สิทธิลาคลอด สิ่งไม่เล็กที่ผู้หญิงควรรู้

posted: 2 years ago
1,448 views
สิทธิลาคลอด สิ่งไม่เล็กที่ผู้หญิงควรรู้

comments

ยุคสมัยนี้ ไม่ใช่แค่ผู้ชายเท่านั้นที่ทำงานตัวเป็นเกลียว แต่ผู้หญิงก็เช่นกัน และในบางครั้งผู้หญิงอาจจะทำงานหนักกว่าผู้ชายเสียอีก เช่น ในทวีปยุโรป แต่เมื่อผู้หญิงเปลี่ยนสถานะมาเป็นคุณแม่ ผู้หญิงทุกคนก็จำเป็นจะต้องพิจารณาถึงสุขภาพของทั้งตัวเองและลูกน้อยในท้อง

ทว่าคุณทราบบ้างหรือไม่ ว่าที่จริงแล้วตามกฏหมายแม้แต่ในประเทศไทยเอง คุณแม่ก็สามารถลาคลอดได้ในช่วงก่อนและหลังคลอดรวมกันไม่เกิน 90 วัน โดยที่ยังคงได้รับเงินเดือนอยู่ แต่ว่ารายละเอียดจะเป็นอย่างไรบ้าง มาดูกันเลย


ควรจะลาคลอดเมื่อใด

(cc) http://www.netdoctor.co.uk/

การตั้งครรภ์ของคุณแม่ โดยปกติก็จะสร้างภาระทางร่างกายและจิตใจให้กับผู้เป็นแม่อยู่แล้ว แต่ยิ่งพอถึงเดือนท้ายๆ ของการตั้งครรภ์ ร่างกายก็จะยิ่งรับภาระหนักขึ้น

ดังนั้น ทางการแพทย์แนะนำให้คุณแม่ลาคลอดเมื่ออายุครรภ์ได้ 32 สัปดาห์ หรือประมาณ 8 เดือน แต่ถ้าคุณแม่ไม่อยากลาพักนานก็สามารถลาได้ก่อนวันกำหนดคลอด 1 – 2 สัปดาห์ครับ


สิทธิสำหรับคุณแม่ที่ประกอบอาชีพรับราชการ

(cc) http://www.huffingtonpost.com/
  • สามารถลาคลอดได้ 90 วันโดยไม่จำเป็นต้องมีใบรับรองแพทย์
  • สามารถรับเงินเดือนได้ตามปกติ 90 วัน 
  • โดยเงินส่วนดังกล่าวในส่วน 45 วันแรกจะได้รับจากส่วนราชการ ส่วนอีก 45 วันหลังจะได้รับจากสำนักงานประกันสังคม
  • สิทธิลากิจเพื่อไปเลี้ยงดูบุตรได้อีก 150 วัน แต่ในส่วนนี้จะไม่ได้รับเงินเดือนครับ

นอกจากนี้ คุณแม่ที่รับราชการยังสามารถเบิกเงินช่วยเหลือคลอดบุตรได้ ครั้งละ 400 บาท พร้อมเงินสวัสดิการบุตรด้วยชอบอีก 50 บาท ต่อบุตรหนึ่งคน ไม่เกินสามคน จนกว่าบุตรจะมีอายุ 18 ซึ่งยังไม่รวมค่ารักษาพยาบาลที่สามารถเบิกเป็นกรณีพิเศษได้อีกด้วยครับ


สิทธิสำหรับคุณแม่ที่ประกอบอาชีพในบริษัทเอกชน

(cc) https://www.ushealthworks.com/
  • สามารถลาคลอดได้ 90 วัน โดยไม่จำเป็นต้องมีใบรับรองแพทย์
  • ได้รับสิทธิค่าทำคลอดบุตรแบบเหมาจ่าย 13,000 บาท
  • สิทธิรับเงินช่วยเหลือการหยุดงานเพื่อคลอดบุตร ซึ่งนายจ้างจะเป็นผู้จ่ายให้ 45 วันแรก ในขณะที่อีก 45 วันประกันสังคมจะเป็นผู้จ่าย
  • เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตรในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย เป็นเวลา 90 วัน (คิดจากฐานค่าจ้างที่นำส่งประกันสังคม ฐานสูงสุดไม่เกินเดือนละ 15,000 บาท)

สิทธิสำหรับคุณแม่ที่ประกอบอาชีพรัฐวิสาหกิจ

(cc) http://www.glamour.com/
  • รับสิทธิลาคลอด 60 วันโดยยังคงได้รับเงินเดือนตามปกติ
  • สามารถเบิกเงินช่วยเหลือการคลอดบุตรได้ครั้งละ 400 บาท
  • สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลเพิ่มได้ พร้อมเงินช่วยเหลือบุตรจำนวน 50 บาท ต่อคนต่อเดือน
  • นอกจากนี้ยังสามารถลากิจเพื่อเลี้ยงดูบุตรเพิ่มเติมได้ แต่ลาได้ไม่เกิน 30 วัน และจะไม่ได้รับเงินเดือนในส่วนนี้ครับ

สำหรับคุณแม่ที่ประกอบอาชีพอิสระ

  • สิทธิโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค
  • เข้ารับบริการสร้างภูมิคุ้มกันโรคของเด็กฟรี หรือ 30 บาท (สำหรับการคลอดบุตรไม่เกินสองครั้ง)

สิทธิการทำงานในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย

(cc) https://ph.theasianparent.com/

หากคุณแม่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่อาจมีความเสี่ยงต่อบุตรในท้อง เช่น ทำงานที่ต้องยกของหนัก ทำงานในชั้นสูง ต้องขึ้นหรือลงบันไดบ่อยครั้ง คุณแม่ก็มีสิทธิที่จะขอย้ายแผนกหรือโต๊ะทำงานชั่วคราวไปในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยกว่า ซึ่งกรณีนี้ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ครับ  

นอกจากนี้ กฏหมายยังคุ้มครอง ห้ามไม่ให้นายจ้างสามารถจ้างคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ทำงานในช่วงระหว่าง 22.00 – 06.00 น. อีกด้วย


สิทธิสงเคราะห์บุตร

(cc) https://www.usnews.com/

หากคุณแม่ได้จ่ายเงินสมทบสงเคราะห์บุตรมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน ก็จะได้รับสิทธิรับ เงินสงเคราะห์บุตร เหมาจ่ายเดือนละ 350 บาท ต่อบุตรหนึ่งคน ตั้งแต่แรกเกิดจนครบหกปีบริบูรณ์ ยกเว้นกรณีบุตรบุญธรรม และในกรณีที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ซึ่งในกรณีหลังสามารถดำเนินการให้เป็นบุตรชอบด้วยกฏหมายได้ด้วยสามวิธีดังนี้ครับ

  1. บิดาจดทะเบียนสมรสกับมารดาของบุตร
  2. บิดาจดทะเบียนรับรองบุตร
  3. ยื่นคำร้องต่อศาล ให้ศาลมีคำพิพากษาว่าเป็นบุตร

อย่างไรก็ตามคุณแม่ควรจะทราบว่าในสิทธิ์การลาคลอด 90 วันนั้น จะนับรวมวันหยุดราชการด้วยครับ และคุณพ่อเองก็สามารถที่จะขอลาไปดูแลภรรยาได้ 15 วันเช่นกัน และยังคงได้รับเงินเดือนตามปกติอีกด้วย แต่ทั้งนี้ก็เฉพาะข้าราชการและลูกจ้างราชการเท่านั้น ในกรณีของภาคเอกชนหรือองค์กรอื่น ๆ จะแตกต่างกันออกไปครับ

                                                                    เรื่องประกันชีวิต rabbit finance ที่เดียว

ขอบคุณข้อมูลจาก: dumex


avatar
by Rthorns
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon