ตรวจสุขภาพ ประจำปี ตรวจอะไรเพิ่มเติมดีนะ?

posted: 3 months ago
ตรวจสุขภาพ ประจำปี ตรวจอะไรเพิ่มเติมดีนะ?

comments

กลางปีกันแล้ว ทุกคนได้ทำตามแพลนของปี 2019 ไว้ถึงไหนบ้างแล้ว?   ถ้ายังไม่ทำ เริ่มต้นตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไปนะ แน่นอนว่ารวมถึงเรื่องตรวจสุขภาพประจำปีด้วย ว่าแต่จะตรวจอะไรเพิ่มเติมบ้าง? ตามไปดูกันเลย 

ตรวจสุขภาพประจำปี

ตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจอะไรเพิ่มเติมดีนะ?

จำเป็นไหม? ต้องตรวจสุขภาพกันทุกปี

นั่นสิ ทำไมคนเราต้องตรวจสุขภาพประจำปีด้วยนะ? ไม่ตรวจได้หรือเปล่า? ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า การตรวจสุขภาพ คือ การตรวจร่างกายในภาวะที่เราเป็นปกติ ไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยใด ๆ เพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยง และภาวะผิดปกติ ซึ่งจะนำไปสู่แนวทางการรักษา หรือป้องกันการเกิดโรคร้าย ๆ ในอนาคต

เช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม, การหาปัจจัยเสี่ยง, การหาจุดตั้งต้นของโรค ทำให้รักษาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยเฉพาะโรคเรื้อรัง อย่าง โรคเบาหวาน ไขมันอุดตัน โรคความดันโลหิตสูง มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก ซึ่งหากตรวจพบโรคในระยะแรก ๆ ความรุนแรงหรือการลุกลามของโรคก็จะลดน้อยลง

ดังนั้น การตรวจสุขภาพจึงไม่ใช่แค่ตรวจเพื่อใช้ในการทำประกันสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยดูแลสุขภาพอีกด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ หากเป็นไปได้ก็ควรตรวจเป็นประจำสม่ำเสมอในทุกปี

ตรวจสุขภาพ ประกันสุขภาพ

ตรวจแค่พื้นฐานกลัวไม่พอ ตรวจอะไรเพิ่มดีนะ ?

โดยปกติแล้ว โปรแกรมตรวจสุขภาพทั่วไปก็มักจะลิสต์สิ่งที่ทุกคนควรจะตรวจไว้ให้อยู่แล้ว การลิสต์รายการตรวจเพิ่มเติมส่วนมากจะเป็นการตรวจให้ละเอียด เจาะลึกเฉพาะทาง เฉพาะโรคที่ต้องการตรวจมากขึ้น หรือใครที่มีอาการผิดปกติก็อาจจะตรวจเจาะจงปัจจัยที่เกิดขึ้นในช่วงอายุ หรือเพศ ให้มากขึ้นเพื่อหาทางป้องกัน

ตรวจสุขภาพ สำหรับ อายุ 18 – 25 ปี

สำหรับวัยรุ่นตั้งแต่อายุ 18 ปี ขึ้นไป การตรวจสุขภาพจะไม่ใช่เพียงแค่เช็กเรื่องวัคซีนที่ฉีด น้ำหนัก ส่วนสูง อีกต่อไป แต่จะตรวจหลาย ๆ อย่างที่ซับซ้อนขึ้น เพื่อใช้วิเคราะห์ความเสี่ยง และแนวโน้มการเกิดโรคในอนาคต เพราะวัยนี้ยังมีสุขภาพที่ดี และแข็งแรง แต่ก็ไม่ควรประมาท หากรู้สึกว่าร่างกายผิดปกติก็สามารถขอคำแนะนำตรวจโรคแยกเฉพาะเพิ่มเติมได้เช่นกัน

  • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) เป็นการตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ซึ่งจะช่วยในการตรวจคัดกรองภาวะโลหิตจาง รวมทั้งอาจตรวจพบความผิดปกติอื่น ๆ เช่น เม็ดเลือดหรือเกล็ดเลือดผิดปกติ เริ่มตรวจได้ตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป 
  • ถ่ายภาพรังสีทรวงอก (Chest x-ray) เป็นการตรวจหาวัณโรค โรคปอดเรื้อรังบางชนิด หรือรอยโรคผิดปกติอื่น ๆ ในปอด สามารถตรวจได้ตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป  แต่จะเหมาะกับเฉพาะคนที่มีความเสี่ยง เช่น คนที่ไอเรื้อรัง เจ็บหน้าอก หรือมีอาการสงสัยว่าป่วยเป็นวัณโรค และมะเร็งปอด สำหรับใครที่ไม่เข้าข่ายก็ไม่จำเป็นต้องตรวจ 
  • ตรวจระดับไขมันในเลือด สำหรับการตรวจนี้จะเริ่มต้นตรวจได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป และควรตรวจระดับไขมันซ้ำในทุก 5 ปี เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ตรวจวัดระดับกรดยูริก เพื่อช่วยประเมินระดับกรดยูริกซึ่งอาจมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคเกาต์หรือนิ่วกรดยูริก (ตรวจเฉพาะคนที่มีอาการปวดข้อ มีอาการข้ออักเสบ หรือข้อพิการ ซี่งสุ่มเสี่ยงเป็นโรคเกาต์เท่านั้น)
  • ตรวจการทำงานไตและตับ เพื่อเช็กสมรรถภาพการทำงานของไตและตับ ว่ายังทำงานได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่ 

ตรวจสุขภาพอะไรดี

ตรวจสุขภาพ สำหรับอายุ 26 – 39 ปี

สำหรับวัยนี้จะตรวจเฉพาะทางเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะคนอายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งนับว่าเป็นอีกช่วงรอยต่อของสุขภาพที่กำลังปรับเปลี่ยน บางคนอาจจะยังแข็งแรงดี แต่บางคนกลับป่วยบ่อย ถือเป็นวัยที่เราต้องหันมาใส่ใจกับสุขภาพตัวเองมากขึ้น

  • ตรวจเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBsAg) เฉพาะคนที่เกิดก่อนปี พ.ศ. 2535 (เมื่อนับเวลาปัจจุบัน คือ คนที่อายุ 27 ปี ขึ้นไป) ควรได้รับการตรวจเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBsAg) โดยตรวจเพียงครั้งเดียว หากตรวจแล้วไม่ต้องตรวจซ้ำอีก
  • ตรวจเต้านม สำหรับผู้หญิงในช่วงอายุ 30 – 39 ปี ควรได้รับการตรวจเต้านมทุก ๆ 3 ปี และเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจเต้านมเป็นประจำทุกปี
  • ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เหมาะสำหรับผู้หญิงอายุ 30 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจคัดกรองด้วย Pap’s smear ทุก 3 ปี หรือวิธีป้ายหาความผิดปกติโดยใช้กรดอะซิติก (VIA) ทุก 5 ปี  หากมีอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรตรวจด้วยวิธี Pap’s smear แม้ว่าจะเคยหรือไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ก็ตาม
  • ตรวจระดับน้ำตาลและตรวจไขมันในเลือด จะเหมาะกับอายุ 35 ปีขึ้นไป และควรได้รับการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดทุก 3 ปี เพื่อช่วยตรวจกรองความเสี่ยงโรคเบาหวาน 

ตรวจสุขภาพ เอ็กซ์เรย์

ตรวจสุขภาพ สำหรับอายุ 40 – 59 ปี 

ช่วงวัยกลางคน หลายคนอาจจะชัดเจนในเรื่องโรคภัย และความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าเป็นอีกช่วงวัยที่ไม่ควรประมาท และอาจจะมีโรคต่าง ๆ แทรกซ้อนเพิ่มขึ้นได้ง่าย ลองมาดูกันว่าควรตรวจเพิ่มเติมในส่วนไหนบ้าง

  • ตรวจตา สำหรับใครที่มีอายุตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจวัดสายตาและตรวจคัดกรองโรคต้อหิน ภาวะความดันลูกตาสูง และความผิดปกติอื่น ๆ โดยทีมจักษุแพทย์ อย่างน้อย 1 ครั้ง แต่ถ้าใครมีปัญหาสายตา ควรทำการตรวจสายตาทุก 2 ปี หรือบ่อยกว่านั้น (รวมถึงขยับช่วงอายุในการตรวจด้วย) 
  • ตรวจอุจจาระ เหมาะสำหรับบุคคลที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยการตรวจนี้จะช่วยคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง ปีละ 1 ครั้ง
  • ตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (EST) เหมาะสำหรับผู้ชายอายุ 55 ปีขึ้นไป การตรวจนี่จะเป็นการทดสอบการทำงานของหัวใจขณะออกกำลังกาย เพื่อเช็กภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดนั่นเอง

ตรวจสุขภาพประจำปี

ตรวจสุขภาพ สำหรับ อายุ 60 ปีขึ้นไป

วัยนี้จะถูกนับเป็นวัยสูงอายุ ทำให้การตรวจสุขภาพบางอย่างต้องปรับเปลี่ยนเพิ่มเติม บางอย่างต้องตรวจถี่ขึ้น ในขณะที่บางอย่างต้องขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ว่าต้องตรวจเพิ่มเติมไหม

  • ตรวจมวลกระดูก (BMD) เป็นการตรวจเพื่อหาภาวะของกระดูกพรุน ทำให้กระดูกขาดความแข็งแรง และแตกหักได้ง่ายแม้เกิดอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย โดยการตรวจ เราจะแนะนำที่ ผู้หญิงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป และผู้ชายอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป หากมีปัจจัยเสี่ยง ให้ขยับระยะเวลาตรวจได้ก่อนอายุ 50 ปี
  • ตรวจระดับครีอะทินีน (Creatinine) หากอายุ 60 ปี ขึ้นไป ควรตรวจทุกปี เพื่อประเมินภาวะการทำงานของไตว่าปกติดีหรือไม่
  • ตรวจเต้านม ผู้หญิงสามารถตรวจได้ทุกปี ถึงวัย 60-69 ปี หากอายุ 70 ปีขึ้นไป ควรตรวจตามความเหมาะสม ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์
  • ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ควรได้รับการตรวจคัดกรองด้วยวิธี Pap smear ทุก ๆ 3 ปี ส่วนหญิงสูงวัยอายุ 65 ปีขึ้นไป ควรตรวจตามความเหมาะสม ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์
  • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)  หากอายุ 70 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจทุกปี เพื่อเช็กว่าเม็ดเลือดสมบูรณ์ดีหรือไม่ ป้องกันภาวะเม็ดเลือดทำงานผิดปกติ

ประกันสุขภาพ ตรวจสุขภาพ

ทุกเพศ ทุกวัย

นอกจากนี้ ยังมีรายการอื่น ๆ ที่คุณควรตรวจเพิ่มเติมไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ เพราะมีการใช้งานและเสื่อมไปตามอายุ เช่น

  • ตรวจสุขภาพช่องปาก ควรพบทันตแพทย์ปีละ 1-2 ครั้ง ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม เพื่อเช็กฟัน เหงือก ลิ้น และกระพุ้งแก้ม
  • ตรวจประเมินสุขภาพจิต ข้อนี้สามารถทำได้ทุกช่วงอายุ เพื่อประเมินทุกความเสี่ยงทั้งเรื่องความเครียด การติดเหล้า สารเสพติดอื่น ๆ รวมไปถึงการประเมินสุขภาพจิตด้วย 
  • ตรวจหู จะเป็นการตรวจการได้ยิน โดยเริ่มต้นตรวจได้ตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และตรวจซ้ำในทุกปีเพื่อเช็กสภาพการได้ยิน และสภาพของหู หากพบความผิดปกติจะได้รักษาทันท่วงที
  • ตรวจหาเชื้อ HIV สำหรับใครที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง มีแฟนหรือคู่แต่งงานแล้ว ควรแวะเวียนไปตรวจสม่ำเสมอ หรือตรวจโรคเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ก็ได้เช่นกัน

และสำหรับใครที่ยังกังวลเรื่องสุขภาพ การทำประกันสุขภาพเองก็ช่วยแบ่งเบาภาระค่าดูแลรักษาพยาบาลต่าง ๆ ให้อีกด้วย และถ้าไม่รู้จะไปค้นหา หรือ เปรียบเทียบข้อมูลจากไหน ก็นี่เลย ประกันสุขภาพ จาก rabbit finance ที่มีมากมายหลายบริษัท ให้คุณเลือกเข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง


avatar
by คะน้าใบเขียว
นักเขียนรุ่นไฮบริด ผู้ไม่คุ้นชินกับมักเกิ้ล ชอบกลางคืน มีความสุขเป็นพิเศษถ้าได้กินแซลมอน และผูกมิตรได้ด้วยของกินอร่อยๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon