อาการ “ปวดหัว” สัญญาณบ่งบอกโรคร้ายที่ชวนให้เวียนหัว

posted: 1 year ago
อาการ “ปวดหัว” สัญญาณบ่งบอกโรคร้ายที่ชวนให้เวียนหัว

comments

อาการปวดหัว” ที่เรามักพบเจออยู่ตลอดเวลา เป็นอาการตอบสนองทางร่างกายต่อสิ่งเร้าที่มักเกิดขึ้นกับบริเวณศีรษะและคอ ซึ่งอาจเป็นอาการของหลายๆ ภาวะที่เกิดกับศีรษะและคอ

เนื่องจากเนื้อเยื่อสมองไม่สามารถรับรู้ความเจ็บปวด และไม่มีตัวรับรู้ความรู้สึกเจ็บปวด ดังั้น อาการปวดหัวส่วนใหญ่เกิดจากความผิดปกติของอวัยวะอื่นๆ รอบๆ สมองที่สามารถรับรู้ความเจ็บปวดได้นั่นเอง


อาการบ้านหมุน

อาการ “ปวดหัว” สามารถบอกอะไรเราได้บ้าง ?

แม้อาการปวดหัวที่เราพบเจอทั้งจากตัวเองและคนใกล้ตัว จะให้ความรู้สึกเจ็บปวดคล้ายๆ กัน แต่ในความเป็นจริงแล้วอาการปวดหัวมีรูปแบบที่แตกต่างกัน ทั้งในเรื่องของความรู้สึก ความรุนแรง ตำแหน่งที่เกิดอาการปวด รวมไปถึงสาเหตุของอาการปวดหัวด้วย ดังนั้น วิธีการรับมือและรักษาอาการปวดหัวจึงแตกต่างกันออกไป

เรามาดูกันว่าอาการปวดหัวแต่ละรูปแบบ มีสาเหตุมาจากอะไร เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงโรคร้ายหรือไม่ และเราจะมีวิธีรักษาอาการปวดหัวนี้อย่างไร?

 

4 อาการปวดหัวที่คุณจะเจอบ่อยๆ 

  • อาการปวดหัว “ข้างเดียว”

การปวดหัวข้างเดียวจะมีลักษณะอาการปวดหัวเพียงด้านใดด้านหนึ่งของศีรษะ และอาจจะมีการย้ายข้างความเจ็บปวดร่วมด้วย แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมีอาการปวดเพียงข้างเดียวของศีรษะ

ปวดหัวข้างเดียวมักจะปวดบริเวณขมับ และให้ความรู้สึกจะปวดตุบๆ ตามจังหวะชีพจร บางกรณีมักจะปวดมากขึ้นเมื่อขยับร่างกาย และมีอาการรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ แถมยังมีปวดที่ด้านหลังดวงตาอีกด้วย 

อาจมีอาการไวต่อแสงและเสียง และอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วยเป็นบางครั้ง อาการปวดหัวรูปแบบนี้ มักมีสาเหตุมาจากโรคไมเกรน ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคที่สร้างความทรมานให้กับผู้ป่วยทั่วโลกมากกว่าร้อยละ 10

ในประเทศไทยพบว่า มีสถิติของผู้ป่วยไมเกรนมากกว่าร้อยละ 17 และพบมากในผู้หญิง การรักษาของอาการปวดหัวรูปแบบนี้คือ เข้ารับการรักษากับแพทย์เท่านั้น เพราะการทานยาแก้ปวดธรรมดาอย่างพาราเซตามอล มักใช้ไม่ได้ผลกับการปวดหัวแบบไมเกรน


 

อาการบ้านหมุน

  • อาการปวดหัว “ตื้อๆ หนักๆ”

การปวดหัวตื้อๆ หนักๆ จะมีลักษณะอาการปวดหัวที่บริเวณขมับ หน้าผาก กลางศีรษะ และท้ายทอย

โดยจะเริ่มปวดที่ด้านหลังของศีรษะและคอแล้วเรื่อยลงไปที่ไหล่ หรืออาจจะปวดจากไหล่ขึ้นมาหาศีรษะ ซึ่งอาการปวดหัวตื้อๆ หนักๆ จะมีอาการยาวนานกว่าครึ่งชั่วโมงไปจนถึงหลายวัน

ในบางกรณีอาจปวดนานติดต่อกันทุกวันเป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือน หรือมีอาการเป็นๆ หายๆอาการปวดตื้อๆ หนักๆ สามารถเกิดได้ทั้ง

  1. ตื่นนอน
  2. ช่วงเวลาบ่าย
  3. หลังจากที่โหมงานมาอย่างหนัก
  4. มีเรื่องให้วิตกกังวล

โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวตื้อๆ หนักๆ คือ “ความเครียด”

การปวดหัวตื้อๆ หนักๆ อาจจะบรรเทาได้ด้วย ยาแก้ปวดหัว แบบธรรมดา แต่หากว่าคุณปวดหัวต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน ก็ควรเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ เพื่อที่จะช่วยให้คุณสามารถดูแลตัวเอง และปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม


ปวดฟัน
ขอบคุณภาพจาก 2.bp.blogspot.com
  • อาการ “ปวดหัวหรือปวดฟัน”

หลายครั้งที่เรามักมีอาการปวดที่บริเวณแนวกรามและขากรรไกร จนลามไปถึงการปวดที่ศีรษะทั้งสองข้าง หรือปวดรอบๆ บริเวณดวงตา อาการเหล่านี้เลยทำให้เราเข้าใจผิดว่า เป็นสาเหตุหนึ่งอาการปวดหัว แต่ในความเป็นจริงแล้วทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพฟัน เพราะว่า

  1. ฟัน
  2. ข้อต่อกรรไกร
  3. กล้ามเนื้อบดเคี้ยว
  4. กล้ามเนื้อคอ
  5. บริเวณกล้ามเนื้อไหล่

มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน จึงมีส่วนทำให้เรามีอาการปวดหัวได้ หากคุณมีปัญหาเรื่องการสบฟันที่ผิดปกติ ทั้งฟันเก, ฟันล้ม หรือฟันถูกถอนออกไป เลยต้องเคี้ยวข้างเดียว ทำให้เกิดปัญหาความไม่สมดุลในการทำงานของกล้ามเนื้อ เพราะทำงานหนักเพียงข้างเดียว

เมื่อทุกอย่างดึงและรั้งมากเกินไป จึงนำไปสู่การเปลี่ยนมาเป็นอาการปวดหัวแทน อาการปวดแบบนี้เรียกว่าเป็น “อาการปวดแบบส่งต่อ” หรือ “Referred Pain” คือ ต้นตอการปวดอยู่ที่หนึ่ง แต่จะไปรู้สึกมีอาการปวดอีกที่หนึ่ง

เพราะฉะนั้น การแก้ปัญหาของอาการนี้ จึงไม่สามารถทานยาแก้ปวดได้เพียงอย่างเดียว แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่ถูก และการขอเข้ารับการปรึกษาทันตแพทย์โดยตรง เพื่อตรวจภายในช่องปากและทำการรักษาต่อไป


 

อาการปวดหัว

  • อาการปวดหัว “หน่วงๆ ที่หน้าผากและกระบอกตา”

การปวดหัวหน่วงๆ ที่หน้าผากและกระบอกตา รวมถึงโหนกแก้ม ในบางกรณีอาจจะรู้สึกคล้ายปวดฟันซี่บน หรือมีอาการมึนศีรษะร่วมด้วย โดยอาการปวดนี้มักจะเป็นมากขึ้นในช่วงเช้าหรือบ่าย หรือขณะที่เราก้มศรีษะหรือเปลี่ยนท่า อาการปวดหัวในลักษณะนี้ มักมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น

  1. อาการหวัดคัดจมูก
  2. น้ำมูกไหลนานต่อเนื่อง
  3. ไอติดต่อกัน
  4. ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น

อาการทั้งหมดนี้สามารถบ่งชี้ได้ว่าเป็นอาการของ “ไซนัสอักเสบ “

ควรรีบไปพบแพทย์ในทันทีค่ะ ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและเพียงพอแล้ว อาจทำให้อาการรุนแรงจถึงขั้นเป็น ริดสีดวงจมูก หรือมีการอักเสบติดเชื้อเป็นหนองในไซนัสได้

โดยอาการไซนัสอักเสบบางชนิดสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่บางชนิดแม้จะรักษาหายแต่ก็มีโอกาสสูงที่จะกลับมาเป็นใหม่ได้อีก ทางที่ดีคุณควรปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ และอย่าปล่อยให้เป็นจนถึงขั้นเรื้อรังเลยค่ะ 

“อาการปวดหัว” ทั้งหมดนี้ แม้จะเป็นอาการที่ส่งผลให้เรารู้สึกเจ็บปวดไม่มาก แต่ก็เป็นต้นเหตุที่นำไปสู่ ปัญหาสุขภาพอย่างโรคร้ายต่างๆ ดังนั้น การดูแลรักษาสุขภาพ และหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหัว ก็จะช่วยให้คุณหลุดพ้นจากความทรมาน และความน่ารำคาญจากอาการปวดหัวได้ค่ะ 


avatar
by wacheese
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon