เรื่องควรรู้ก่อนตัดสินใจ เก็งกำไรในกองทุน

posted: 2 years ago
เรื่องควรรู้ก่อนตัดสินใจ เก็งกำไรในกองทุน

comments

ในปัจจุบันมีกองทุนให้เราเลือกลงทุนค่อนข้างหลากหลาย ทำให้มีนักลงทุนหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย และนอกจากการลงทุนจะหลากหลายแล้ว หลายคนก็เริ่มหันมาให้ความสนใจกับการ เก็งกำไรในกองทุน กันมากขึ้น แน่นอนว่า ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง และการเก็งกำไรในกองทุนจะมีความเสี่ยงขนาดไหน เรามีคำตอบมาฝาก

เก็งกำไรกองทุน

เรื่องของการลงทุน 

 

หากจะพูดถึงเรื่องของการลงทุนหลักๆเราสามารถลงทุนได้หลักๆ 2 วิธีก็คือ

1.การลงทุนแบบถือยาวไปเลย (การลงทุนระยะยาว)

 

การลงทุนในระยะยาว คือ การมองที่มูลค่าของสินทรัพย์ในระยะยาวๆ เช่น การลงทุนหุ้น เราก็จะมองในระยะยาวว่าทุกธุรกิจดังกล่าวสามารถเติบโตให้ระยะยาวได้หรือไม่ ถ้าสามารถทำได้การลงทุนหุ้นตัวนั้นก็เป็นอะไรที่น่าสนใจ

2.การลงทุนแบบเก็งกำไร

 

การลงทุนแบบเก็งกำไร คือ การเก็งกำไรก็คือการที่เน้นเล่นสั้นๆ มองดูว่าในระยะสั้นๆ บางคนเล่นรายนาทีหรือราย 5 นาทีเลยก็มี แต่บางครั้งการเก็งกำไรก็ใช้ระยะเวลาเป็นเดือนอยู่เหมือนกัน เช่น เราคาดเดาไปว่าการลงทุนหุ้นตัวนี้จะมีโอกาสได้กำไรในระยะสั้นจากการที่หุ้นชนะการประมูลทำให้มีการใหญ่เข้ามา ก็จะทำให้บริษัทมีกำไรในระยะยาวได้ และมีผลทำให้หุ้นขึ้นเมื่อมีการประกาศชนะประมูลจริงๆ เป็นต้น

การเก็งกำไรในระยะสั้นๆหลายๆคนก็ค่อนข้างชอบเพราะว่าเห็นกำไรที่เร็ว หรือ บางคนมองว่าการเก็งกำไรเป็นรายได้เสริมในแต่ละวันก็ยังมี ซึ่งต้องบอกว่าการลงทุนไม่มีผิดหรือถูก จะมองเป็นรายได้เสริมก็ได้เช่นกัน ตราบใดที่เรายังสามารถทำกำไรจากการลงทุนได้ก็ใช่เรื่องผิดอะไร แต่ในบางครั้งการเก็งกำไรในระยะสั้นๆจะมีโอกาสเสียหายการจาการลงทุนเยอะกว่าเท่านั้นเอง (มีความเสี่ยงในการลงทุนนเยอะกว่า)

 


 เก็งกำไรกองทุน

เก็งกำไรระยะสั้น ลงทุนกับหุ้นหรือกองทุนรวมคุ้มกว่า

 

คำถามต่อมาก็คือถ้าเราอยากเก็งกำไรในระยะสั้นๆแล้วเราซื้อหุ้นรายตัวหรือว่ากองทุนรวมดีกว่ากัน ??

ส่วนตัวเชื่อว่า ถ้าเราอยากเก็งกำไรแนะนำว่าใช้หุ้นรายตัวดีกว่า เพราะว่า ถ้าเราใช้กองทุนรวมในการเก็งกำไร กองทุนรวมจะกระจายการลงทุนในหุ้นหลายตัว แม้จะเป็นการลงทุนใน กองทุนตามกลุ่มอุตสากรรม (Sector Fund) ก็ตาม เพราะการที่เราคาดว่าข่าวระยะสั้นๆที่เราได้รับจะกระทบกับกองทุนรวมที่มีการกระจายลงทุนในหุ้นหลายตัวเทียบกับการลงทุนในหุ้นตัวเดียว การเล็งกว่าหุ้นตัวไหนจะได้ประโยชน์ก็ดูจะเป็นอะไรที่ง่ายกว่า

อีกประการนึงที่สำคัญ คือ ข้อจำกัดของการลงทุนผ่านกองทุนรวม ก็คือ ค่าธรรมเนียมในการซื้อขายรวมไปถึงสภาพคล่อง ค่าธรรมเนียมในการซื้อขายกองทุนรวมโดนเฉพาะกองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นมักจะอยู่ประมาณ 1.5% เป็นส่วนใหญ่ นั่นหมายความยังไม่ทันทำอะไรเราก็ขาดทุนล่วงหน้าไปก่อนแล้ว 1.5%

เมื่อเทียบกับหุ้นเพียง 0.08 – 0.25% เท่านั้นซึ่งถูกกว่าอย่างมาก และเรื่องสภาพคล่องถ้าเป็นหุ้นรายตัว เราสามารถขายได้ทันทีและเปลี่ยนเป็นเงินสามารถซื้อหุ้นตัวอื่นได้ทันที แต่ถ้าเป็นกองทนุรวมต้องรอระยะเวลาขายอีก ถ้ากองทุนก็อยู่ที่ประมาณ 4 – 6วันทำการ ก็อาจจะทำให้การเก็งกำไรสะดุดได้ และว่าจะคุ้มค่าธรรมเนียมก็เป็นอะไรที่ยากเช่นกัน

ดังนั้น การใช้กองทุนที่มีสิทธิลดหย่อนภาษีอย่าง  LTF หรือ  RMF แล้วถือระยะยาวแทนก็ดูเป็นอะไรที่จะเหมาะสมกว่าการใช้กองทุนเก็งกำไรในระยะสั้นๆ เพราะ กองทุนรวมมี การกระจายการลงทุน (Asset Allocation) ที่ดีแล้วนั่นเอง และการได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีก็ถือว่าเราได้กำไรตั้งแต่ตอนซื้อเลยก็ว่าได้  ซึ่งจะต่างจากที่เราเอากองทุนรวมมาเก็งกำไรสั้นๆนั่นเอง


avatar
by JK, CFP®
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon