนไม่ได้เท่าที่ควร บางคนเจอปัญหาเรื่องภาษี หรือปัญหาเรื่องสุขภาพ ทำให้เก็บเงิน โดยเฉพาะเงินก้อนโตได้ยากยิ่งกว่าเดิม ยังไม่รวมไปถึงลักษณะการใช้จ่ายเงินอีกนะ บางคนถึงแม้จะพยายามเก็บเงินก้อนได้มากแค่ไหน ก็เผลอตัวเผลอใจถอนเงินออกมาใช้อยู่ดี

บางคนหย่อนยานเรื่องวินัย ผัดวันประกันพรุ่งในการเก็บออมเงินอีกต่างหาก รู้ตัวอีกที การเก็บเงินก้อนโตก็ทำได้ยากเสียแล้ว!

ฟรีแลนซ์ เก็บเงินก้อน

เป็นฟรีแลนซ์ให้โปรฯ เก็บยังไงให้ได้ เงินก้อนจริงๆ

ใครๆ ก็บอกว่าเป็นฟรีแลนซ์ ทำอาชีพอิสระนั้น หากไม่โปรฯจริง โดยเฉพาะเรื่องการเก็บเงินก็อาจจะลำบากได้ ไหนจะปัญหาเรื่องการเรื่องไม่มีสวัสดิการต่างๆ อีก แบบนี้เอายังไงดีนะ วันนี้เราก็มีทริคดีๆ ที่ช่วยให้คุณเก็บเงินก้อนโตได้อย่างอยู่หมัดมาฝาก

1.แบ่งสัดส่วนการใช้เงินให้แน่นอน

ต้องยอมรับว่า รายได้ของเหล่าฟรีแลนซ์ไม่แน่นอน ดังนั้นการแบ่งสัดส่วนการใช้เงินจึงสำคัญมากๆ หากแบ่งสัดส่วนไม่ดี คุณอาจจะมีปัญหาได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่อง เงินใช้จ่ายในแต่ละเดือนไม่เพียงพอ ปัญหาไม่มีเงินออม เงินใช้จ่ายตอนเกษียณ หรือเงินก้อนโตไว้ใช้จ่ายฉุกเฉิน

สำหรับใครที่อยากจะได้ไกด์ในการแบ่งสัดส่วนการใช้จ่ายเงิน อาจจะลองแบ่งตามนี้

  • บัญชีเพื่อการลงทุนต่างๆ 10%
  • บัญชีเงินเพื่อความสุขส่วนตัว 10%
  • บัญชีเพื่อการเรียนรู้ พัฒนาตนเอง 10%
  • บัญชีเงินออมเพื่อใช้จ่ายระยะยาว (เงินออมฉุกเฉิน, เงินยามเกษียณ) 20%
  • บัญชีเพื่อค่าใช้ในชีวิตประจำวัน 50%

2.การลงทุน = การออม

บางครั้งการเก็บเงินอาจจะมาในรูปแบบการลงทุนก็ได้! แน่นอนว่าลำพังการเก็บออมไว้อย่างเดียว เงินไม่มีทางงอกเงยแน่ๆ หากอยากได้เงินก้อนโตมากขึ้น การออมเงินในรูปแบบการลงทุน ไม่ว่าจะเป็น เงินฝากประจำ, ตราสารหนี้, ตราสารทุน, กองทุนรวม และอื่น ๆ ก็นับว่าน่าสนใจมากๆ

แต่ละรูปแบบการลงทุน จะมีค่าความเสี่ยงที่แตกต่างกันออกไป และแบ่งแยกไปตามความเสี่ยง จุดประสงค์ ของการออมเงิน เช่น หากต้องการเก็บเงินเอาไว้เผื่อนำออกมาใช้ในกรณีฉุกเฉิน เน้นทันด่วน ทันใช้ทันที ก็ใช้บัญชีออมทรัพย์ หรือเก็บในเงินฝากประจำ

แต่ในทางกลับกัน หากต้องการวางแผนการเก็บเงินระยะยาว คุณก็อาจจะนำเงินไปลงทุนใน RMF เป็นต้น การจะลงทุนในกองทุนต่างๆ จะต้องขึ้นอยู่กับอายุ และการวางแผน รวมไปถึงไลฟ์สไตล์ของผู้ลงทุนด้วย

ฟรีแลนซ์ ประกันชีวิตออมทรัพย์

3.วางแผนจ่ายภาษี ใครว่าไม่สำคัญ

อาชีพอิสระหลายคน มักจะหลงลืมการวางแผนในการจ่ายภาษี ทำให้เมื่อต้องยื่นเรื่องภาษี ต้องโดนเก็บเต็มจำนวน บางคนเนียนๆ ไม่ยื่นภาษี ก็สุ่มเสี่ยงต่อการโดนทวงภาษีชุดใหญ่ ที่ต้องจ่ายหนักกว่าเดิมได้!

ภาษี จึงเป็นเรื่องที่เหล่าฟรีแลนซ์ทั้งหลายไม่ควรมองข้าม ละเลยไป ลองเช็กทุกครั้งว่าตนมีสิทธิ์เสียภาษีไหม หากเสียแล้วมีหนทางลดหย่อน ขอเงินคืนได้อย่างไรบ้าง น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าการหนีภาษีนะ

4.ทำประกันออมทรัพย์ ช่วยได้

อ้าว ทำประกันออมทรัพย์ เกี่ยวอะไรกับการเก็บเงินก้อนโตละ? บอกเลยว่านี่คืออีกหนึ่งทางเลือก ในกรณีที่คุณอาจจะไม่ชอบการลงทุน และแน่นอนว่ากังวลกับเรื่องสวัสดิการต่างๆ ของฟรีแลนซ์เป็นแน่

เพราะการทำประกันนับว่าเป็นทั้งการลงทุน และการออม ไปในตัว เพราะนอกจากทางบริษัทประกันจะกำหนดให้คุณจ่ายเบี้ยประกันในแต่ละเดือน ช่วยสร้างวินัยให้ผู้เก็บออม ช่วยลดหย่อนภาษีที่เหล่าฟรีแลนซ์ต้องเจอทุกปี แถมยังได้สวัสดิการดีๆ จากความคุ้มครองของบริษัทประกันอีกด้วย

แน่นอนว่า ใครที่อาจจะสุขภาพไม่ดีแล้ว ก็อาจจะซื้อประกันสุขภาพเพื่อไว้เพิ่มเติมนอกเหนือจากการทำประกันสังคมก็สามารถทำได้ ขอเพียงเลือกประกันให้ดี เลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ และเบี้ยประกันที่พอเหมาะ จ่ายไหวทุกเดือนในระยะยาวก็พอแล้ว

ฟรีแลนซ์ ทำประกันชีวิต

ไม่ว่าคุณจะทำงานเป็นฟรีแลนซ์ หรือเป็นพนักงานเงินเดือนธรรมดา การเก็บเงินก้อน ออมเงินเตรียมพร้อมในทุกสถานการณ์ตั้งแต่อายุน้อย ย่อมมีแต่ได้ ไม่มีเสีย กับ Smart Return 10/5 ประกันออมทรัพย์ จาก บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ที่ให้คุณจ่ายเบี้ยประกันเพียง 5 ปี แต่คุ้มครองนานถึง 10 ปี พร้อมรับเงินจ่ายคืนทุกปีรวมรับผลประโยชน์ตลอดสัญญาสูงถึง 554%(1) ทำได้ตั้งแต่อายุ 1 เดือน จนถึงอายุ 65 ปี เริ่มด้วยเบี้ยเบาๆ เพียง 81.37 บาท/วัน(2) แถมยังเลือกชำระได้ว่าจะจ่ายเป็นรายเดือน หรือรายปี ก็ได้

จะเก็บเงินให้อยู่หมัด เพื่อวัยเกษียณก็ได้ หรือจะทำเก็บไว้เป็นมรดกให้ลูกหลาน หรือเงินเก็บออมเพื่อทำตามความฝัน ก็เหมาะทั้งนั้น ให้การเก็บออมเงินก้อนโตของคุณ ไม่ใช่เรื่องที่ยากอีกต่อไป สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครง่ายๆ ผ่านทาง rabbit finance

หมายเหตุ:
(1) เป็น % ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันเริ่มสัญญา
(2) สำหรับอายุ 1 เดือน – 50 ปี แผน 1 รายปี
– เงื่อนไขและข้อยกเว้นเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
– การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
– โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครองและข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย


avatar
by คะน้าใบเขียว
นักเขียนรุ่นไฮบริด ผู้ไม่คุ้นชินกับมักเกิ้ล ชอบกลางคืน มีความสุขเป็นพิเศษถ้าได้กินแซลมอน และผูกมิตรได้ด้วยของกินอร่อยๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon