คอนเฟิร์ม!!! ประกันสุขภาพใช้ ลดหย่อนภาษี ได้จริงๆ แล้ว

posted: 2 years ago
1,173 views
คอนเฟิร์ม!!! ประกันสุขภาพใช้ ลดหย่อนภาษี  ได้จริงๆ แล้ว

comments

จากข่าวลือหนาหูกันมาช่วงระยะเวลาหนึ่งที่ว่า ประกันสุขภาพใช้ลดหย่อนภาษีได้  ตอนนั้นได้ข้อสรุปว่า เป็นเพียงการพูดคุยระหว่าง กระทรวงการคลัง และกรมสรรพากร ที่เห็นชอบกับนโยบายนี้ เพราะการนำประกันสุขภาพไป ลดหย่อนภาษี คือเรื่องดี เป็นการช่วย บัตรทอง หรือประกันสังคม ห้ใช้งบประมาณของประเทศน้อยลง

ล่าสุด มีข่าวดีให้ทุกคนได้ร้องไชโยกันแล้วว่า ประกันสุขภาพนำมาลดหย่อนภาษีได้แล้วจริงๆ แบบไม่ติงนัง  ไม่ใช่นโยบายฟุ้งเฟ้อที่รอความหวังแบบล้มๆ แล้งๆ สักที โดยการอนุมัติการนำประกันสุขภาพมาลดหย่อนภาษีนั้น ต้องเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ซึ่งตอนนี้ผู้ใหญ่ทั้งหลายคนเห็นพ้องต้องกัน ประกันสุขภาพจ๋า มีสิทธิ์มีเสียงเทียบเท่าประกันชีวิตสักทีนะ


ย้อนรอยเบี้ยประกันสุขภาพของพ่อแม่ ลดหย่อนภาษี  ได้

มนุษย์เงินเดือนทุกคน ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น บุคคลที่มีเงินได้ทั้ง 8 ประเภท ถ้าจำเป็นต้องหาวิธี ลดหย่อนภาษี ก็คงจะทำกัน เพราะการจ่ายภาษีประจำปีไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ ที่เสียไป แต่ด้วยหน้าที่ของบุคคลที่มีเงินได้ จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ทุกคนย่อมรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่า เงินบริจาคต่างๆ  หรือแม้แต่เงินดอกเบี้ยกู้บ้านนำมาลดหย่อนภาษีได้ แต่หลายคนน่าจะสงสัยกันว่า เบี้ยประกันสุขภาพของพ่อแม่ที่นำลดหย่อนภาษี นั้นเป็นจำนวนเท่าไหร่ มากหรือน้อยแค่ไหน มาดูพร้อมๆ กันเลย

ลดหย่อนภาษี

 เบี้ยประกันชีวิตที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้มีแต่ของเราที่เป็นผู้เสียภาษีเท่านั้น แต่เบี้ยประกันชีวิตที่ทำให้พ่อแม่ ไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ เพราะกฎหมายให้สิทธิการลดหย่อนภาษีด้วยประกันสุขภาพของพ่อแม่เท่านั้น

โดยการลดหย่อนภาษีด้วยประกันสุขภาพของพ่อแม่ที่จ่ายจริง สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดปีละไม่เกิน 15,000 บาท ถ้าคู่สมรสของเราไม่มีเงินได้ เราสามารถนำเงินเบี้ยประกันสุขภาพของพ่อแม่คู่สมรส มาหักลดหย่อนภาษีได้เหมือนกัน และตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 15,000 บาทต่อปีเช่นกัน

ใช้เบี้ยประกันพ่อแม่ตัวเอง ลดหย่อนภาษี

  • เราต้องเป็นลูกแท้ๆ ตามกฎหมาย เพราะว่าลูกบุญธรรมใช้สิทธิลดหย่อนภาษีไม่ได้
  • พ่อแม่มีรายได้ทั้งปีภาษีไม่เกิน 30,000 บาท (ย้ำว่าไม่เกิน)
  • จะพ่อหรือแม่ก็ได้ แต่ต้องอยู่ในประเทศไทยครบ 180 วันในปีภาษีนั้น

 

ลดหย่อนภาษี

ใช้เบี้ยประกันสุขภาพพ่อแม่คู่สมรส ลดหย่อนภาษี

  • คู่สมรสของเราต้องไม่มีรายได้ตลอดปีภาษี
  • คู่สมรสของเราต้องเป็นลูกแท้ๆ ตามกฎหมาย เพราะลูกบุญธรรมใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีไม่ได้
  • พ่อแม่ของคู่สมรสมีรายได้ทั้งปีภาษีไม่เกิน 30,000 บาท (ถ้าถึง 30,000 บาทถือว่าผิดเงื่อนไข)
  • จะพ่อหรือแม่ของคู่สมรสก็ได้ แต่ต้องอยู่ในประเทศไทยครบ 180 วันในปีภาษีนั้น
  • ประกันสุขภาพที่ว่า อาจเป็นประกันคุ้มครองการรักษาพยาบาลอันเกิดจากการเจ็บป่วย และบาดเจ็บ หรือชดเชยการทุพพลภาพ และการสูญเสียอวัยวะ

จะเห็นได้ว่า ประกันสุขภาพของพ่อแม่เรา และพ่อแม่ของคู่สมรสของเรา (ที่ไม่มีรายได้ประจำปี) สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้เหมือนกัน เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระการจ่ายภาษีไปอีกขั้น ซึ่งตอนนี้ ประกันสุขภาพของตัวเราเองนำมาลดหย่อนภาษีได้แล้วจริงๆ


ฟันธง ! ประกันสุขภาพ นำมา ลดหย่อนภาษี  ได้แล้ว!

หลังจากที่ย้อนรอยไปถึงเรื่องประกันสุขภาพของพ่อแม่นำมาลดหย่อนภาษีได้ ต่อจากนี้ เราจะมาพูดถึงเรื่องประกันสุขภาพที่เราเป็นคนถือกรมธรรม์กันเองดีกว่า บางคนสงสัยว่ามีประกันชีวิตแล้ว ต้องทำประกันสุขภาพด้วยเหรอ แต่ก็น่าจะมีหลายคนเปลี่ยนใจแล้วว่าทำก็ได้ จะได้ใช้ลดหย่อนภาษีด้วยแต่อย่าลืมคิดถึงตอนจ่ายเบี้ยประกันด้วยก็แล้วกัน

ซึ่ง นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร เห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการประกันสุขภาพ จึงอนุมัติให้ผู้ยื่นภาษีทุกคน สามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพมาลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท

เมื่อรวมกับการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทั้งแบบ ... 90 และแบบ ... 91 เบี้ยประกันชีวิต และการฝากเงินที่มีเงื่อนไขประกันชีวิต (ประกันบำนาญ ประกันออมทรัพย์)

ทั้งหมดจะต้องไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งเบี้ยประกันสุขภาพที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้มีผลย้อนหลังไปถึงการซื้อประกันตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560

 ลดหย่อนภาษี

แต่ก่อนจะดีใจกันให้สุดตัว ว่าประกันสุขภาพลดหย่อนภาษีได้แล้วนั้น ผู้เอาประกันทุกคน หรือคนที่จะยื่นภาษีทุกคนต้องรู้ด้วยว่า กรมธรรม์ประกันสุขภาพที่ใช้สิทธิ์ได้จริงๆ มีดังนี้

  1. การประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลอันเกิดจากการเจ็บป่วยและการบาดเจ็บ การชดเชยการทุพพลภาพ และการสูญเสียอวัยวะเนื่องจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ
  2. การประกันอุบัติเหตุเฉพาะที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ และการแตกหักของกระดูก
  3. การประกันโรคร้ายแรง (Critical Illnesses)
  4. การประกันภัยการดูแลระยะยาว (Long Term Care)

ซึ่งกระทรวงการคลังย้ำนักหนาว่า มาตรการนี้ไม่ส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐ และไม่มีผลต่อการจัดเก็บภาษีประจำปี แต่เป็นวิธีช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐ ถ้าประกันชีวิตของใครยังมีวงเงินไม่เต็ม 100,000 บาท สามารถซื้อประกันสุขภาพเพิ่มได้เลย แล้วนำไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้เลย เรียกได้ว่างานนี้ วินวินกันทั้งสองฝ่ายแล้วล่ะ


avatar
by 9 Tails
เนกอยา กอเนกอ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon