ฝุ่น PM 2.5 ให้อะไรกับร่างกายของเราบ้าง

posted: 2 สัปดาห์ที่แล้ว
ฝุ่น PM 2.5 ให้อะไรกับร่างกายของเราบ้าง

comments

ขณะนี้คนไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ชุดใหญ่ที่ปกคลุมไปทั่วทั้งประเทศ โดยเฉพาะในเขตเมืองหรือเขตที่มีไซต์งานก่อสร้างก็ยิ่งมีปริมาณฝุ่นค่อนข้างหนา ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคนเราเป็นอย่างมาก

ถึงฝุ่นจะเยอะแค่ไหน แต่คนเราก็ยังคงต้องออกมาใช้ชีวิตข้างนอกบ้าน ด้วยภาระ หน้าที่การงานต่าง ๆ ซึ่งการออกมาเผชิญหน้ากับฝุ่นนั้น ให้อะไรกับเราหลายอย่างมากจริง ๆ โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพ


ฝุ่น PM 2.5

ฝุ่น PM 2.5 ให้อะไรกับร่างกายของเราบ้าง

  • โรคหอบหืด

โรคหอบหืด เป็นโรคที่เกิดได้ทั้งจากการติดต่อทางพันธุกรรม และจากปัจจัยแวดล้อม เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุหลอดลม ร่วมกับภาวะผิดปกติของหลอดลมที่จะไวต่อสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ มากกว่าปกติ เมื่อสัมผัสกับสิ่งกระตุ้นจะมีการหดเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณหลอดลม ผนังหลอดลมบวมและสร้างเสมหะมากขึ้น หลอดลมจึงตีบลงและทำให้หายใจลำบาก และมีอาการเหนื่อยหอบแม้ไม่ได้ผ่านการออกแรงหนัก ๆ มา

สิ่งกระตุ้นที่อาจส่งผลต่อร่างกายจนทำให้ป่วยเป็นหอบหืดได้นั้นมีหลากหลายประเภท ซึ่งฝุ่น PM 2.5 ก็เป็นตัวการที่จะเข้าสู่ร่างกายและไปรบกวนระบบทางเดินหายใจจนกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืดได้

อาการหอบหืดจะทำให้ผู้ป่วยมีเสมหะ ไอ รู้สึกแน่นหน้าอก หากมีอาการไออย่างต่อเนื่องหรือหอบนาน ๆ แสดงว่ากำลังเข้าขั้นน่าเป็นห่วงแล้ว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางการรักษา เพราะถ้าปล่อยให้อาการหนักขึ้นจนถึงขั้นรุนแรงอาจส่งผลถึงชีวิตได้


  • โรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ลักษณะของอาการคือร่างกายจะมีการตอบสนองอย่างรุนแรงเมื่อสัมผัสกับสิ่งเร้าที่ร่างกายต่อต้าน เช่น ฝุ่น, เกสรดอกไม้, อาหารประเภทต่าง ๆ ฯลฯ อาการของคนที่มีภาวะภูมิแพ้จะแตกต่างกันออกไปตามสภาพร่างกาย บางคนเป็น ๆ หาย ๆ บางคนอาการค่อนข้างหนัก หรือบางคนอาจแสดงอาการแค่ตอนเด็ก ๆ เมื่อโตขึ้นแล้วไม่แสดงอาการ

อาการของคนที่เป็นโรคภูมิแพ้คือจะมีอาการไอ จาม น้ำมูกไหล รู้สึกคันบริเวณผิวรอบดวงตา คันตามผิวหนัง หรือผิวหนังแห้งลอก บางรายอาจมีอาการหอบ แน่นหน้าอกร่วมด้วย

โดยปกติร่างกายของคนที่เป็นโรคภูมิแพ้จะไม่ถูกกับพวกฝุ่นละอองอยู่แล้ว ยิ่งมีปัญหาฝุ่น PM 2.5 เข้ามาเพิ่มอีก ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเจ็บป่วยให้มากขึ้น เพราะพวกฝุ่นละอองขนาดเล็ก ๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศนั้นประกอบไปด้วยสารพิษ จึงก่อให้เกิดอาการระคายเคืองในจมูก และทำให้หายใจไม่สะดวก ไอ จาม น้ำมูกไหลอย่างต่อเนื่อง จนอาจรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้



ฝุ่น PM 2.5

  • ผื่นแพ้ โรคเกี่ยวกับผิวหนัง

เป็นโรคที่มีความเกี่ยวเนื่องกับอาการภูมิแพ้ แต่จะแสดงอาการออกมาทางผิวหนัง ทั้งบนผิวหน้าและตามลำตัว ซึ่งทำให้ใช้ชีวิตลำบากขึ้นและสูญเสียความมั่นใจ

เนื่องจากฝุ่น PM 2.5 นั้นประกอบไปด้วยสารโลหะหนักที่เป็นพิษ และร่างกายไม่สามารถทำลายหรือป้องกันได้ไหวหากได้รับเข้ามาในปริมาณที่สูงมาก เมื่อสัมผัสกับผิวหนังจึงทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังและเกิดอาการผื่นคัน ลมพิษ

ด้วยความที่ประเทศไทยของเราเป็นเมืองร้อน การสวมใส่เสื้อผ้าเพื่อปกติร่างกายทุกส่วนอยู่ตลอดเวลาก็คงจะไม่สะดวกนัก โดยเฉพาะคนที่มีภูมิต้านทานต่ำหรือมีพื้นฐานเป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้วก็จะเสี่ยงต่อการเกิดผื่นแพ้จากฝุ่น PM 2.5 ได้มากกว่าคนอื่นด้วย


  • สารพิษปนเปื้อนในอาหาร

ตั้งแต่มีการรายงานข่าวเกี่ยวกับวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ก็ได้สร้างความตื่นตัวให้กับประชาชนจำนวนมาก และหาวิธีป้องกันตัวเองจากฝุ่น เช่นการสวมใส่หน้ากากอนามัย หรือการหมั่นทำความสะอาดร่างกาย, สิ่งของเครื่องใช้ให้บ่อยมากขึ้น แต่อาจหลงลืมไปว่ายังมีอีกที่หนึ่งที่ฝุ่นจะลงไปปนเปื้อนได้ นั่นก็คือในอาหารนั่นเอง

รู้ไหมว่า อาหารที่วางขายอยู่ตามข้างทางที่เรามักจะซื้อมาทานกันเป็นประจำ อาจมีการปนเปื้อนกับฝุ่น PM 2.5 รวมถึงฝุ่นละอองจากควันรถยนต์, หินปูนจากไซต์งานก่อสร้าง โดยเฉพาะอาหารที่วางขายไว้ทั้งวัน ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะปนเปื้อนฝุ่นพิษพวกนี้ในปริมาณที่สูงขึ้น

ซึ่งการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนฝุ่นพิษเข้าไปในปริมาณมาก ๆ ฝุ่นพวกนี้อาจเข้าไปอุดตันการลำเลียงโลหิตเข้าสู่สมองหรือหัวใจ หากมีการสะสมร่างกายปริมาณมากอาจก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ รวมทั้งโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เพราะบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนฝุ่นพิษเข้าไปอีกด้วย

 

ฝุ่น PM 2.5

  • บดบังสายตา

ข้อนี้อาจไม่เกี่ยวกับสุขภาพ แต่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของหลาย ๆ คน เพราะการที่มีฝุ่นหนาปกคลุมอยู่ทั่วทั้งเมืองนั้นเป็นการบดบังทัศนวิสัยในการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะแถบใจกลางเมืองที่มีรถยนต์สัญจรผ่านค่อนข้างมากในแต่ละวัน

ซึ่งการที่มีปริมาณฝุ่นปกคลุมแบบนี้ จะไปบดบังทัศนวิสัยในการขับรถ ทำให้มองเห็นในระยะที่สั้นลง และมองไม่เห็นวัตถุที่อยู่ระยะไกล จึงทำให้ขับขี่ได้ช้าลง และยังเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์มากขึ้นอีกด้วย

แม้จะไม่ได้ขับรถ แต่คนที่เดินอยู่ริมถนนก็มีความเสี่ยงที่จะประสบอุบัติเหตุจากรถยนต์ที่ขับขี่อย่างไม่ระมัดระวังได้เช่นกัน เพราะฉะนั้น ทั้งคนที่ใช้รถใช้ถนนและคนที่เดินริมฟุตปาธก็ควรเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นและมีสติเมื่อเดินทาง เพื่อความปลอดภัย

 แม้ว่าปัญหาฝุ่นจะหนักขนาดนี้ และยังไม่เห็นแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมจากทางรัฐบาล ประชาชนอย่างเราก็ต้องป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยกันไปก่อน เพราะในอากาศมีสิ่งอันตรายมากกว่าที่คิด แล้วทำประกันสุขภาพเอาไว้ เพื่อรับความคุ้มครองในยามเจ็บป่วย ไม่ว่าจะโรคจากฝุ่นหรือโรคอื่น ๆ ก็ดูแลคุณได้เช่นกัน ด้วยความห่วงใยจาก rabbit finance


avatar
by IN-Wsible
Related stories
loading icon