ฉอดยังไง ไม่ให้โดนแหกในโลกอินเตอร์เน็ต

posted: 1 month ago
ฉอดยังไง ไม่ให้โดนแหกในโลกอินเตอร์เน็ต

comments

โลกอินเตอร์เน็ต คือพื้นที่ที่ให้คุณได้แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี บางคนอาจจะใช้โอกาสนี้ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้ บางครั้งก็ใช้ในการแก้เรื่องเข้าใจผิด แก้องค์ความรู้ผิด ๆ แต่ในบางครั้งหลายคนก็อาจจะแลกเปลี่ยนกันเลยขอบเขตกันไปหน่อย จนกลายเป็นวลียอดฮิตช่วงนี้อย่างคำว่า “ฉอด” และ “แหก”

แต่ฉอดยังไงถึงไม่โดนแหก ฉอดอย่างมีคุณภาพ ได้ประโยชน์ ให้ความรู้ ไม่ใช่กลายเป็น “ไซเบอร์บูลลี่” หรือกลายร่างเป็นแค่ “เกรียนคีย์บอร์ด” ที่คอยบั่นทอนสุขภาพจิตตัวเองและชาวบ้านไปวัน ๆ ว่าแต่จะทำยังไง ตาม rabbit finance มาเลยโลกออนไลน์ สุขภาพจิต

ฉอดยังไง ไม่ให้โดนแหกในโลกอินเตอร์เน็ต

ฉอดคืออะไร ทำความเข้าใจก่อน “ฉอด”

“ฉอด” หากให้ความหมายตามพจนานุกรม จะหมายถึง การพูดพร่ำอย่างเร็ว ๆ, อาการที่พูดหรือเถียงไม่หยุดปาก เราจะเห็นได้ในหลาย ๆ ประโยคอย่าง “พูดฉอด ๆ ” หรือ “เถียงฉอด ๆ ” นั่นเอง

เมื่อมาอยู่ในโลกอินเตอร์เน็ต ส่วนมากจึงให้คำนิยามที่ไม่แตกต่างกัน และย่อคำจนเหลือเพียงแค่คำว่า “ฉอด” อย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน แต่ต่างกันเล็กน้อยว่าการฉอดในโลกอินเตอร์เน็ต บางครั้งก็ใช้เหตุการณ์ที่ต้องโต้เถียงเพื่อสนับสนุนข้อเท็จจริง หรือแก้ไขความเข้าใจผิดในเรื่องนั้น ๆ 

หลัก ๆ แล้ว “ฉอด”จะใช้ไปในความหมายเชิงลบ แต่ก็มีบ้างที่ใช้ในความหมายเชิงบวก

ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้หลายคนนิยมใช้ศัพท์เหล่านี้มากขึ้น (โดยเฉพาะ SNS อย่าง ทวิตเตอร์ เหมือนกับการเริ่มต้นของคำว่า “ดราม่า” นั่นเอง) โดยเฉพาะในแง่ของการโต้เถียงต่าง ๆ ถึงเรื่องข้อเท็จจริงในเรื่องนั้น ๆ 

สุขภาพจิตในโลกออนไลน์

ทำไมคนเราถึงต้อง “ฉอด” ?

เมื่อพูดถึงการฉอด หลายคนอาจจะคิดไปถึงการโต้เถียงที่สุดแสนจะดราม่าและไร้สาระ เผลอ ๆ อาจลามปามกลายเป็นการทะเลาะใหญ่โต เสียสุขภาพจิต ล่าแม่มดอีกต่างหาก แล้วทำไมคนเรายังต้องฉอดอีกล่ะ ?

อย่างที่เราได้ให้คำนิยามศาสตร์การฉอดไว้ข้างต้น บางครั้งการฉอดนั้นถือการถกเถียงเพื่อแก้ไขข้อเข้าใจผิด หรือการฉอดเพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง หากเลือกกรองสารให้ดีจะเห็นได้ว่าหลักฐานที่ต่างฝ่ายนำมาบางอย่างนั้นมีให้ความรู้ใหม่ ๆ อยู่บ้าง (แต่ต้องเป็นหลักฐานข้อเท็จจริง ไม่ใช่การอ้างอิงที่เลื่อนลอยนะ)

แน่นอนว่าเมื่อถกเถียงเพื่อค้นหาข้อเท็จจริงแล้ว นอกจากจะได้ความรู้ใหม่ ๆ ยังช่วยแก้ความเข้าใจผิดในบางเรื่องอีกด้วย เช่น การฉอดแก้ไขความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องทางการแพทย์ โดยผู้มีประสบการณ์ หรือจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ซึ่งในไทยจะพบเห็นการฉอดเยอะ ๆ ในประเด็นของศิลปินที่มีชื่อเสียง ความเชื่อ และค่านิยมต่าง ๆ ที่มีการปลูกฝังมาเนิ่นนาน

สุขภาพจิต ที่ดี

ศาสตร์แห่งการฉอดที่ดีและโปร ต้องทำยังไงนะ?

การฉอดให้ดี ฉอดให้โปร ฉอดยังไงไม่ให้โดนแหกนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ขอแค่คุณมั่นใจจริง ๆ ในข้อมูลที่ตัวเองมีเสียก่อน ลองตรวจสอบสิว่าสิ่งที่คุณรับรู้มา หรือมีความรู้นั้นครบถ้วน รอบด้าน  และถูกต้องหรือไม่ 

นอกเหนือจากนั้นคือการยอมเปิดใจในการอ่านข้อมูลของอีกฝ่ายให้ดี และถี่ถ้วน เพราะการอ่านข้าม ๆ อ่านผ่าน ๆ หรือจับใจความไม่ได้จากสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการนำเสนอ นอกจากจะทำให้คุณดูเด๋อและแย่มากแล้ว เวลาฉอดก็มีแววจะโดนแหกกลางอากาศได้ง่าย ๆ อีกด้วย

นอกจากนี้การฉอดที่ดี คือการระลึกไว้เสมอว่าอีกฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกับหน้าจอนั่นคือคนจริง บางครั้งเราไม่เห็นหน้าตาของคู่สนทนา ทำให้บเผลอใช้คำพูดคำจาที่รุนแรงเกินไป หรือการพิมพ์ห้วน ๆ ก็อาจสร้างความเข้าใจผิดให้ผู้อ่านได้ (เนื่องจากเราเห็นแค่ตัวหนังสือ ไม่มีน้ำเสียงประกอบ)

หากอยากสื่อสารให้คนเข้าใจ แก้ไขสิ่งที่เข้าใจผิด โต้เถียงแบบปัญญาชน ก็ควรเลือกใช้คำพูดให้เหมาะสม ใช้ภาษาที่สุภาพ และหยิบยกเหตุผลที่น่าเชื่อถือมาพูด เพราะเมื่อคุณแสดงความเห็นลงในโลกออนไลน์ การไลก์ การแชร์ จะเกิดขึ้นอย่างรวมเร็วและกว้างขวาง ยากที่จะตามแก้ไข

อยากเป็นนักฉอดที่ดี ต้องมีทั้งสติ ปัญญา และกาลเทศะ

สุขภาพจิต เสีย

แล้วฉอดแบบไหนที่ไม่ควรทำ ?

การฉอดที่เราขอยกยอดให้เป็นการฉอดแย่ ๆ เลย ก็คือการฉอดที่ไม่มีหลักฐาน ข้อมูลผิดพลาด ผิดเพี้ยน แหม ลำพังเข้าใจผิดมาตลอดไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าผิดแล้วไม่ยอมรับผิด ยังจะแถและฉอดต่อไปเรื่อย ๆ แบบนี้ เราขอแสดงความเสียใจล่วงหน้าเลยว่า คุณอาจจะโดนแหกหนักกว่าเดิม

ยิ่งยุคนี้โลกเชื่อมโยงกันอย่างรวดเร็ว ใคร ๆ ก็เข้าถึงข้อมูลที่คุณแชร์ได้ และอาจมีการแชร์ต่อไปเรื่อย ๆ ถ้าคุณพลาดจนโดนโจมตี หนักเข้าก็อาจจะกลายเป็น Social Bullying ได้เลยนะคะ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับชาวโซเชียลในปัจจุบัน

การฉอดที่แย่อาจจะไม่ใช่การโต้เถียงเพื่อให้ได้มาซึ่งความจริง แต่บางครั้งเป็นการฉอดเพื่อหาเรื่องชวนทะเลาะ เพื่อโจมตีอีกฝ่าย เพื่อความสะใจ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจหากมีการใช้ภาษาที่หยาบคายเป็นหลัก ส่วนมากเน้นการโจมตีมากกว่านำหลักฐานข้อเท็จจริงมาถกกัน

นอกจากนี้ สิ่งที่คุณควรระวังที่สุดคือ ถึงแม้จะฉอดถูกต้อง ข้อมูลครบ อีกฝ่ายผิดมากแค่ไหน แต่การไล่บี้ ไล่ล่าแม่มดจนเกินพอดี เพราะไม่งั้นจากที่ฉอดดี ๆ ให้ความรู้ คุณอาจจะไม่ต่างอะไรจากเกรียนคีย์บอร์ด ที่มีคนรอขยี้ซ้ำเมื่อคุณพลาด

ไซเบอร์บูลลี่ สุขภาพจิต

ในทางกลับกัน คุณเองก็ไม่จำเป็นต้องคอยฉอดตลอดเวลาก็ได้ หากเรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องที่ผิดกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนให้สังคม ไม่ถูกใจอะไรก็ลองเลือกที่จะเลื่อนผ่านดีกว่ากระโจนลงไปคลุกวงในทุกครั้งอาจจะดีกว่า

การฉอด ถ้าให้พูดรวม ๆ แบบสรุปกันทิ้งท้าย ก็คือการโต้เถียง แลกเปลี่ยนความรู้นั่นแหละ (ในกรณีบริบทบนโลกโซเชียล) แต่ถ้าฉอดไม่ดี ฉอดแย่ ฉอดแบบข้าง ๆ คู ๆ  นอกจากจะเรียกกฐินฯจากชาวบ้านชาวช่องแล้ว เวลาที่โดนแหกก็ชวนเสียสุขภาพจิตไม่น้อยอีกต่างหาก

อย่าลืมว่าเล่นโซเชียลให้ดี คือการเล่นโซเชียลที่ไม่สร้างมลพิษให้กับจิตใจเราเอง ถ้ารู้สึกว่าร่วมวงฉอดบ่อยเกินไป เอะอะเห็นอะไรผิดใจไม่ได้ต้องออกปากฉอด หรือรู้สึกแย่มากๆ เวลาฉอดพลาด แล้วโดนแหก การถอยห่างจากลักษณะโซเชียลเหล่านี้ลงบ้างก็ดีเหมือนกัน

อย่าลืมว่า ทุกอย่างที่คุณแสดงออกบนโลกอินเตอร์เน็ต มีผู้คนจับจ้องอยู่เสมอ!

โซเชียล สุขภาพจิต

สุขภาพจิตไม่ดี ส่งผลต่อสุขภาพกายได้นะ

เพราะสุขภาพจิตที่ไม่ดี อาจะส่งต่อสุขภาพกายได้ และเพื่อความไม่ประมาท การทำประกันสุขภาพไว้จึงเป็นเรื่องที่คุณไม่ควรละเลยเหมือนเรื่องสุขภาพจิตนี่แหละ! สำหรับใครที่คิดไม่ออกว่าจะทำประกันสุขภาพที่ไหนดี ก็ต้องนี่เลย rabbit finance ที่มีประกันสุขภาพให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น 

การดูแลสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรง พร้อมใช้ชีวิต เป็นอีกหนทางช่วยสร้างสุขให้ใจเราได้ดีเลยนะคะ ยิ่งเรารู้ตัวว่าเจ็บป่วยแล้วหาทางรักษาทันท่วงที ความกังวล และความรุนแรงของโรคภัยก็จะลดลง คราวนี้คุณก็ยิ้มกว้างได้เต็มที่ เพราะไม่มีเรื่องกวนใจ


avatar
by คะน้าใบเขียว
นักเขียนรุ่นไฮบริด ผู้ไม่คุ้นชินกับมักเกิ้ล ชอบกลางคืน มีความสุขเป็นพิเศษถ้าได้กินแซลมอน และผูกมิตรได้ด้วยของกินอร่อยๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon